บทสนทนาเกี่ยวกับการเมืองในเอเชียเหนือ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เมื่อคืน ผู้เขียนนอนหลับแล้วฝันว่าประเทศทั้งหลายซึ่งอยู่ในเอเชียเหนือ(East Asia) กับประเทศมหาอำนาจที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับฉากทางการเมืองในเอเชียเหนือได้อวตารแปลงร่างเป็นตัวบุคคลและมาร่วมเสวนาหรือสับโขกกันอย่างดุเดือดโดยมีผู้ดำเนินรายการเป็นชายไทยวัย40 กว่าใส่แว่นตากลมๆ ซึ่งเคยจัดรายการที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของสื่อมวลชนนั้นคือการเชิญนักวิชาการมาถกเถียงพูดคุยกันเรื่องสถาบันกษัตริย์จนรายการถูกระงับไม่ให้ออกอากาศมาแล้ว

อนึ่งถึงแม้จะเป็นความฝันแต่ผู้เขียนก็ได้พยายามจะถ่ายทอดบทสนทนาของคนเหล่านั้นมาถ่ายทอดลงในบทความนี้อย่างซื่อสัตย์ต่อความเป็นจริงมากที่สุด ดังต่อไปนี้

ผู้ดำเนินรายการ : ต่อไปนี้คือรายการตอบโจทย์สเปเชียล เพราะแตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมาด้วยเราได้เชิญประเทศในเอเชียเหนือและมหาอำนาจอื่นๆ  มาเสวนา พูดคุยกันกันเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศในเอเชียเหนือซึ่งถึงแม้จะไม่ร้อนระอุเหมือนกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งของเมืองไทยในขณะนี้ก็ตามแต่ก็ส่งผลกระทบถึงการเมืองโลกอย่างมหาศาล และเหตุการณ์ในแต่ละครั้งถ้าร้อนระอุขึ้นมาบ้างก็จะทำให้เป็นข่าวได้ทั่วโลกแถมยังดังกว่าข่าวบ้านเราหลายพันเท่า  ผมขอแนะนำผู้เข้าร่วมรายการดังต่อไปนี้นะครับ คุณสหรัฐอเมริกา คุณรัสเซีย คุณญี่ปุ่น คุณจีน คุณสองเกาหลีคือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้  (มีเสียงแทรกมาทำให้ผู้ดำเนินรายการหยุดชะงัก)....เออ มีคนถามเข้ามาว่าแล้วคุณไต้หวันล่ะทำไมไม่เชิญมา อันนี้ใคร่อยากให้คุณสาธารณรัฐประชาชนจีนช่วยตอบแทนด้วยครับ

คุณจีน: อันนี้ตอบได้ไม่ยากครับแต่ผมขู่คุณภิญโญ  (นามสกุลไม่เคยจำได้สักที) ว่าถ้าเชิญไต้หวันมา เราก็ไม่มาร่วมรายการด้วยเพราะเราถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นมณฑลที่ 23 ของเรา การเชิญไต้หวันมาด้วยจะเป็นการรับรองว่าเกาะกระจอกงอกง่อยนี้เป็นรัฐอิสระรัฐหนึ่งซึ่งเราจะยอมไม่ได้เป็นอันขาด แต่ตอนนี้เราก็ปลื้มในตัวคุณภิญโญว่าไม่หน้าไหว้หลังหลอกเหมือนใครบางคน (มองคุณสหรัฐอเมริกาด้วยหางตา) ที่เคยอ้างว่าเป็นมิตรกับเราแต่ก็ยังขายอาวุธให้กับไต้หวัน

คุณสหรัฐฯ(ค้อนคุณจีนวงใหญ่แล้วหันมาชำเลืองมองคุณญี่ปุ่นซึ่งกำลังมองคุณจีนด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรนัก) : ทึกทักเอาคนเดียวนะสิ คุณไต้หวันเค้าไม่นับญาติด้วยหรอก ที่ว่าเป็นมิตรกันน่ะมันสมัยนิกสัน กับสมัยเติ้ง เสี่ยวผิงในทศวรรษที่ 70 และ 80 ตอนนี้เราไม่ได้เป็นมิตรกันแต่เป็นคู่แข่งทางกลยุทธ์ ถ้าไม่ปักหมุดที่คุณไต้หวันก็ไม่ใช่การโอบล้อมคุณจีนนะสิ   ขอบอกนะถ้าจะบุกยึดคุณไต้หวันนะ รับรองว่าได้เจอกันแน่

(มีเสียงแว่วมาจากมุมหนึ่งของผู้ชม) ผมฮ่องกงก็ไม่อยากนับญาติกับจีนด้วยครับ ขอออกจากการเป็นเขตบริหารพิเศษ (SAR)ของจีนได้ไหม

ผู้ดำเนินรายการยิ้มเจื่อนๆ :เอาละครับอย่าเพิ่งกัด เอ้ยทะเลาะกัน ผมขอเปิดประเด็นในเรื่องที่เคยร้อนมากเมื่อหลายเดือนก่อนก็คือข้อกล่าวหาที่ชาวโลกที่มีต่อคุณเกาหลีเหนือว่าพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อันเป็นภัยกับโลก ในเมื่อคุณเกาหลีเหนือมานั่งในที่นี้แล้วก็อยากให้คุณเกาหลีเหนือได้ชี้แจงด้วยตัวเองเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้วยครับ

คุณเกาหลีเหนือ (เผลอเอามือมาชนกับแขนของคุณจีนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ทำให้คุณจีนหดแขนหนี) : เสียดายนะที่คุณภิญโญไม่เชิญคุณอิหร่านมาด้วย เค้าก็มีเหตุผลเช่นเดียวกับผมนั้นแหละครับ ในเมื่อประเทศอื่นๆ เค้าครอบครองหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กันโครมๆ  ทำไมผมจะไม่มีเพื่อเป็นการป้องกันตัวหรือไว้สำหรับเป็นพลังงานสะอาดเหมือนเค้าบ้าง ทีคุณอินเดียกับคุณปากีสถานซึ่งจวนๆ จะรบกันหลายครั้ง ทำไมชาวโลกซึ่งส่วนใหญ่มองผ่านสื่อของคุณสหรัฐฯจึงไม่โจมตี 2 คนนี้ แล้วทำไมคุณอิสราเอลซึ่งครอบครองหัวรบนิวเคลียร์หลายร้อยลูกจึงไม่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อภูมิภาคตะวันออกกลางบ้าง

ผู้ดำเนินรายการ : เมื่อชื่อถูกพาดพิงก็ขอความเห็นจากคุณสหรัฐฯครับ

คุณสหรัฐฯ (นั่งไขว้ห้าง ทำท่าเขื่องๆ) :คำตอบไม่ซับซ้อนหรอกครับ เพราะเราไว้ใจแต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ทั้ง 3 ประเทศที่คุณเกาหลีเหนืออ้างมา เค้าเป็นประชาธิปไตยทั้งนั้น ซึ่งเราสามารถพูดคุยตกลงกันได้ แต่คุณเกาหลีเหนือสิเป็นพวกตกกระแสโลก(pariah state) น่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่เป็นเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ ผู้นำก็ท่าทางลับๆ ล่อๆ ปกครองบ้านเมืองแบบลัทธิสตาลิน (รัสเซียไอแทรกมานิดหนึ่ง)    ลิดรอนสิทธิเสรีภาพและกดขี่ข่มเหงประชาชน รัฐเช่นนี้ไว้ใจไม่ได้

คุณจีน :อันนี้ตั้งใจจะว่ากระทบใครหรือครับ

คุณสหรัฐฯ :ใครเป็นอย่างนั้น ก็รับไปเถอะคุณ

คุณจีน (หันมามองเกาหลีเหนือก่อนจะไปคุยกับคุณภิญโญ) :ถึงแม้ชาวโลกจะมองเราทั้งคู่ว่าเป็นเผด็จการกดขี่ประชาชนเหมือนกันแต่เราไม่เคยคิดร้าย ไปบุกรุกประเทศไหนทำให้ชาวบ้านเค้าตายกันเป็นล้านๆ  เหมือนกับบางประเทศที่ชอบอ้างว่าตนเป็นประชาธิปไตยและไปใส่ร้ายป้ายสีให้กับประเทศอื่นนะคุณ

คุณรัสเซีย (หัวเราะ) :จริงครับ ตอนที่ผมเป็นสหภาพโซเวียตก็ถูกคุณสหรัฐฯใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นอาณาจักรแห่งความชั่วร้าย  ทั้งที่โซเวียตไม่เคยบุกรุกใครเหมือนคุณสหรัฐฯ ซะที

คุณสหรัฐฯ : ไม่จริงหรอกคุณรัสเซีย เราต่างก็เป็นปีศาจร้ายทั้งคู่นั้นแหละในช่วงสงครามเย็น เราสนับสนุนให้ประเทศโลกที่ 3 รบกันเองเพื่อตอบสนองความบ้าอุดมการณ์และความกระหายอำนาจกับผลประโยชน์ของพวกเรา คุณรัสเซียตอนยังเป็นโซเวียตก็ยังส่งทหารไปฆ่าประชาชนของคุณฮังการีและคุณเช็กโกสโลวาเกียเพียงเพราะอยากแยกตัวออกจากค่ายคอมมิวนิสต์ แถมคุณยังไปบุกรุกคุณอัฟกานิสถานเมื่อปี 1979 เลย

คุณรัสเซีย :ยอมรับตัวเองแล้วหรือครับ คุณสหรัฐฯ

คุณสหรัฐฯ :ฟังให้ดีก่อนนะครับ หากเราต้องการจะต่อสู้กับปีศาจ เราก็ต้องกลายเป็นปีศาจเสียเองในบางครั้ง ไม่เช่นนั้นเราก็คงไม่เอาชนะสงครามเย็น ไอ้ที่คุณเห็นไม่ใช่ตัวตนของผมหรอกครับ โดยเนื้อแท้ผมเป็นคนดีเหมือนน้องเนยรักโลก รักองค์การนาโต   รักบริษัทข้ามชาติ รักโลกเสรี   ส่วนคุณจีนก็เหมือนกัน ตอนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดอำนาจได้ก็ส่งกองกำลังปลดปล่อยประชาชนจีนไปยึดครองทิเบตและเข่นฆ่าชาวทิเบตหลายหมื่นคน เผาวัดเผาวาไปเป็นจำนวนมหาศาลล่ะ ตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดนะคุณ

คุณจีน :แล้วตอนที่สหรัฐฯส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดลงอินโดจีน ทำให้คนตายเป็นล้านๆ ล่ะ ไม่ยิ่งกว่าผมหรอกจ้ะ  แล้วรู้ได้อย่างไรที่บอมบ์ไปน่ะไม่โดนวัดหรือพระเข้าบ้าง

คุณสหรัฐฯ :ถ้าคุณเวียดนามไม่ได้รับการสนับสนุนจากคุณโซเวียตและคุณจีนล่ะ ผมก็คงไม่ทำอย่างนี้หรอก  ตามทฤษฏีโดมิโน หากไม่ทำเช่นนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะต้องเป็นคอมมิวนิสต์กันหมด เราถือคติตามแบบพระสงฆ์ในประเทศหนึ่งว่า "ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป" จ้ะ

คุณจีน :คุณสหรัฐนี่ทำตัวเหมือนกับผู้นำพรรคฝ่ายค้านของประเทศที่คุณภิญโญอยู่เลยนะ คือดีเข้าตัว ชั่วเข้าคนอื่น จริงๆ แล้วในสงครามอินโดจีน ผมไม่ได้สนับสนุนคุณเวียดนามเลย ผมสนับสนุนคุณลาวและคุณกัมพูชาต่างหาก ส่วนคุณเวียดนามเค้าไปซบไออุ่นกับคุณโซเวียตต่างหาก

ผู้ดำเนินรายการ (อินตาม):แล้วคุณไทยเพื่อนบ้านคุณลาวละครับ

คุณจีน :ตอนแรกคุณไทยแกก็เป็นลิ่วล้อคุณสหรัฐฯ ดีๆ อยู่นะครับ พอคุณสหรัฐฯ เธอหางจุกตูดจากอินโดจีนในปี 1975 (หันมาเย้ยคุณสหรัฐฯ ) คุณไทยก็หันมาจูบปากกับผมแบบเฟรนช์คิสเลย เพราะแกกลัวคุณเวียดนามจะล้างแค้นเอาคืนเพราะดันไปยอมให้คุณสหรัฐฯ ใช้ตัวเองเป็นฐานทัพในการในบอมบ์ฮานอยเข้า ผมก็เลยทำสงครามสั่งสอนเวียดนามเสียหมดท่าเลย

คุณสหรัฐฯ :เฮาบ่ใจ่น้องหมาเน้อ แต่เราเพียงถอนกองกำลังออกจากอินโดจีนตามสัญญาสันติภาพปารีส (Paris Peace Accords) ปี 1973 ต่างหาก จริงๆ แล้วสาเหตุสำคัญที่เราไม่อาจเอาชนะสงครามเวียดนามก็เพราะไอ้พวกเสรีนิยมที่ประท้วงกันในประเทศต่างหากที่สร้างแรงกดดันทางการเมือง  แล้วสงครามสั่งสอนคุณเวียดนามปี 1979 น่ะ ได้ข่าวว่าทหารจีนก็ตายกันเยอะไม่ใช่หรือ

คุณจีน: เฮอะ แก้ตัวข้างๆ คู ๆ อย่างไงเราก็ไม่แพ้สงครามเวียดนามเหมือนใครบางคนหรอก

ผู้ดำเนินรายการ :เอาละครับ จากปัญหานิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือมากลายเป็นสงครามเวียดนามเข้า กลับมาประเด็นเดิมดีกว่าดีครับ ตกลงคุณเกาหลีเหนือว่าอย่างไร

คุณเกาหลีเหนือ : สรุปก็คือคุณสหรัฐฯ แกใส่ร้ายป้ายสีผมครับ คือเธออยากจะมีอิทธิพลในเอเชียเหนือตามนโยบายการโอบล้อมเอเชียก็เลยใช้ข้ออ้างเรื่องผมเพื่อกดดันจีนอะครับ (หันไปมองคุณจีน) แต่เห็นชาวโลกเค้ามองเราว่าเป็นคู่ตุนาหงันอย่างนี้อย่าไม่หลงเชื่อนะครับ ความจริงเราต่างก็ไม่ไว้ใจกันเหมือนกัน ผมก็กลัวว่าคุณจีนแกจะยึดครองประเทศผม ก็เลยต้องเอาเรื่องนิวเคลียร์มาเป็นประเด็นต่อรองเลยล่ะ

คุณเกาหลีใต้ :ขอพูดหน่อยนะคะ นิ่งอยู่นานแล้ว คือดิฉันอยากจะบอกว่าถ้าคุณภิญโญลองจินตนาการว่าถ้าคุณมีเพื่อนบ้านที่เป็นฆาตกรโรคจิตแบบด็อกเตอร์ฮันนิบาลแล้วลับมืดข่มขู่คุณทุกวัน คุณจะอยู่แบบฟินๆ  หรือเปล่าคะ เคยขอเป็นมิตรก็แล้ว ขออยู่กันอย่างสันติก็แล้ว เค้าดันทำท่าผีเข้าผีออกอย่างไงชอบกล ดิฉันอยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วดิฉันก็ทำตัวเป็นอีลำยองไปเป็นกิ๊กกับจีนเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจกับคุณเกาหลีเหนือนะจ้ะ การค้าและมิตรภาพระหว่างสองเรากำลังไปด้วยดี บอกตามตรงจริงๆ ดิฉันก็ไม่ไว้ใจคุณสหรัฐฯ หรอกค่ะ วันดีคืนร้ายเกิดทิ้งดิฉันไปเอาคนอื่นแล้วแล้ว
คุณเกาหลีเหนือเกิดอารมณ์หื่นขึ้นมา ดิฉันจะทำอย่างไงดีละคะ

คุณเกาหลีเหนือ :เห็นไหม สุดท้ายผมก็ไว้ใจจีนไม่ได้ นี่คุณเกาหลีใต้ บอกตามตรงผมก็ไม่ไว้ใจคุณเหมือนกันนะ เห็นชอบซ้อมรบกับคุณสหรัฐฯ ใกล้เขตปลอดทหารอยู่เรื่อยเลย เป็นอีลำยองแล้วทำไมชอบทำตัวแอ๊บแบ๊วเหมือนเจนี่จังครับ

คุณจีน :จริงๆ ผมก็ไม่ไว้ใจคุณเกาหลีเหนือเหมือนกันนะ ความบ้าๆ บอๆ ของคุณ (เหมือนผู้นำคือคิม จองอิลกับคิม จอนอุน) ทำให้ผมพลอยเสียชื่อในเวทีโลกไปด้วย ผมต้องใช้กำลังภายในบีบให้คุณเกาหลีเหนือหยุดทดลองอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งได้บ้างไม่ได้บ้าง

ผู้ดำเนินรายการ :แล้วคุณสหรัฐฯ ละครับ ว่าอย่างไร

คุณสหรัฐฯ :ไหนๆ  ก็หงายไพ่กันหมดแล้ว ก็ขอบอกตรงๆ เลยล่ะกันว่าจริงๆ แล้วผมก็แอบไปจีบคุณเกาหลีเหนือครับ แอบส่งทูต ส่งคนดังไปคุยกับผู้นำของคุณเกาหลีเหนือ ว่ากันตามจริงแล้วคุณเกาหลีเหนือก็มีความปรารถนาอันเร้นลับในตัวผมเหมือนกัน เสียดายถ้าสำเร็จก็ถือว่าว่าเป็นการเข้าไปประชิดกับประตูหน้าของจีนเลย แน่นอนว่าคุณจีนก็ต้องกีดกันสุดชีวิต

คุณเกาหลีใต้ :เห็นไหม สุดท้ายดิฉันก็ไว้ใจสหรัฐฯ ไม่ได้ (ส่วนจีนปรบมือดังๆ)

คุณญี่ปุ่น :แต่ผมไว้ใจคุณสหรัฐฯ ล้านเปอร์เซ็นต์ครับ ถึงแม้เค้าจะเคยทิ้งระเบิดปรมาณูทั้ง 2 เมือง  ของผมจนราบเป็นหน้ากรอง แต่กว่า 50 ปีที่ผมลืมตาอ้าปากได้ก็เพราะคุณสหรัฐฯ ทำตัวเป็นพจน์ อานนท์ช่วยดันขึ้นมาโดยเฉพาะช่วงสงครามเกาหลีที่ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นมาได้เร็วกว่าเดิม จนเกือบจะเป็นมหาอำนาจแทนในทศวรรษที่ 80  ตอนนี้เรากลายเป็นมิตรกันดีมากกว่าเดิมเพราะต้องการโอบล้อมจีน แน่นอนว่าวงพันธมิตรนี้ย่อมรวมถึงเกาหลีใต้ ไต้หวันและประเทศอื่นใกล้ๆ ด้วย

คุณเกาหลีใต้ :ดิฉันขอถือโอกาสนี้ในการเคลียร์ความสัมพันธ์ความสัมพันธ์ระหว่างดิฉันกับคุณญี่ปุ่นนะครับ ถึงแม้เราจะเป็นประชาธิปไตยเสรีนิยมและมีศัตรูคนเดียวกันคือเกาหลีเหนือแต่เราก็ไม่ได้เป็นมิตรที่ดีต่อกันนะคะ เพราะเราก็ต่างก็มีเรื่องความขัดแย้งเรื่องหมู่เกาะแถมยังมีเรื่องในประวัติศาสตร์ที่มายึดครองดิฉันหลายทศวรรษ ฆ่าคนเกาหลีก็เยอะแถมยังบังคับผู้หญิงเกาหลีอีกเป็นแสนไปเป็นหญิงบำเรอกามไปจนชีวิตเค้าทั้งชีวิตป่นปี้

คุณญี่ปุ่น : ก็ขอโทษไปแล้วนี่ครับ ตั้งหลายที

คุณเกาหลีใต้ :ซึ้งตายล่ะ แน่จริงขอโทษอย่างเป็นทางการดิ

คุณจีน : คุณญี่ปุ่นนี่ไม่จริงใจหรอกครับ นักการเมืองพวกขวาก็ไปสักการะสุสานยาสุกินิที่เก็บกระดูกพวกอาชญากรสงครามที่เคยสั่งทหารบุกรุกผมกับคุณเกาหลีมาแล้ว แถมจะมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัวเองมีกองทัพได้ กะจะมารุกรานผมกับคุณเกาหลีอีกรอบหรือไง

คุณญี่ปุ่น :ถ้าขอโทษเป็นทางการก็แย่นะสิครับ ไอ้เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายให้กับบรรดาแม่อุ๊ยที่อายุปาไปเกือบ 80 ปีที่เคยเป็นหญิงบำเรอกามทั้งหลายมันไม่กี่ตังหรอก แต่มันจะกลายเป็นการยอมรับโดยสิ้นเชิงต่ออัตลักษณ์ของญี่ปุ่นในฐานะผู้เข่นฆ่ามนุษยชาติแทนที่จะเป็นผู้ปลดปล่อยเอเชียจากลัทธิล่าอาณานิคมไป แล้วลูกหลานญี่ปุ่นจะมองหน้าประชาคมโลกอย่างไร  ซ้ำคุณจีนกับคุณเกาหลี (หรือคุณอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ก็จะใช้เรื่องนี้มาต่อรองทางการเมืองอีกมากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า  ส่วนเรื่องการจะกลายเป็นกองทัพนั้นก็เพื่อปกป้องอธิปไตยญี่ปุ่นจากการรุกรานของจีน

คุณจีน (รีบแทรกเข้ามา) :หรือจะมารุกรานผมกับคนอื่นอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ พวกสาวกฮิตเลอร์ทั้งนั้น ประเภทสะสมอาวุธเพื่อทำฟอร์มว่าป้องกันตัวเอง

ผู้ดำเนินรายการ :  คุณรัสเซียดูเหมือนเงียบไปนาน มีอะไรจะเสริมไหมครับ

คุณรัสเซีย :ขอพูดบ้างเถอะครับ มันก็จริงอย่างที่คุณว่าถึงแม้ผมจะดูเป็นมิตรกับจีนและศัตรูร่วมกันของเราคือสหรัฐฯ  แต่เราก็มีประเด็นหลายอย่างที่ไว้ใจกันมากไม่ได้นัก นอกจากปัญหาเรื่องพรมแดนที่ขัดแย้งกันมานานแล้ว ผมเองก็ระแวงว่าคุณจีนจะตีท้ายครัวส่งคนเข้าไปแทรกซึมและเข้ายึดครองพื้นที่ซึ่งพลเมืองของผมอยู่กันเบาบางคือแถบตะวันออกไกล  ความจริงผมก็ทำสัญญาเป็นมิตรกับญี่ปุ่นเหมือนกันนะถึงแม้เราจะเคยทำสงครามและมีปัญหาเรื่องหมู่เกาะเหมือนกันแต่กองทัพญี่ปุ่นไม่เคยเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำคนรัสเซียเหมือนจีนหรือเกาหลี   ไม่ว่าอย่างไรก็ตามผมก็จะเป็นมิตรกับคนที่เป็นศัตรูของศัตรูผม เพราะการที่สหรัฐฯ ใช้นโยบายโอบล้อมเอเชียก็เท่ากับว่าเข้ามาประชิดตัวผมเหมือนกัน

คุณสหรัฐฯ :ขอบอกตามตรง ผมเองก็เบื่อคุณรัสเซียเหลือเกินในยุคของเยลต์ซินเราก็เป็นมิตรกันดีๆ อยู่นะ สุดท้ายก็อยากจะกลับมาเป็นใหญ่ทางทหารเหมือนกับตอนเป็นโซเวียต ช่างฝันเฟื่องอยากเป็นเจ้าโลกเหลือเกิน ขอโทษถ้านายปูตินเกิดตายไป ความฝันก็คงสลาย

คุณเกาหลีใต้ :ขอโทษเถอะคะ คุณสหรัฐฯ ก็เหมือนกันนั้นแหละ ตอนนี้เคลียร์ได้หรือยังที่มีคนออกมาแฉว่าองค์กรความมั่นคงแห่งชาติของคุณเที่ยวไปดักฟังโทรศัพท์มือถือของผู้นำประเทศที่เป็นพันธมิตรกับคุณไม่ว่าเยอรมัน ฝรั่งเศส แม้แต่ตัวดิฉันเอง  มหามิตรเค้าทำกันอย่างนี้หรือคะ  หรือว่ายังฝันกลางวันคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าโลกอยู่หรือ

คุณจีน คุณรัสเซียและคุณเกาหลีเหนือปรบมือหัวเราะพร้อมกัน

ผู้ดำเนินรายการ :ตั้งแต่จัดรายการมานี่ผมขอรับว่าครั้งนี้เวียนเฮดจริงๆ ครับ สุดท้ายใครไว้ใจใครไม่ได้เลย พวกคุณไม่เคยคิดจะดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติเหมือนกับเพลง Imagine ของจอห์น เลนนอนเลยหรือไร ขอให้ท่านผู้เข้าร่วมรายการช่วยกันตอบหน่อยครับ

คุณสหรัฐฯ :อย่าซีเรียสเลยครับ โลกก็เป็นเช่นนี้แหละ ต่อให้อ้างอุดมการณ์ เชิดชูอุดมการณ์ราวกับคนบ้าอย่างไรก็สู้ผลประโยชน์ของตัวเองหรือผลประโยชน์ของชาติไม่ได้ดังสุภาษิตที่พูดกันจนโหลก็คือไม่มิตรแท้และศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์ของเราที่เป็นนิรันดร

คุณรัสเซีย :งั้นคุณสหรัฐฯ ก็เลิกยกหางตัวเองว่าเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรม ปกป้องประชาธิปไตยและยัดเหยียด ความเป็นผู้ร้ายให้กับคนอื่นได้แล้วสิครับ

คุณสหรัฐฯ :ไม่ได้หรอกครับ  ผลประโยชน์กับความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ มันมาถึงขนาดนี้แล้วจะเลิกอ้างความเป็นคนดีมีคุณธรรมก็คงไม่ได้ ยิ่งตอนนี้เดิมพันของเราสูงมาก เพราะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจใหม่โดยมุ่งเน้นที่เอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ถึงแม้ใครบางคนจะไม่ชอบเราโดยเฉพาะคุณจีน แต่เข้าใจว่าผมคงขายขนมจีบให้กับอีกหลายคนได้อยู่  โดยเฉพาะคนที่เกลียดจีน (หรือพวกที่กำลังเหยียบเรือสองแคมเช่นคุณไทย) ถึงแม้เรื่องการแอบจารกรรมข้อมูลของผมจะทำให้ใครหลายคนหมั่นไส้แต่คอยดูเถอะครับ ไม่นานเราก็จะสามารถกลับมาจูบปากกันได้อีกครั้ง เพราะจริงๆ แล้วพวกที่ประกาศตัวเองว่าหมั่นไส้ผมก็แอบจารกรรมข้อมูลกันเองเหมือนกัน และที่สำคัญด้วยผลประโยชน์ที่ผมจะยื่นให้เพื่อความยิ่งใหญ่ของโลกภายใต้การนำของสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง  (เพลง Star -Spangled Banner ดังแผ่วขึ้นมาประกอบ ไม่รู้ว่าหมอนี่ไปจ้างใครมาเปิดให้)

คุณจีน: รอชาติหน้าเถอะคุณ เดี๋ยวผมทวงหนี้หรือไม่ก็ลดค่าเงินหยวนอีกเลย น้ำตาจะเช็ดหัวเข่า

ภาพตัดไปที่ผู้ดำเนินรายการซึ่งกำลังจะอ้าปากแต่ บทสนทนาสิ้นสุดลงเท่านี้เพราะผู้เขียนตื่นจากความฝันพอดี
 

 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์