กสทช.ถอย ถอนร่างประกาศคุมเนื้อหาสื่อทีวีไปทบทวนใหม่

29 ต.ค.2556 สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาและผังรายการ ได้ขอถอนการพิจารณาร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ... ออกไปเพื่อทบทวน เนื่องจากยังมีความเห็นที่ต่างกันอยู่

สุภิญญา ระบุว่า ร่างประกาศดังกล่าวครบกำหนดการรับฟังความเห็นแล้ว โดยถึงวาระต้องพิจารณาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าร่างประกาศนี้จะกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกเมื่อใด โดยก่อนหน้านี้ในเวทีวิชาการ นักกฎหมายหลายคนก็ระบุว่าร่างนี้ไม่มีที่มาทางกฎหมาย ว่าจะต้องจัดทำขึ้น จึงไม่มีอะไรกำหนดว่าต้องเสร็จเมื่อใด เพราะ กสท.เป็นฝ่ายริเริ่มเอง

สุภิญญา กล่าวว่า การตัดสินใจถอยครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีและรู้สึกขอบคุณที่ไม่เร่งพิจารณา ไม่เช่นนั้นก็ต้องอาศัยการโหวตเสียงข้างมากแบบเดิม หรือมีการคัดค้านกัน โดยที่ผ่านมา ร่างนี้มีเสียงค้านจากหลายฝ่าย ทั้งองค์กรวิชาชีพ นักวิชาการด้านสื่อและกฎหมาย ซึ่งก็ได้ส่งข้อเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาแล้ว

สุภิญญา กล่าวถึงสาเหตุของการถอยครั้งนี้ว่า ส่วนตัวมองว่า กสท.คงไม่อยากเปิดศึกหลายด้าน เพราะขณะนี้อยู่ในกระแสการประมูลทีวีดิจิตอล ซึ่งก็มีจุดละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสำคัญ แต่หลังประมูลทีวีดิจิตอล รวมถึงการเมืองร้อนแรงขึ้นมาอีก สังคมก็อาจจะเรียกร้องให้กำกับเนื้อหาก็เป็นได้

สุภิญญา กล่าวด้วยว่า การมีประเด็นเรื่องมาตรา 37 นั้น ข้อดีด้านหนึ่งก็คือ ทำให้สื่อช่องต่างๆ ตอบรับดีขึ้น เช่น ไทยทีวีสีช่อง 3 ก็ส่งคนระดับผู้บริหารไปเข้าร่วมหลายเวที สื่อทีวีเริ่มพูดเรื่องการกำกับกันเอง เพื่อไม่ให้รัฐเข้ามายุ่ง ทั้งนี้ วันพรุ่งนี้ จะเชิญสมาคม-องค์กรวิชาชีพสื่อเข้าหารือเรื่องการร่างประกาศเจตนารมณ์เรื่องการกำกับดูแลกันเอง โดยคาดว่าจะมีการประกาศร่างนี้ในปลายเดือน พ.ย. ซึ่งหากร่างประกาศนี้ออกมา น่าจะทดแทนการกำกับโดยรัฐได้ 

อนึ่ง ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ....  มีใจความถึงเนื้อหาที่ต้องห้ามนำเสนอในสื่อวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยขยายความจากมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ที่ห้ามนำเสนอเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังกำหนดมาตรการการดำเนินรายการที่เน้นควบคุมรายการเชิงข่าวอย่างเข้มงวด

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์