Give Peace A Chance ขอโอกาสให้แก่ความสงบสุขด้วยครับ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เหตุการณ์การรวมใจชาวไทย ร่วมกันแสดงพลังไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ไร้เหตุผล ไร้หลักการ ของเหล่าผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศ ตลอดสิบวันที่ผ่านมา เป็นเรื่องดีที่ไม่เกิดมาในประเทศนี้มานานแล้ว ฉันทามติที่เกิดขึ้นมีพลังยิ่งใหญ่ จนผมแน่ใจได้เลยว่า เรื่องนี้ ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้อีก พ.ร.บ.อย่างนี้จะไม่มีขึ้นได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ จะจันทร์นี้ จะอีกร้อยแปดสิบวัน หรือแม้หลังจากนั้น

ผลโพลที่ออกมา ว่าประชาชนกว่าร้อยละ80 ไม่เห็นด้วยกับการสับขาหลอกครั้งนี้ นับเป็น"ความเห็นพ้อง"ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ แถมม็อบที่เกิดขึ้นทุกหนแห่ง ทั้งม็อบถาวรสองแห่ง(อุรุพงษ์ กับ สามเสน ที่ภายหลังมีย้ายถิ่น ย้ายที่) กับม็อบเป่านกหวีด ที่เกิดขึ้นชั่วคราว โดยกลุ่มคนหลายหมู่ หลายเหล่า ต่างๆสถาบัน ส่งเสียงประสานไปในทางเดียวกันทั้งสิ้นคือ "พวกเราไม่เอา พรบ.ซังกะบ๊วย อย่างนี้" ถึงแม้ท่านจะมีเสียงท่วมท้นล้นสภาฯ แต่จะมามั่ว มาปล้นความชอบธรรมไปดื้อๆนั้นอย่าหวัง อย่าคิดว่าคนเขาจะอยู่เฉยๆ

ถึงวันนี้.... เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาล พรรคเพื่อไทย แถมพรรคร่วมอีกทั้งหมด ได้ยอมตบหน้า ตบปากตัวเอง  กลับลำ กลับหลังหัน....จากเมื่อสิบวันก่อน นั่งยันยืนยันว่า "ความปรองดอง" จำเป็นต้องมี ลงมติตีสี่ ผ่าน พรบ.ที่มีหมกเม็ดเหมาเข่ง มาวันนี้..กลายเป็นว่าเอาหัวโขกพื้น ให้สัตย์สาบาน สัตยาบันพร้อมเพรียงสี่พรรคร่วม ไม่เอา"เหมาเข่ง" ที่เคยหลง เอาเป็นว่า"ขอโทษที" ขอกลับมาร่วมวง นับหนึ่งใหม่ (ดีที่ไม่โทษ"ไอ้ปื๊ด"มาทำไขว้เขว) ก็แหม จำนำข้าวฤดูใหม่ แก้น้ำ 3.5 แสนล้าน ขนส่ง 2 ล้านๆ พวกผมยังไม่ได้เริ่มเบิกเริ่มทำเลย (นี่ได้ข่าวว่าจะมีใบอนุญาติโรงงานน้ำตาล ล็อตมโหฬารที่ กท.อุตฯกำลังปั้นอยู่ เพิ่งเป็นรูปเป็นร่าง จะให้เลิกกลางคันได้อย่างไร)

ที่น่าสงสาร...กลายเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน "ภูมิใจไทย"ของท่าน อนุทิน ชาญวีระกุล ตอนโหวตพรบ. เค้าพยักหน้าให้...รีบลงมติสนับสนุน หวังเลียเต็มที่ สอพลอหวังให้เมตตา เรียกกลับร่วมโต๊ะซะที ตอนเค้าเลิก รวมกันประกาศร่วมให้สัตยาบันเปลี่ยนเป็น"ไม่เอาเหมาเข่ง" เค้ากลับไม่เรียก ...มาวันนี้ เลยเคว้งคว้าง เหลือเพียงพรรคเดียวที่ยังสนับสนุนเหมาเข่งอยู่ วันจันทร์นี้ น่ากลัวต้องเดือดร้อน"คุณหนู" ต้องออกประกาศตามเพื่อนแบบ ไปไหนไปด้วย จุดยืนมั่นคง คือ "เดินตามตูดท่าน" ให้ไปไหน ซ้ายขวา บอกมาเถอะ ..อดอยากจะแย่อยู่แล้วครับ

มาถึงตอนนี้...เรื่อง พรบ.หมกเม็ด เหมาเข่ง ลักหลับ อันนี้น่าจะจบ เอวังแน่นอน ชัยชนะเป็นของประชาชน แล้วถามว่า ...ม็อบที่กว่าจะปลุกขึ้นมาได้ ทั้งสองม็อบจะเอาอย่างไร

ในความเห็นตรงไปตรงมาของผม.... ม็อบก็ควรจะเลิก เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะชุมนุมกันไปเอาอะไร การจะเปลี่ยนเป้าประสงค์ ดูจะไม่มีเหตุผลพอเพียง และยากที่จะบรรลุเป้าหมาย สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง หรือที่จะแย่สุด ก็คือ ฝ่ายรัฐ ฝ่ายเสื้อแดง ที่ชำนาญการม็อบไม่แพ้กัน (หรือน่าจะยิ่งกว่าหลายขุมอยู่...โดยเฉพาะการทำให้รุนแรง ยอมสละชีวิตพวกหางแถว เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามต้องกลายเป็น"ผู้ฆ่าคน") ปลุกระดมผู้คนออกมาปะทะกัน กลายเป็น"สงครามกลางเมือง"เละไปทั่ว

ขอเรียนฝ่ายที่ต่อต้าน อดีตนายกฯทักษิณ ว่า ในความเห็นของผม พอกฎหมายอย่างนี้ออกไม่ได้ และแทบไม่มีโอกาสที่จะออกได้ (เพราะถ้าจะออกอีก...จะเมื่อไหร่ก็ตาม ก็จะมีคนเป็นล้าน ออกมาเป่าหวีด ปรี๊ดๆแก้วหูแตกทั้งสภาอีกอย่างแน่นอน) การที่ท่านทักษิณจะกลับมาได้ในเร็ววันเป็นอันพับไป แต่ถ้าท่านไม่เลิกแล้วนำไปสู่เหตุการณ์วุ่นวาย นองเลือด อาจทำให้เป็นสถานการณ์พิเศษ ที่ทำให้"อัศวิน"(ของบางกลุ่ม บางพวก)จะได้กลับมา แถมอย่างที่ผมเคยบอกหลายครั้ง สงครามกลางเมืองจะทำให้อนาคตประเทศสูญหายไปได้เป็นครึ่ง เป็นค่อนศตวรรษ ไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย

การที่ม็อบจะยังอยู่. จะเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ลาออก หรือ ยุบสภา นั้น ผมเห็นว่า ยากที่จะเกิดผล เพราะทั้งสองอย่างนั้น เป็นสิทธิตามกฎหมายของ นายกฯ (ท่านอาจถามว่าจะให้ ยุบสภา ไปทำไม) ในเมื่อเราแสดงเจตนาไปแล้ว ก็เป็นเรื่องของท่านที่จะพิจารณา แม้คราวที่แล้วที่ม็อบกดดัน รุนแรงจนคนตายเยอะแยะ ขนาดนายกฯร้องไห้ทั้งคืน ยังทำได้แค่สัญญาว่า "จะยุบสภาเมื่อสมควร" ดังนั้นถ้าใครยังลากม็อบต่อ ผมจะชักสงสัยว่า ท่านต้องการความรุนแรงไปเพื่ออะไร (และรุนแรงทีไร ไม่เห็นแกนนำจะบาดเจ็บล้มตายนี่ครับ ...ยกเว้น เสธ.ใจกล้า ที่พลาดท่าย่ามใจ)

การที่ม็อบจะยังอยู่ถึงวันจันทร์ เป็นเรื่องที่พอรับได้ ถ้าหลังจากวุฒิสภามีมติ ไม่รับ พ.ร.บ. ถ้าไม่มีพลิกล็อก (พลิกยากครับ ก็วุฒิสมาชิกที่ดีมีวิจารณญาน คงต้องคว่ำกฎหมายนี้อยู่แล้ว และวุฒิที่สั่งได้(ถ้ามี) ก็ได้รับคำสั่งไปแล้วนี่) หลังจากนั้น การชุมนุมก็ควรยุติ ม็อบควรสลายตัวได้ ถ้าเขาเอาเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม เราค่อยระดมกันใหม่ ผมเชื่อว่าจุดติดแน่นอน(คราวนี้จะไปร่วมแถวหน้าเลย) เพราะถ้าจุดไม่ติด การจะยืดเยื้อม็อบไป ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ตาม ย่อมไม่เกิดผลอยู่ดี

สิ่งเดียวที่ผมอยากให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก จากการชุมนุมคราวนี้ ก็คือ ยังอยากให้หาวันที่เหมาะๆ ของทุกเดือน (เช่น ทุกวันพุธที่สามของเดือน) ให้ประชาชน นัดกันเวลาเดิม 12:34 น. มาเป่านกหวีดกันให้ล้นหลาม เพื่อแสดง สัญญลักษณ์ เจตนารมณ์ "เราไม่รับ ไม่เอา คอร์รัปชั่น กันอีกแล้ว"

จริงอยู่..."คอร์รัปชั่น"ไม่มีทางที่จะปราบได้บนท้องถนน แต่ถ้า ฉันทามติ เกิดจากมวลชนทั้งประเทศ ในที่สุด การดำเนินการ ป้องกัน ปราบปราม สร้างระบบนิเวศน์ที่ปลอดคอร์รัปชั่น ก็เป็นความหวังที่จะเป็นจริงได้ และเมื่อปราศจากการโกง บ้านเมืองก็จะเข้ารูป มีความสุขสงบ เจริญก้าวหน้าด้วยดี

เราควรเลิกม็อบ แต่จะยังคงต่อสู้กับ "การโกงเมือง กินเมือง" อย่างเข้มแข็งต่อไปครับ

All We Are Saying Is "Give Peace A Chance" .....by John Lennon

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์