กรณีโมร็อกโกจับกุมวัยรุ่นจูบกัน ก่อประเด็นถกเถียงฮือฮา 'เสรีภาพส่วนบุคคล-พท.สาธารณะ'

ในโมร็อกโก การจับกุมวัยรุ่นที่แสดงภาพจูบกันในที่สาธารณะผ่านเฟซบุ๊กทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งพากันประท้วงผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กและการแสดงออกบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องสิทธิฯ แต่อีกมุมหนึ่งก็มีประชาชนที่ต่อต้านการกระทำเช่นนี้ในที่สาธารณะ

23 ต.ค.2556 - สำนักข่าวอัลจาซีรากล่าวถึงกรณีการจับกุมตัวคู่หนุ่มสาวในโมร็อกโกที่จูบกันในสถานที่สาธารณะ ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องเสรีภาพส่วนบุคคลและพื้นที่สาธารณะในโมร็อกโก

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาโดยมีการจับกุมตัววัยรุ่นชายหญิงอายุ 14-15 ปีในเมืองนาดอร์ที่มีภาพยืนจูบกันในเฟซบุ๊ก เพื่อนของทั้งสองคนที่เป็นคนถ่ายรูปก็ถูกจับกุมตัวด้วย พวกเขาถูกตั้งข้อหากระทำอนาจาร โดยในตอนนี้ได้รับการประกันตัวและรอดำเนินคดี

กรณีดังกล่าวนี้กลายเป็นการจุดประเด็นในเว็บไซต์โซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงได้รับความสนใจจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน เช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งประณามการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นโมร็อกโกและเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวโดยทันที

ฟิลิปส์ ลูเธอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวในแถลงการณ์ว่า การที่วัยรุ่นต้องถูกจับเข้าคุกเพียงเพราะจูบกันแล้วโพสต์รูปลงเฟซบุ๊กเป็นเรื่องไร้เหตุผล และการพยายามเปิดการไต่สวนในศาลด้วยคดีเช่นนี้เป็นเรื่องน่าขัน

มีผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กบางส่วนแสดงการสนับสนุนวัยรุ่นที่ถูกจับกุมด้วยการถ่ายภาพจูบกันพร้อมเขียนคำบรรยายว่า "มาจับพวกเราได้เลย" ส่วนแฮชแท็ก #FreeBoussa (Boussa แปลว่า "จูบ" ในภาษาอาหรับ) ก็กลายเป็นที่นิยมในทวิตเตอร์

นอกจากนี้ยังมีประชาชน 30 คนรวมกลุ่มแสดงการจูบกันที่หน้าอาคารรัฐสภาในกรุงราบัตเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่การชุมนุมก็ถูกรบกวนโดยกลุ่มผู้ประท้วงที่เห็นตรงกันข้าม พวกเขาตะโกนไล่ให้นักกิจกรรมสนับสนุนการจูบกันให้ไปอยู่ในประเทศตะวันตกและบอกว่าจะไม่ยอมให้มีการจูบกันในที่สาธารณะเกิดขึ้น

นิซาร์ เบนนาเมท อายุ 28 ปี หนึ่งในผู้ชุนมุนสนับสนุนการจูบกันกล่าวว่า กฎหมายควรจะเป็นสิ่งที่ช่วยจัดการความขัดแย้งในสังคมและช่วยปกป้องประชาชนชาวโมร็อกโก แต่กฎหมายที่ใช้ตัดสินวัยรุ่นที่จูบกันในนาดอร์มีความคลุมเครืออยู่มาก

กฎหมายที่นาซาร์กล่าวว่ามีความคลุมเครือคือกฎหมายอาญามาตรา 484 ของโมร็อกโก ที่ระบุว่าการกระทำอนาจารต่อผู้เยาว์มีโทษจำคุก 2-5 ปี และมาตรา 483 ที่ระบุว่าการกระทำอนาจารในที่สาธารณะจะต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 1 เดือน ถึงมากที่สุด 2 ปี

แต่นักศึกษากฎหมายจากเมืองคาซาบลังกา ซูเคนา เบนเชครุน ตีความกฎหมายในอีกแง่หนึ่งว่า การจับกุมจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อวัยรุ่นเหล่านั้นทำสิ่งที่เป็นภัยต่อสังคมจริง การแค่วัยรุ่นจูบกันไม่ได้มีความชอบธรรมมากพอในการอ้างจับตัวพวกเขาเข้าสถานพินิจ

ข้อถกเถียงเรื่องพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ
อัลจาซีรารายงานว่า การจับกุมวัยรุ่นในครั้งนี้และความไม่พอใจที่เกิดตามมา ทำให้เห็นว่า แม้ประเทศโมร็อกโกซึ่งถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีความเป็นเสรีนิยมมากที่สุดในโลกมุสลิม ยังคงมีความอนุรักษนิยมอยู่ลึกๆ

มีประชาชนบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแบบเสรี เช่น อับเดลลา ทูราบี นักประวัติศาสตร์และบรรณาธิการนิตยสารซามาน (Zamane) กล่าวถึงกรณีในโมร็อกโกว่า "แนวคิดสมัยใหม่ที่อยู่ในกำมือของกลุ่มชนชั้นนำไม่ได้สอดคล้องกับแนวคิดของประชาชนทั่วไป" เขาคิดว่าสำหรับสังคมโมร็อกโกแล้วการจูบกันควรกระทำในที่ส่วนตัว บางคนก็แสดงความเห็นว่าการจูบกันในที่สาธารณะไม่ใช่วัฒนธรรมของโมร็อกโก

"ในโมร็อกโก การแยกแยะสถานที่สาธารณะกับสถานที่ส่วนตัวจริงจังมาก การกระทำที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อไม่ได้อยู่ในที่สาธารณะ" ทูราบีกล่าว โดยเขายังได้กล่าวถึงกรณีที่มีคนออกมาปิคนิคทานอาหารข้างนอกในช่วงเดือนถือศีลอดปี 2553  ซึ่งทำให้เกิดการจับกุมและเกิดข้อถกเถียงเช่นกัน

เมื่อช่วงปี 2554 ประชาชนชาวโมร็อกโกได้ออกมาประท้วงตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเรียกร้องให้มีเสรีภาพทางศาสนามากขึ้น ทำให้สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 6 เสนอให้ปฏิรูปรัฐธรรมนูญตามเพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชน แต่พรรคการเมืองสายอิสลาม PJD ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลได้โต้แย้งข้อการสนับสนุนเสรีภาพทางความคิดในช่วงที่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่และปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามหลักศาสนา

 

เรียบเรียงจาก

Teenage kiss arrests spark furore in Morocco, Aljazeera, 23-10-2013
http://www.aljazeera.com/indepth/features/2013/10/teenage-kiss-arrests-spark-furore-morocco-2013102282027588248.html

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์