ศาลสั่งไม่ทราบใครยิงจ่าอากาศประจำสีลมช่วงกระชับแดง17 พ.ค.53

ศาลสั่งจ่าอากาศเอกประจำดาดฟ้าซีพีทาวเวอร์ สีลม ช่วงกระชับพื้นที่เสื้อแดง ตายด้วยกระสุนภายในรถยนต์กระบะบนถนนสีลมใกล้จุดประจำการคืน 17 พ.ค.โดยไม่ทราบใครเป็นผู้ยิง ไต่สวนการตาย ‘นรินทร์ ศรีชมภู’ เหยือกระสุน 19 พ.ค.53

13 พ.ย.2556 ศาลอาญามีคำสั่งในคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพ จ่าอากาศเอก พงศ์ชลิต พิทยานนทกาญจน์ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่าน  โดยจ่าอากาศเอก พงศ์ชลิต ขณะเกิดเหตุสังกัดกรมปฏิบัติการพิเศษ กองทัพอากาศ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ประจำอยู่ดาดฟ้าของอาคารซีพีทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนสีลม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2553 ช่วงกระชับพื้นที่การชุมนุมของเสื้อแดงโดยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และถูกยิงเสียชีวิตคืนวันที่ 17 พ.ค.2553

โดยศาลสั่งว่าผู้ตาย ตายภายในรถยนต์กระบะบนถนนสีลมใกล้เคียงอาคารซีพีทาวเวอร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2553 เวลา 1 นาฬิกาเศษ เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือ ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศรีษะโดยระสุนทำลายเนื้อสมองสืบเนื่องจากถูกคนร้ายซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดใช้อาวุธปืนยิงขณะผู้ตายปฏิบัติภารกิจขับรถยนต์กระบะจากอาคารซีพีทาวเวอร์ไปยังซอยสีลม 3

ไต่สวนการตาย ‘นรินทร์ ศรีชมภู’

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลไต่สวนคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายนรินทร์ ศรีชมภู ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณทางเท้าหน้าคอนโดมิเนียมบ้านราชดำริ ถนนราชดำริ ใกล้แยกสารสิน กทม. ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553

โดยมี พ.ต.ท.วัชรัศมิ์  เฉลิมสุขสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ  สถาบันนิติวิทยาศาสตร์  กระทรวงยุติธรรม เบิกความว่า ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้เข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุที่บริเวณถนนราชดำริสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มกรทคม 2554 ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2555 โดยในการตรวจสถานที่เกิดเหตุมีพนักงานสอบสวนจากรมสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเดียวกันอีกหลายคนเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุได้ให้นายภัสพล ไชยพงษ์ เข้าชี้จุดเกิดเหตุที่เขาถูกยิงได้รับบาดเจ็บขณะที่เขาหลบอยู่หลังต้นไม้บริเวณหน้าคอนโดบ้านราชดำริ  พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ ได้ทำการตรวจถนนราชดำริทั้งฝั่งมุ่งหน้าราชประสงค์และฝั่งมุ่งหน้าแยกราชดำริ(สารสิน)  ในฝั่งถนนมุ่งหน้าแยกราชดำริ พบรอยกระสุน 3 แห่ง คือบริเวณหน้าอาคาร UHM หน้าคอนโดบ้านราชดำริ และราชดำริเซนแกลอรี่  ส่วนในฝั่งมุ่งหน้าแยกราชประสงค์ พบรอยกระสุนไม่ต่ำกว่า 10 รอย ที่บริเวณหน้าศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และหน้ากรีฑาสโมสร  โดยรอยกระสุนที่พบทั้งสองฝั่งถนนมีวิถีกระสุนมาจากด้านแยกราชดำริมุ่งไปทางแยกราชประสงค์  ระดับความสูงของรอยกระสุนมีตั้งแต่สูงไม่ถึงเมตรจนถึง 2 เมตรขึ้นไป   ซึ่งนายภัสพลที่ถูกยิงมีความสูงใกล้เคียงกับเขาที่มีความสูง 169 เมตร

พ.ต.ท.วัชรัศมิ์  เบิกความต่อว่า ทางดีเอสไอได้นำภาพถ่ายนายนรินทร์ ผู้เสียชีวิต คือคนที่สวมเสื้อสีขาวในภาพถ่ายและเขาได้ดูภาพเคลื่อนไหวด้วย ซึ่งเห็นบาดแผลที่ศีรษะ บาดแผลมีทิศทางจากหน้าไปหลัง  แต่บอกทิศทางการยิงไม่ได้เนื่องเขาไม่เห็นว่าขณะถูกยิงนายนรินทร์หันหน้าไปทางไหนทำให้จำลองหาวิถีกระสุนไม่ได้  ส่วนรอยกระสุนที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุไม่สามารถบอกได้ว่ากระสุนมีขนาดเท่าไหร่  ไม่พบเศษโลหะหรือเศษกระสุนในที่เกิดเหตุ

พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เบิกความด้วยว่านอกจากกรณีของนายนรินทร์ ยังได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุกรณีการเสียชีวิตอื่นๆ ในบริเวณเดียวกัน ได้แก่ นายถวิล คำมูล นายฟาบิโอ โปเลงกี ด้วย

ส่วนรอยกระสุนที่พบใกล้กับจุดที่นายนรินทร์ถูกยิงอยู่ที่บริเวณต้นไม้ด้านหน้าอาคารคอนโดบ้านราชดำริและเสาไฟฟ้าก่อนถึงต้นไม้  โดยทั้งสามรอยสีทิศทางจากแยกราชดำริไปทางแยกราชประสงค์  เป็นการยิงแนวระนาบจากบนพื้นดิน ซึ่งสอดคล้องกับตำแหน่งบาดแผลที่คอของนายภัสพลและบาดแผลที่ศีรษะด้านหน้าขวาของนายนรินทร์

พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เบิกด้วยว่าจุดที่ผู้ตายถูกยิงห่างจากจุดที่นายถวิลถูกยิงบริเวณข้างสวนลุมพินีใกล้แยกศาลาแดงประมาณ 100 เมตร และผู้ตายถูกยิงใกล้จุดที่ฟาบิโอถูกยิง

ภายหลังพยานเบิกความเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 13 พ.ย. เวลา 09.00 น.

จุดที่นรินทร์ถูกยิงบริเวณหน้าคอนโดหน้าบ้านราชดำริ ถนนราชดำริ (คลิกดูแผนที่)