การนิรโทษกรรมในมุมมองของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยย้ำการนิรโทษกรรมจะต้องไม่สร้างวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด (Impunity) เรียกร้องให้ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และต้องมีการไต่สวนที่เป็นธรรม

9 พ.ย. 2556 - นายสมชาย หอมลออ ประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวถึงการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่กำลังเป็นที่จับตาอย่างเคลือบแคลงจากสังคมอยู่ในขณะนี้ว่า การนิรโทษกรรมที่เกิดขึ้นจะต้องนำไปสู่การปรองดองที่แท้จริงและยั่งยืน ไม่ใช่เป็นกฎหมายที่สร้างความขัดแย้ง จะต้องแก้ไขปัญหาหลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และต้องมีการพิจารณาว่าความผิดแบบไหนควรได้รับการนิรโทษกรรม หรือบางความผิดจะต้องมีการนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข

“การนิรโทษกรรมจะต้องไม่ปล่อยคนผิดลอยนวล ในคดีความผิดอาชญากรรมร้ายแรง เช่นการฆ่าคน หรือการทำร้ายร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด ควรจะต้องรับผิด ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือถ้าจะมีการนิรโทษกรรมก็ต้องมีการทำอย่างมีเงื่อนไข”

นางสาวปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่านับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมาประเทศไทยมีการใช้กฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้วทั้งสิ้น 22 ฉบับ ทุกฉบับต่างยกความผิดให้กับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง โดยไม่มีการนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีเพียง 3 ฉบับเท่านั้นที่ประชาชนและผู้ชุมนุมได้รับประโยชน์ด้วย นั่นคือจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519 และพฤษภาทมิฬ  2535ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

หลายประเทศที่ดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้ง การนิรโทษกรรมเป็นเพียงหนึ่งในกระบวนการต่างๆ ที่อาจเลือกมาใช้ประกอบ เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น กระบวนการที่สำคัญเพื่อสร้างความยุติธรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านที่จะต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนอีกในอนาคต โดยแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ทำความผิดจะไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของกฎหมายไปได้ และเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อด้วย  การสืบค้นหาความจริง การเยียวยาให้เหยื่อ ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเงินเท่านั้น ต้องทำให้ญาติเหยื่อสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เป็นปกติ และนแสดงออกอย่างเป็นทางการว่ารัฐตระหนักรับรู้ถึงความเจ็บปวดสูญเสียที่เหยื่อและญาติได้รับ การปฏิรูปสถาบันและองค์กรที่มีส่วนทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน การไม่ให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดสิทธิมนุษยชนกลับมามีอำนาจในการบริหารประเทศต่อไป ซึ่งเป็นบทลงโทษหนึ่งที่เยอรมันตะวันออกได้นำมาใช้ ส่วนการนิรโทษกรรม เป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะนำมาใช้ เพราะยังมีข้อถกเถียงกันอยู่มาก และต้องทำอย่างมีเงื่อนไขและไม่เหมารวมให้กับทุกฝ่าย

“การนิรโทษกรรมอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้าย และต้องทำอย่างมีเงื่อนไขไม่เหมารวม เพราะการนิรโทษกรรมแบบเหมารวมให้กับทุกฝ่ายโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นสิ่งที่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังทำให้คุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเหยื่อลดลงด้วย เพราะรัฐไม่สามารถคืนความยุติธรรมให้กับพวกเขาได้ การนิรโทษกรรมที่ผ่านมานำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดให้กับผู้มีอำนาจทั้งทางการเมืองและกฎหมาย ส่งผลให้ไม่มีการยับยั้งชั่งใจ เพราะเชื่อว่าจะมีกฎหมายมายกโทษ และประชาชนจะลืมเลือนเรื่องราวร้าย ๆ ไปในที่สุด”

การจัดการความขัดแย้งในช่วงเปลี่ยนผ่านรของประเทศแอฟริกาใต้ได้รับการศึกษาอย่างมาก หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งกันเป็นเวลาหลายสิบ  ปี ระหว่างคนผิวสีกับคนผิวขาว ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อค้นหาความจริง นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดโดยผู้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนต้องรับสารภาพ และเขียนคำร้อง เพื่อเป็นการแสดงความร่วมมือในการให้ข้อเท็จจริง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับการนิรโทษ เพราะจะต้องให้เหมาะสมกับความผิดที่พวกเขาได้กระทำลงไปด้วย รวมทั้งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างเต็มที่  แสดงให้เห็นว่ากระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเดินหน้าควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ มิใช่การนิรโทษกรรมแบบเหมารวมโดยไร้เงื่อนไข

“แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าการนิรโทษกรรมนั้นไม่ควรให้กับผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เพราะถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมซ้ำต่อครอบครัวของเหยื่อ แต่ควรจะมีการปล่อยตัว (นิรโทษกรรม) นักโทษทางความคิด ผู้ซึ่งได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความรุนแรงและความเกลี่ยดชัง ซึ่งรวมถึงผู้ต้องขังในคดีความผิดจากมาตรา 112 ด้วย”

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์