ศาล รธน.นัด 20 พ.ย. อ่านคำวินิจฉัย 'แก้ไข รธน.ที่มา ส.ว.' ล้มล้างการปกครองหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนกรณีสมาชิกรัฐสภายื่นคำร้องว่า การแก้ไข รธน. ที่มา ส.ว. ให้มาจากการเลือกตั้ง ขัดมาตรา 68 ล้มล้างการปกครองฯ หรือไม่ โดยให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องยื่นคำแถลงปิดคดีภายใน 7 วัน และจะนัดอ่านคำวินิจฉัย 20 พ.ย. นี้

9 พ.ย. 2556 - เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.)  สำนักข่าวแห่งชาติ รายงานว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนคู่กรณีตามคำร้องขอให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสมาชิกวุฒิสภา กรณีสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ กับพวก 312 คน เข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่ ตามที่มีสมาชิกรัฐสภาร้องให้วินิจฉัย มีนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คนใหม่ ที่เข้าถวายสัตย์เมื่อ 6 พ.ย. ออกนั่งบัลลังก์ด้วย

โดยพยานและผู้ร้องเดินทางมาให้ปากคำทั้งสิ้น 10 ปากประกอบด้วย 1.พล.อ.สมเจตน์  บุญถนอม วุฒิสมาชิก 2.นายวิรัตน์  กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ 3.น.ส.รสนา โตสิตระกูล วุฒิสมาชิก 4.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 5.นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา 6.นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ วุฒิสมาชิก 7.น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ 8.นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ วุฒิสมาชิก 9.นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ 10.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ผู้ถูกร้อง คือนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา และสมาชิกรัฐสภารวม 312 คน ไม่ได้มาให้ปากคำ มีเพียงนายสุรเดช จิรัฐติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี ผู้ถูกร้องลำดับที่ 293 ได้ส่งนายปฎิพล อากาศ ทนายความเข้าไต่สวน ส่วนบุคคลอื่น ไม่เข้าไต่สวน เนื่องจากไม่ได้ยื่นบัญชีพยานขอเข้ารับการไต่สวนในช่วงเวลาที่คณะตุลาการ รธน. กำหนดให้ยื่น

โดยศาลได้อนุญาตให้ผู้ที่เข้าเบิกความชี้แจงเพิ่มเติม จากบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง ความเห็นของพยานบุคคล และเอกสารหลักฐานตามคำร้องที่ได้ยื่นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเนื้อหาที่สมาชิกสรรหา และ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หยิบยกขึ้นชี้แจงว่า กระบวนการพิจารณาของสภาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตัดสิทธิ์การอภิปรายของสมาชิก และรวบรัดการลงมติ รวมถึงได้นำคลิปภาพการประชุมในช่วงลงมติประกอบการชี้แจงยืนยันมีกระบวนการกดบัตรแทนกัน

ขณะที่นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนางอัจฉรา จูยืนยง ผู้อำนวยการกลุ่มโสตนูปกรณ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะพยานที่ศาลเรียก ได้ชี้แจงยืนยันว่า ร่างที่พิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎร เป็นร่างเดียวกับที่ส่งไปพิจารณาในชั้นวุฒิสภา ส่วนการเสียบบัตรแทนกัน ไม่ทราบว่ามีการใช้สิทธิเสียบแทนกัน แต่พอปรากฎเป็นข่าว ทางประธานรัฐสภา ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป

หลังใช้เวลาไต่สวนกว่า 5 ชั่วโมง นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งให้ผู้ร้องและพยานได้รับทราบว่า ศาลพิจารณาพยานหลักฐานจากการไต่สวนแล้วเห็นว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะมีคำวินิจฉัย จึงงดไต่สวนพยานที่เหลือ โดยให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วันนับจากวันนี้ หากไม่ยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่าไม่ติดใจ คดีเป็นอันเสร็จสิ้นสุดการพิจารณา โดยศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2556 เวลา 11.00 น.

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์