คาดถ่านหินจะแซงหน้าน้ำมันเป็นพลังงานหลักของโลกภายในปี 2020

บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานระดับโลกคาดการณ์ว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นในจีนและอินเดีย จะผลักดันให้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลักของโลกแทนน้ำมันภายในปี ค.ศ.2020 ส่วนจีนเองกำลังมีปัญหาเรื่องซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ จากโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศ

บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานระดับโลก Wood Mackenzie (หรือ Woodmac) คาดการณ์ว่าถ่านหินจะแซงหน้าน้ำมันเป็นพลังงานหลักของโลกภายในปี 2020 (ที่มาภาพประกอบ: cdn.creamermedia.co.za)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 56 บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานระดับโลก Wood Mackenzie (หรือ Woodmac) ออกมาระบุถึงผลคาดการณ์ที่ว่าถ่านหินจะแซงหน้าน้ำมันเป็นพลังงานหลักของโลกภายในปี ค.ศ. 2020

โดยปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้การใช้ถ่านหินจะแซงหน้าน้ำมันก็คือความต้องการที่เพิ่มขึ้นในจีนและอินเดีย ซึ่งทั้งสองประเทศจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาพลังงานราคาถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ

Woodmac คาดว่าการใช้พลังงานถ่านหินของโลกจะเพิ่มขึ้น 25% ภายในปี ค.ศ.2020 เป็น 4,500 ล้านตัน ซึ่งจะแซงหน้าน้ำมันที่มีการคาดการณ์ว่า ณ เวลานั้นจะมีการใช้น้ำมัน 4,400 ล้านตัน โดยข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผยในที่ประชุมพลังงานโลก (World Energy Congress) ที่ประเทศเกาหลีใต้

William Durbin ประธานฝ่ายการตลาดโลกของ Woodmac ระบุว่าความต้องการถ่านหินของจีนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดถ่านหินเติบโต กอปรกับคุณสมบัติพิเศษที่ยังมีปริมาณมาก ราคาไม่แพง ซึ่งแตกต่างจากพลังงานทางเลือกอื่นๆ โดยกว่าครึ่งหนึ่งของโรงไฟฟ้าจีนที่สร้างขึ้นระหว่างปี 2012-2020 เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน

"จีนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถ่านหิน เนื่องจากมีก๊าซภายในประเทศมีจำกัด ส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นั้นมีราคาแพงกว่าถ่านหิน ส่วนพลังงานทดแทนก็ไม่สามารถให้กระแสไฟฟ้าที่เพียงพอ ถ่านหินจึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของจีน" Durbin กล่าว

 

ปัญหาเรื่องถ่านหินในจีน

สภาวะอากาศเสียและหมอกพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในจีน เป็นปัญหามาอย่างยาวนานที่ทำให้ประชาชนได้ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขอยู่บ่อยครั้ง (ที่มาภาพประกอบ: businessinsider.com)

อนึ่งเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่าคณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาแห่งเทศบาลนครปักกิ่ง (Municipal Commission of Development and Reform) ได้ระบุถึงมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษฉบับล่าสุด ซึ่งมีแผนปิดทำการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 4 แห่ง และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 40 รายการ มูลค่ารวม 48 พันล้านหยวน (ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติแทน 

โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายอยู่ที่การลดการปล่อยก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ (sulphur dioxide) ให้ได้ 1 หมื่นตัน เพื่อแก้ไขสภาวะอากาศเสียและหมอกพิษที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนานที่ทำให้ประชาชนได้ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขอยู่บ่อยครั้ง
       
ทั้งนี้จากข้อมูลสถิติของจีนระบุว่าในปี ค.ศ. 2012 ที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าถ่านหินทั้ง 4 แห่งนั้น ได้เผาไหม้ถ่านหินไปกว่า 9.2 ล้านตัน หรือคิดเป็น 40% จากปริมาณถ่านหินทั้งหมด 23 ล้านตัน ที่ถูกใช้ในปักกิ่งในการเป็นแหล่งเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า

 

ที่มาเรียบเรียงจาก:

http://www.miningweekly.com/article/coal-to-surpass-oil-as-top-global-fuel-by-2020-woodmac-2013-10-14

http://www.voanews.com/content/reu-china-capital-to-replace-some-coal-fired-heating-plants/1763585.html

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง