สุลต่านบรูไนเตรียมใช้กฎหมายชารีอะห์เป็นกฎหมายอาญา

สุลต่านฮัสซานัล โบเกียห์ประกาศว่าอีก 6 เดือนจะใช้กฎหมายชารีอะห์เป็นกฎหมายอาญาปกครองประเทศ ด้านนักการศาสนาบรูไนระบุอย่ามองแค่การ ปาก้อนหิน-ตัดมือ-เฆี่ยน แต่เพียงด้านเดียว เรื่องนี้จะมีวิธีที่เที่ยงธรรม ส่วนนักท่องเที่ยวก็ไม่ต้องกลัวกฎหมายชารีอะห์ตราบเท่าที่ยังเป็นผู้เคารพกฎหมาย ส่วนฮิวแมนไรท์ ว็อทซ์ห่วงมาตรการถอยหลังเข้าคลองของรัฐสุลต่านแห่งนี้

24 ต.ค. 2556 - บรูไนซึ่งเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยสุลต่าน ประกาศว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะใช้กฎหมายชารีอะห์เป็นกฎหมายอาญาปกครองประเทศ ซึ่งจะมีการนำโทษประหารชีวิตด้วยการขว้างก้อนหิน การลงโทษด้วยการตัดมือ และการเฆี่ยน มาบังคับใช้ในบทลงโทษทางอาญา

สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน (ที่มา: วิกิพีเดีย)ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

สุลต่านเชื่อว่าการบังคับใช้ชารีอะห์ถือเป็นประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ของชาติ

ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ The Brunei Times สื่อท้องถิ่นของบรูไนรายงานเมื่อ 22 ต.ค. ว่าการประกาศใช้กฎหมายชารีอะห์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ วัย 67 พรรษา สุลต่านผู้ปกครองบรูไนมาตั้งแต่ 2510 สมัยที่ยังเป็นรัฐอารักขาของอังกฤษ และต่อมาได้รับเอกราชในปี 2527 ได้มีพระราชดำรัสเปิดงานนิทรรศการประจำปี "ชุมนุมความรู้" ซึ่งจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ โดยสุลต่านแห่งบรูไนตรัสว่าจะบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์ภายในเวลาไม่นานนี้ และกฎหมายชารีอะห์นั้นเป็น "คู่มือพิเศษ" มาจากพระอัลเลาะห์

"เป็นเพราะว่าพวกเราต้องการพระอัลเลาะห์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นความกรุณาที่พระองค์ได้ประทานกฎหมายมาเพื่อเรา ดังนั้นเราจะใช้กฎหมายนี้เพื่อดำรงความยุติธรรม"

สุลต่านแห่งบรูไนกล่าวด้วยว่าการใช้กฎหมายชารีอะห์ถือเป็น "ส่วนของประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของชาติเรา"

"ขั้นตอนที่เราจะก้าวไปนั้น ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อนโยบายของเรา" สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ย้ำ

ผู้ปกครองบรูไนกล่าวด้วยว่า บนูไนนั้นให้ความสนใจว่าสิ่งใดสามารถจะยังประโยชน์ให้กับรัฐสุลต่านได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และประเด็นอื่นๆ

สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ยังหวังด้วยว่าโลกภายนอกจะไม่ด่วนตัดสินในเรื่องนี้ "เราพิจารณาทุกสิ่งด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและไม่มีสิ่งขัดขวาง ไม่มีการตัดสินด้วยความลำเอียง ในทางกลับกันเรามีสิทธิที่จะคาดหวังว่าผู้อื่นจะมองบรูไนด้วยวิสัยทัศน์นี้เช่นกัน" สุลต่านแห่งบรูไนกล่าว

ภาพจากข่าวใน The Brunei Times เป็นการสาธิตการลงโทษแบบกฎหมายชารีอะห์

ทั้งนี้ข่าวภาคมัลติมีเดียของ The Brunei Times มีการแพร่ภาพสุลต่านแห่งบรูไน เยี่ยมชมการสาธิตการลงโทษแบบกฎหมายชารีอะห์ ที่จัดแสดงภายในงานแสดงนิทรรศการประจำปีด้วย [ชมคลิป]

 

ฮิวแมนไรท์ ว็อทซ์กังวล 'บรูไน' ถอยหลัง

สำหรับประเทศอย่างบรูไนนั้น ปัจจุบันมีการห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์อยู่แล้ว และห้ามเผยแพร่ศาสนาอื่นนอกจากศาสนาอิสลาม นอกจากนี้เป็นที่รู้กันว่าอิสลามในทางปฏิบัติของที่นี่นั้นมีรูปแบบอนุรักษ์นิยมกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่

บรูไนนั้นปัจจุบันมีประชากรอย่างน้อย 406,000 คน โดย 2 ใน 3 ของประชากรเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม โดยปัจจุบันระบบกฎหมายอาญาของบรูไนสืบทอดมาจากสมัยที่อังกฤษปกครอง ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์จำกัดเฉพาะเรื่องกฎหมายครอบครัวและการสืบมรดกเท่านั้น ส่วนประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ที่จะใช้กฎหมายชารีอะห์นั้น เดอะการ์เดียนของอังกฤษ รายงานโดยอ้างสื่อในบรูไนที่ระบุว่า กฎหมายชารีอะห์นี้จะนำมาบังคับใช้เฉพาะผู้ที่เป็นมุสลิมเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามแม้แต่กฎหมายที่บังคับใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ชาวต่างชาติที่มาเยือนบรูไนก็อาจถูกเฆี่ยนได้ หากทำผิดกฎหมายอาญารวมทั้งทำผิดกฎหมายเข้าเมือง โดยการลงโทษด้วยการเฆี่ยนนั้นมีการบังคับใช้อยู่ในมาเลเซีย สิงคโปร์ และบางส่วนของอินโดนีเซีย

เดอะการ์เดี้ยนของอังกฤษ รายงานด้วยว่า บรูไนซึ่งขนานนามตัวเองว่าเป็น "บ้านของสันติภาพ" นั้น ในรอบหลายปีมานี้มีอัตราของการเกิดอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ศาลในบรูไนต้องรับมือกับคดีลักเล็กขโมยน้อย การลักลอบขนยาเสพย์ติด การฉ้อโกง และการค้าประเวณี โดยเดอะการ์เดี้ยนยังรายงานบรรยากาศในประเทศว่า ดูเหมือนว่าบางคนจะยินดีกับกฎหมายใหม่นี้ โดยในเว็บไซต์ประเภทโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ข้อความทำนอง "สุลต่านทรงพระเจริญ" และ "ขอสรรเสริญต่ออัลเลาะห์" ในขณะที่นักสิทธิมนุษยชนประณามมาตรการของบรูไนว่าเป็น "ศักดินา" หรือ "น่ารังเกียจ" และเชื่อว่าเสียงชื่นชมที่เกิดขึ้นมาจากความกลัวรัฐบาล

ทั้งนี้ฟิล โรเบิร์ตสัน (Phil Robertson) รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการเอเชีย ของฮิวแมนไรท์ ว็อทซ์ให้ความเห็นว่า "ถ้าบรูไนมีรูปแบบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย แทนที่จะเป็นแบบอำนาจนิยมหรือระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คุณน่าจะไม่ได้เห็นปฏิกิริยาที่ออกมาในแนวถอยหลังแบบนี้" เขากล่าวด้วยว่า "แต่ประชาชนตระหนักดีว่าถ้าพวกเขาเงยหน้าขึ้น พวกเขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับคนของสุลต่าน ... เพราะการขวางเรือหมายความว่าคุณอาจจะไปจบที่กระบวนการในศาลซึ่งห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมนัก"

ในการให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ เทเลกราฟ ของอังกฤษ โรเบิร์ตสัน ยังกล่าวเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยใดๆ ก็ตามที่เคยมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้กับสุลต่านแห่งบรูไน ต้องทบทวนเรื่องการมอบปริญญาไม่ว่าพวกเขายังต้องการที่จะสมาคมกับสุลต่านแห่งบรูไนอยู่หรือไม่

ขณะที่มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดปฏิเสธที่จะทบทวนปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ที่สุลต่านแห่งบรูไนเคยได้รับ โดยราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่ง เมืองเอดินเบอระ (Edinburgh's Royal College of Surgeons) กล่าวว่า สิ่งที่จะทำนั้นได้รับการพิจารณาโดยเจ้าหน้าที่ของสถาบันแล้ว แต่การตัดสินใจใดๆ ก็ตามขึ้นอยู่กับผู้ที่ได้รับมอบหมายจากทางสถาบัน

ส่วนโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่า "พวกเรารับรู้ถึงการประกาศใช้กฎหมายอาญาฉบับใหม่ในบรูไนที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการชารีอะห์ พวกเราให้ความสนใจต่อเรื่องนี้ว่าผลในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร และจะแสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่บรูไนต่อไป"

 

นักการศาสนาบอกนักเที่ยวไม่ต้องกลัวชารีอะห์ ตราบเท่าที่ยังเป็นผู้เคารพกฎหมาย

ขณะที่นักการศาสนาอิสลามในบรูไน อธิบายกฎหมายชารีอะห์ว่า "เป็นความยุติธรรมที่มีหลักประกันสำหรับทุกคน"

โดยมุฟตี อาวัง อับดุล อาซิซ นักการศาสนาอิสลามของบรูไน กล่าวในการแถลงข่าวด้านกฎหมายเมื่อวันอังคาร (21 ต.ค.) ว่า "พวกเราอย่ามองแค่การตัดมือ การปาก้อนหิน หรือการเฆี่ยน แต่เพียงด้านเดียว นี่ไม่ใช่การตัดมือ ปาก้อนหิน หรือเฆี่ยนอย่างไม่เลือกหน้า เรื่องพวกนี้มีเงื่อนไขและวิธีการที่เที่ยงธรรมและยุติธรรม"

เขากล่าวด้วยว่า นักท่องเที่ยวไม่ต้องกลัวกับกฎหมายฉบับใหม่ตราบเท่าที่พวกเขาเป็นผู้เคารพกฎหมาย

"นักท่องเที่ยวที่มาบรูไนทุกคนวางแผนที่จะลักขโมยหรือ? ถ้าพวกเขาไม่ทำ ทำไมพวกเขาจะต้องกลัว? เชื่อผมสิ เมื่อผมกล่าวว่าด้วยกฎหมายชารีอะห์ของเรา ทุกๆ คนรวมทั้งนักท่องเที่ยวจะได้รับการคุ้มครอง" เขากล่าว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์