อัพเดทล่าสุดเมื่อ 8 ชั่วโมง 57 นาที ที่ผ่านมา

สุภิญญาเห็นต่าง 'ร่างประมวลจริยธรรมของกรรมการ กสทช.' แนะเน้นธรรมาภิบาล-โปร่งใส

จับตา กสทช. ออกร่างกำกับจริยธรรมกรรมการ กสทช.พุธนี้ สุภิญญาแย้ง ร่างยังไม่ครอบคลุม ขาดการเน้นธรรมาภิบาล-จัดทำงบให้มีประสิทธิภาพ กรณีมีการร้องเรียน ชี้ควรส่งซูเปอร์บอร์ด ไม่ใช่พิจารณากันเอง

ในวันพุธนี้ (16ต.ค.56) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมออก “ร่างประมวลจริยธรรมของกรรมการ กสทช.” เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติตนที่เหมาะสมสำหรับ กสทช. ตามที่ได้มีการหารือในที่ประชุมเมื่อครั้งที่ 12 วันที่ 18ก.ย.55 ได้มีมติมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงระเบียบการบริหารงานภายในของสำนักงาน กสทช. จัดทำแนวทางดังกล่าว ซึ่ง สุภิญญา กลางณรงค์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนั้น ได้ถอนตัวจากการพิจารณาวาระดังกล่าว เนื่องจากควรสนับสนุนให้มีการร่างแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสำหรับ กสทช.ครอบคลุมทุกเรื่อง อาทิ การใช้งบรับรอง การเดินทางไปต่างประเทศ การรักษาระยะห่างกับผู้ประกอบการ การรับของขวัญ และเรื่องอื่นๆ ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กร โดยคำนึงถึงหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสขององค์กร รวมถึงควรมีมาตรการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณในทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพบนมาตรฐานเดียวกับองค์กรกำกับดูแลในต่างประเทศ

สุภิญญา กล่าวว่า “ร่างประมวลจริยธรรมของกรรมการ กสทช.” ที่กำลังพิจารณานี้ มีทั้งหมด 3 หมวด 9 ข้อ แม้ว่าตนเห็นด้วยในหลายข้อของร่างประมวลฯนี้ แต่มีบางข้อที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นบทบาทหน้าที่ของกรรมการที่ยังต้องคงความเป็นอิสระ และสามารถเปิดเผยความคิดเห็นของตนต่อสาธารณะ ซึ่งอาจละเมิดสิทธิเสรีภาพของกรรมการในการทำหน้าที่ตามกฎหมายได้ เช่น บางข้อในหมวดมาตรฐานจริยธรรมองค์กร ระบุว่า “ต้องเคารพความเห็นของกรรมการคนอื่น รวมทั้งต้องไม่นำความเห็นของกรรมการอื่นที่เสนอในที่ประชุมไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก” หรือ “พึงแสดงความคิดเห็นในการประชุม โดยการตั้งคำถามหรือเสนอความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ในด้านการเพิ่มคุณค่าให้แก่การประชุมดังกล่าว และเมื่อมีการลงมติที่ประชุมแล้ว หากกรรมการคนใดมีการลงมติแตกต่างจากมติที่ประชุมดังกล่าว ต้องระมัดระวังในการวิพากษ์วิจารณ์มติที่ประชุมดังกล่าวที่จะก่อให้เกิดความเสียหายด้านชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ การดำรงตน และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ รวมทั้งองค์กรด้วย”

นอกจากนี้ หมวดกลไกและระบบบังคับใช้ประมวลจริยธรรม ได้ระบุว่า “กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า กรรมการคนหนึ่งคนใด ประพฤติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ให้กรรมการที่เหลืออยู่ เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการเพื่อสอบสวนทางจริยธรรม” และ “การดำเนินการ...ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน เป็นผู้สอบสวนทางจริยธรรม” ตนคิดว่าหากพบการฝ่าฝืนจริยธรรมควรส่งเรื่องให้ซูเปอร์บอร์ด หรือวุฒิสภาเป็นผู้ทำหน้าที่พิจารณาตามกฎหมายน่าจะเหมาะสมกว่า

ทั้งนี้ สุภิญญา เสนอว่า ในประมวลจริยธรรม ควรจะเน้นเรื่องการประหยัดงบประมาณสาธารณะ เพื่อใช้จ่ายในด้านต่างๆ ที่เหมาะสมและจำเป็น เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ การซื้อพื้นที่สื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ รวมทั้งกรรมการควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นอื่นที่แตกต่างจากตน และท้ายที่สุดสิ่งสำคัญในฐานะการทำหน้าที่กรรมการในองค์กรอิสระควรที่จะสามารถเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai