'สุเทพ' ประกาศยึดนครบาลให้ได้ในวันพรุ่งนี้ และจะเล่นบทพระเอก

สุเทพ เทือกสุบรรณ ชวน ขรก.-นักการเมืองเปลี่ยนข้างก่อนสายเกินไป ลั่น 3 ธ.ค. จะยึด บช.น. ให้ได้แบบอหิงสา "เพราะเกิดมาเป็นพระเอก ไม่ใช่ผู้ร้าย" เตือน ผบ.สตช. ถ้าไม่เปลี่ยนข้างจะเป็นเป้าหมายต่อไป ลั่นจะต่อสู้จนกว่าจะขจัดทุนสามานย์ ไม่ฟังเสียง'พวกโลกสวย'ด่าว่า ย้ำไม่มีพื้นที่ให้คนกลาง-จะต้องเลือกข้างอยู่กับความดีหรือความชั่ว

การแถลงของสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายทีวี

 

2 ธ.ค. 2556 - บรรยากาศการชุมนุม "ขจัดระบอบทักษิณ" ในช่วงค่ำวันนี้ (2 ธ.ค.) นี้นั้น ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเวลา 19.00 น. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ปราศรัยว่า ผู้ชุมนุมตัดสินใจมาถึงขั้นนี้แล้วจะไม่ถอยเด็ดขาดต้องเดินหน้า จะต้องสู้ต่อไม่มีทางเลือก ต่อมาศิรินทรา นิยากร ได้ขึ้นร้องเพลง ล้นเกล้าเผ่าไทย และความฝันอันสูงสุด ทำให้ผู้ชุมนุมเฮปรบมือด้วยความดีใจ

ต่อมาที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ในเวลา 20.29 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" หรือ กปปส. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ศูนย์ราชการ โดยได้ขอบคุณที่ผู้ชุมนุมได้ร่วมมือกันปฏิบัติการอย่างเข้มแข็งเมื่อวานและวันนี้

 

สุเทพชี้แจงไปที่ช่องทีวีเพื่อพูดคุยให้สื่อนำเสนอข่าว หากเห็นว่าไปคุกคามก็ขอโทษ ขอรับผิดผู้เดียว

ต่อมาในเวลา 20.29 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" หรือ กปปส. ได้กำลังขึ้นเวทีปราศรัยที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ได้กราบขอบคุณที่ผู้ชุมนุมได้ร่วมมือกันปฏิบัติการอย่างเข้มแข็งเมื่อวานและวันนี้"

ขอให้ข้าราชการหยุดงานต่อไป ยันไปที่สถานีโทรทัศน์ไม่ได้ไปคุกคาม แต่ขอให้ช่วยนำเสนอข่าว "ผมในนามของ เลขาธิการ กปปส. ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องมวลมหาประชาชน ที่ได้ร่วมมือกันปฏิบัติการอย่างเข็มแข็งสองวัน กรอบขอบพระคุณครับ ผลการปฏิบัติการของมวลมหาประชาชน ที่ออกไปปฏิบัติการในแต่ละพื้นที่ด้วยมือเปล่า ไม่มีอาวุธ สันติ สงบ อหิงสา  ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง วันนี้ข้าราชการส่วนใหญ่ก็หยุดราชการ ไม่ไปทำงาน ถนนในกทม ว่างเป็นพิเศษ วันนี้ ซึ่งเราต้องเรียนยืนยันกับข้าราชการเหล่านั้นว่า การนัดหยุดราชการวันนี้เพียงเป็นวันแรก และต้องหยุดต่อไป ไม่เป็นเครื่องมือของระอบทักษิณอีกต่อไป"

สุเทพกล่าวถึงการไปยึดสถานีโทรทัศน์เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า "การไปยึดทีวี มีการวิจารณ์มาก ส่วนใหญ่เป็นพวกมองโลกสวย หาว่าเราไปคุกคามสื่อ สารพัด เลยเถิดไปว่าทำการที่กระทบต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน ผมต้องกราบเรียนว่า ผมเป็นคนชอบพูดความจริง ไม่เสแสร้ง สื่อในไทยป็นสื่อที่ดี มีเสรีภาพ และมีอุดมการณ์ที่จะทำงานเป็นสื่อมวลชน แต่บังเอิญว่า บริษัทแล้วนั้น ที่สื่อสังกัด เป็นธุรกิจ เขาต้องคิดถึงเรื่องกำไรขาดทุน นักข่าวที่ลงมาทำข่าว พอส่งข่าวไปข้างใน เขาก็ตัดทอนข่าวเป็นอีกเรื่องนึง นายทุนก็มีเป้าหมายของตัวเอง มีเป้าที่จะทำกำไร มันจึงเข้าทางระบอบทักษิณ เพราะทางโน้นพร้อมจะให้ผลประโยชน์ไม่อั้นอยู่แล้ว ถ้ารับใช้เขา ความเป็นกลางของสื่อจึงได้เฉไฉออกไป ประชาชนมาชุมนุมกันเป็นล้าน แสดงออกซึ่งจตนรมณ์ชัดเจนว่า ไม่ยอมรับทักษิณอีกต่อไปแล้ว แต่สื่อเสนอข่าวให้จิ๊ดเดียว มีข่าวเฉลิม ยิ่งลักษณ์ จตุพร ยาวเหยียด"

"เราจึงจำเป็นต้องพูดคุยกับสื่อมวลชนเหล่านัน และสื่อที่มีผลต่อการรับรู้ของพี่น้องมากที่สุด คือฟรีทีวี เราจึงจำเป็นต้องเดินทางกันไป พบกับพี่น้องสื่อมวลชนเหล่านั้น ไม่ได้ไปคุกคาม แต่ไปขอให้เสนอข่าวของมวลมหาประชาชนบ้างได้ไหม อย่าปิดหูปิดตาคนทั้งประเทศ และสื่อมวลชนทั้งหลายเป็นพยานได้ เราพูดดีตลอด ไม่ได้แบกไม้แบกกระบองไป ไปขอความเห็นใจ แล้วจะโกรธเคืองอะไรหนักหนา หากท่านมีใจเอื้อเฟื้อ นำเสนอข่าวแถลงข่าวเรา เราก็ตื้นตันใจ กลับบ้านไม่ได้คุกคามอะไรต่อเลย"

"ที่พูดอย่างนี้เพราะผมเข้าใจดี เพราะคนติดยึดเรื่องนี้ ผมขอรับคำตำหนิ ทั้งหมดนี้ผมวางแผนและสั่งการเองคนเดียว เพราะว่าคนอย่างผม โดนมาเยอะแล้ว แถมอีกสักข้อก็ไม่หนักหนาเท่าไหร่ สื่อจะโกรธจะเกลียดไม่ชอบ ก็ขอโทษเถอะ ผมไม่ใช่คนยโส จบงานนี้ผมไม่เป็นนักการเมืองแล้ว หยุดแค่นี้"

 

สู้บนถนนรอบนี้ จะไม่กลับไปเล่นการเมือง และไม่กลับประชาธิปัตย์แล้ว

ตอนหนึ่งสุเทพกล่าวว่า "ผมสู้ในสภามา 35 ปี เห็นว่าการต่อสู้ในระบอบไม่ชนะทุนสามานย์ จึงมาสู้เพื่อพี่น้องประชาชน แพ้ชนะให้มันรู้กันคราวนี้ เมื่อตัดสินใจออกมาสู้บนถนน เคียงข้างพี่น้องทั้งหลาย ไม่คิดกลับไปสู้ในสภาอีกแล้ว เพราะไม่ต้องการให้ใครครหาว่าแพ้ในสภา ไปตีหัวข้างนอก แล้วไปเล่นในสภาอีก คนอย่างกำนันสุเทพ ไม่ทำอย่างนั้น"

"แล้วจะได้เบ็ดเสร็จกันเสียทีว่า เมื่อตัดสินใจออกมาทำงานให้พี่น้องประชาชนคราวนี้ ก็จะไม่สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์แล้ว"

สุเทพกล่าวอีกครั้งถึงกรณีที่ไปยึดสถานีโทรทัศน์เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า "ถ้าสื่อมวลชนโกรธเคืองแล้วทำให้พวกท่านขุ่นเคืองใจ ผมยอมรับผิด ขอโทษ ขอให้ลงโทษผม ให้เข้าใจว่าผมไม่มีทางเลือกจริงๆ อยากให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศเข้าใจว่า มวลมหาประชาชนสู้กับอะไรอยู่ ถ้าเขาไม่รู้เลย ความทุ่มเทของประชาชนจะกลายเป็นอากาศธาตุ ระบอบทักษิณก็จะอยู่ต่อไป ดังนั้นถ้าท่านจะโกรธก็เข้าใจ เดินหน้ากันแล้ว ไม่ว่ากันอีก"

"แต่ถ้าท่านทั้งหลายที่เป็นสื่อมวลชน มีความเป็นธรรมกับเรา ให้พื้นที่ข่าวเรา เท่าๆ กับที่ให้รัฐบาล ผมจะไม่รบกวน รังควานท่านทั้งหลายต่อไป จะเคารพนับถือท่านที่เป็นสื่อมวลชน ผมขอแค่นี้ครับ"

 

ย้ำให้ข้าราชการต้องเลือกข้าง-ไม่มีเวลาให้คิดนานกว่านี้ และเชื่อว่ากองทัพไม่หนุนรัฐบาลแล้ว

สุเทพกล่าวด้วยว่า "วันนี้มีตัวแปรสองประการที่เกื้อหนุนระบอบทักษิณ คือสื่อมวลชน กับข้าราชการ เราได้พูดเรื่องสื่อมวลชนแล้ว เหลือแต่ข้าราชการ ผมต้องเรียนพี่น้องข้าราชการว่าต้องเลือกข้างได้แล้ว ว่าจะเลือกระบอบทักษิณหรือประชาชน ไม่มีเวลาให้คิดนานมากไปกว่านี้ เมื่อคืนผมก็ได้กราบเรียนพี่น้องว่าได้ไปพบกับคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดคุยกันต่อหน้า ผบ.สามเหล่าทัพ และผมได้กราบเรียนว่า ทหารเขาได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างประเทศไทย"

"ที่พูดอย่างนี้ ส่งสัญญาณอย่างนี้ แต่ยังมีคนวอแว ข้องใจสงสัยอีก แปลผิดแปลถูกผมรับผิดชอบคนเดียวรัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว แต่ยังอ้างว่ามีอำนาจอยู่ อีกคนหนึ่งคือผมคือตัวแทนมวลมหาประชาชน ตัวแทนอำนาจประชาชน คนที่นั่งต่อหน้าเขามีสองคน คนหนึ่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นรัฐบาลที่โมฆะหมดความชอบธรรมแล้ว แต่ยังอ้างว่ามีอำนาจอยู่ อีกคนหนึ่งคือผมซึ่งเป็นตัวแทนมวลมหาประชาชน เป็นตัวแทนอำนาจประชาชน เป็นของจริงอยู่ และจะดำรงอยู่ต่อไป ทหารทั้งหลายควรจะประกาศข้าง และโดยตัวบทกฎหมายเขาควรยืนยันว่าเขาอยู่ข้างรัฐบาล แต่เขาไม่พูดอย่างนั้น เขายืนข้างประเทศ หมายความว่าเขาไม่เอากับคุณยิ่งลักษณ์ ส่วนที่เขาไม่เอากับผม ผมไม่ติดใจ เพราะไม่ประกาศว่าอยู่ข้างผม ผมไม่ติดใจ แค่เขาประกาศว่าอยู่ข้างประเทศไทย ผมก็ชื่นใจแล้ว ผมมั่นใจว่าไม่ว่าเราจะทำอะไรต่อไป ทหารไม่มีวันหันปากกระบอกปืนมาหาประชาชนอย่างเด็ดขาด"

"แปลว่าในการต่อสู้ของมวลมหาประชาชนคราวนี้ เราไม่ต้องกลัวว่าทหารจะเป็นเครื่องมือของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มาปราบปรามพวกเรา กล้าเอาหัวเป็นประกัน จากการตีความสนทนาที่ว่านั้น ทหารไม่ปราบปรามประชาชนแน่นอน"

 

แต่ที่ยิ่งลักษณ์อยู่ได้ เพราะยังมีตำรวจค้ำจุน ดังนั้นต้องยึดนครบาลให้ได้พรุ่งนี้

สุเทพปราศรัยต่อไปโดยเขาเชื่อว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์มีตำรวจสนับสนุน "แต่ที่ยิ่งลักษณ์ดื้อรั้นได้วันนี้ ก็คือตำรวจ "มหาต๋า" ผมเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลตำรวจ ตำรวจส่วนใหญ่เป็นคนดี มีส่วนน้อยที่เลวมากเลวจัด เลวทุกวัน ตำรวจพวกนี้ที่สร้างปัญหาพวกนี้ที่ร่วมกับคนเสื้อแดง เสื้อดำ ฆ่านักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวกับนักศึกษาที่เสียชีวิตบาดเจ็บไปแล้ว เสียใจกับตำรวจที่ไม่ดูแลนักศึกษารามคำแหง ตำรวจยิงแก๊สใส่เราทุกวัน สองวันแล้ว ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนมาก ไปหาตำรวจดีๆ ไปพูดกับเขาดีๆ ขอร้องเขาว่าออกมาอยู่ข้างประชาชนอย่ารับใช้ระบอบทักษิณ อย่าเป็นเครื่องมือรัฐบาล คำตอบที่ได้คือแก๊สน้ำตายิงทุกวัน"

"พี่น้องทั้งหลาย ไปให้มันยิงอีก ตัดสินใจแล้วครับพี่น้องครับ มันจะยิงแก๊สน้ำตากี่ลูกก็ตาม ต้องยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ได้ รวมกำลังมวลมหาประชาชนทุกสายพรุ่งนี้ มุ่งไปยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลมาเป็นของประชาชน ให้ตำรวจเห็นว่าประชาชนว่ามือเปล่าอย่างเรา ไม่มีอาวุธ สามารถต่อสู้สมุนทรราชย์ที่ทำกับเราด้วยความรุนแรงและเอาชนะได้ พิสูจน์กันที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลพรุ่งนี้"

 

ลั่นหมดภารกิจขจัดระบอบทักษิณเมื่อไหร่จะไปมอบตัว ไม่หนีคดี

สุเทพอ้างว่ามีการเอาตำรวจมาซ่อนในสนามกอล์ฟใกล้เคียงกับศูนย์ราชการ เพื่อที่จะมาจับแกนนำ โดยเขาท้าว่า "มา ... มาเลย คราวนี้มาเลย อ้างว่าคืนนี้ได้หมายศาลสุเทพ เป็นกบฎ ถือหมายจะมาจับผมคืนนี้ ผมคืนนี้นอนที่นี่ มาจับเลย มาเลย จับได้จับไป ผมเข้าไปสู้คดี แล้วพี่น้องจะลุกขึ้นมาทำแทน ผมอายุ 64 เคยเป็นมาหมดทุกอย่างแล้ว เหลือแต่ยังไม่ได้เป็นนักโทษ แต่จะบอกตำรวจรู้นะ ว่าแม้จะรู้ว่า อาจจะมีโอกาสเป็นนักโทษ ติดคุก แต่คนอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่เหมือนายมึงที่หนีคุกไปต่างประเทศ"

"ถ้ากระเหี้่ยนกระหือรือจะเอาใจใน จะลุยมาจับก็ยินดี ถ้าไม่มาลุยจับ ถ้าผมหมดเรื่องยุ่งในการขจัดระบอบทักษิณ ผมพร้อมไปมอบตัว พิจารณาคดี ไม่หนีข้อหาแน่นอน ผมก็มานึกๆ นะพี่น้อง ตั้งแต่ทำงานต่อสู้กับพี่น้องมา 30 กว่าวัน ผมไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเลย เพราะยึดมั่นในหลักการว่าเราจะต่อสู้สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ ผมยังไม่ได้ข่มขู่ประทุษร้ายใครเลย ไม่ได้บอกจะใช้กำลังประทุษร้าย แต่มันไปพลิกตำราตั้งข้อหากบฎได้ ก็มาสู้คดีกัน"

"ที่จริงเขาตั้งข้อหาเร็วไปหน่อย ผมกะว่าอีกไม่กี่วันจะเผด็จศึก ประกาศชวนพี่น้องทวงคืนอำนาจประชาชนจากรัฐบาลทรราชย์ให้ได้ ที่จริงถ้าอดใจรอวันนั้นก็ได้ตั้งข้อหากบฎอยู่ดี ผมรู้อยู่ว่าผมทำอะไร การจะต่อสู้ให้ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงพัฒนา จะกำจัดระบอบทักษิณถือดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ทุกวันไม่มีวันชนะ ผมรู้อยู่แล้ว จะอาศัยพี่น้องมาเยอะแยะเป็นล้านๆ ทักษิณก็ไม่สะดุ้ง เพราะอยู่ดูไบ นั่งกินข้าว มีนักร้องเมืองไทยไปร้อง มีดาราป้อนข้าว ประชาชนนอนกลางดินกินกลางทราย ไม่เห็นหน้ามันเลย ที่สู้อยู่ลูกสมุนหมาต๋าทั้งนั้น"

 

ถ้าชุมนุมได้รับชนะ ยืนยันว่าจะปฏิรูปโครงสร้างตำรวจด้วย

"เพราะตำรวจลืมไปว่าประชาชนอย่างพวกเรา คือผู้บังคับบัญชาตัวจริง คือนายเขาตัวจริง แต่ตำรวจเลวๆ เหล่านั้นลืม คิดแต่โน่นนายมันนู่น พ่อมันนู่น ทำงานรับใช้ ตัวตายไม่คิด บอกตำรวจไว้เลย ถ้ามวลมหาประชาชนชนะคราวนี้ งานสำคัญการปฏิรูปคือปฏิรูปโครงสร้างตำรวจทั้งประเทศ"

"วันนี้ตำรวจทำตัวเป็นนายประชาชนก็ช่าง ถ้าชัยชนะเป็นของประชาชนเมื่อไหร่ ตำรวจต้องเป็นตำรวจประชาชนไม่มีทางได้เป็นสมุนทรราชย์ได้แล้ว จะจัดโครงสร้างใหม่ ถ้าจะได้ดี ประชาชนให้ ไม่ใช่พี่ให้อย่างทุกวันนี้"

สุเทพโน้มน้าวให้ตำรวจเปลี่ยนใจด้วยว่า "ที่จริงตำรวจดีๆ ควรตัดสินใจมาอยู่ข้างประชาชน เป็นตำรวจดี มีฝีมือ มีคุณธรรม ประชาชนใจกว้างจะสนับสนุนให้เติบโตในหน้าที่ราชการ ผมการันตีแทนประชาชนได้เลย ปรับโครงสร้างตำรวจเสร็จ ต่อไปจะเป็นนายร้อย นายพัน ผู้กำกับ ผู้การ ไม่ต้องวิ่งเต้น ไปต้องเอาเงินไปเซ่นแลกตำแหน่งอีกต่อไป ตำรวจดี ลูกคนจนจะได้เป็นนายพัน นายพลกับเขา ไม่เหมือนทุกวันนี้ ไม่มีเงินซื้อตำแหน่ง ไม่ได้เลื่อนยศ เป็นต้นเหตุให้ตำรวจรีดนา ทาเร้น" โดยสุเทพย้ำว่า "เรื่องนี้จะจบเมื่อเราชนะ"

 

ย้ำตำรวจให้รีบถอดเครื่องแบบมาร่วมกับ กปปส. และพรุ่งนี้จะปลดแอกตำรวจจากระบอบทักษิณ

สุเทพกล่าวด้วยว่า "จึงขอเรียนเชิญชวนตำรวจอีกครั้งหนึ่ง ฟังแล้วคิด สิ่งที่มวลมหาประชาชนเป็นความดี ประโยชน์ต่อชาติ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ถอดเครื่องแบบมารวมอยู่กับมวลมหาประชาชน ถ้าไม่ยอมถอดเครื่องแบบ เราจะไปถอดเอาจนได้พรุ่งนี้ บอกไว้ก่อนไม่ได้ไปด้วยการอาฆาตมาดร้าย ไม่ทุบตี จะไปปลดแอกตำรวจให้พ้นสภาพขี้ข้าระบอบทักษิณมาเป็นตำรวจประชาชนโดยสมบูรณ์แบบ แล้วไม่ต้องใส่ร้ายป้ายสี ได้ยิน พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบ.ชน. อยากยึดตำรวจนครบาลเมื่อไหร่ก็เชิญเลย อยากเผาก็เชิญเลย พี่น้องทั้งหลาย ต้องระวังให้ดี คำรณวิทย์มันตัวร้าย วันนี้ชุมพล จุลใส พาพี่น้องไป บช.น. วันที่สอง และถ้าปฏิบัติการต่ออีก 1 หรือ 2 ชั่วโมงยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้แน่นอน ผมสั่งว่ามันค่ำแล้ว ถอยออกมาก่อน เข้าไปตอนค่ำๆ เกิดพี่น้องจุดไฟเผา แล้วมันจะมาป้ายสีเรา"

"วันนี้ผมจึงสั่งว่า คุณลูกหมี ถอนก่อน พรุ่งนี้ไปใหม่ ไปแต่เช้า ไปเช้าๆ ลงมือแต่เช้า เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่ติดใจกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทานอาหารแต่เช้ามืด เจ็ดโมงออกเดินทาง ขบวนรถพร้อม ไปด้วยกัน แล้วก็ต้องยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาล สักบ่ายสามโมง จะได้เข้าไปตอนค่ำ ลูกน้องคำรณวิทย์เผาไม่ทัน เราก็ไล่ไปให้หมด ที่ต้องไปจัดการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพราะมันมีฤทธิ์มีแรงมาก ประกาศตัวเป็นสมุนรับใช้ระบอบทักษิณ แล้วตำรวจนครบาล จะใช้เป็นเครื่องมือปราบปราม เราต้องไปก่อน ทำให้รู้ว่า ถ้าคิดปราบประชาชน คนมือเปล่าอย่างพวกเราก็ปราบคุณได้เหมือนกัน ทำให้ดู"

 

บอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าไม่รีบเปลี่นใจ ผู้ชุมนุมจะไปเยือนเช่นกัน

สุเทพกล่าวถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่าน ถ.พระราม 1 ว่า "ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ซ้อมมาสองวันแล้ว วันหนึ่งก็ต้องจัดการเหมือนกัน เดี๋ยวดูก่อนว่าพรุ่งนี้มีกำลังขนาดไหน แต่บอกให้ท่าน ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบว่า ถ้าท่านไม่รีบตัดสินใจ ประกาศเข้าข้างประชาชน จำเป็นที่จะต้องเข้าไปในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ต้องการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเครื่องมือระบอบทักษิณอีกต่อไป"

"คือผมเรียนไว้ เครื่องมือที่รัฐบาลใช้ปราบปรามประชาชน เมื่อทหารไม่ยอม ก็มีแต่ตำรวจเท่านั้น เราจึงจำเป็นต้องปฏิบัติการกับตำรวจ เหลือแต่คุณโด่เด่แล้วนะ เราจำเป็นต้องจัดการกับคุณ วันข้างหน้าคุณจะแต่งเครื่องแบบเดินถนนไม่ได้อีกต่อไป คือจำเป็นครับ ต้องให้ตำรวจตระหนักว่าถ้าคุณตั้งตัวเป็นศัตรูประชาชน รับใช้ระบอบทักษิณ คุณไม่สามารถแต่งเครื่องแบบเดินถนนได้แล้ว คุณเจอประชาชนที่ไหน จะเดือดร้อนที่นั่น"

"แล้วอย่าคิดว่าประชาชนจะเป็นอาชญากร ไม่ใช่ เราจะทำอย่างนี้ (เป่านกหวีด) เห็นตำรวจแต่งเครื่องแบบเดินถนนเสร็จงานนี้ ถ้าเขาไม่เข้าข้างประชาชน เราจะเป่านกหวีดตั้งแต่หัวซอย ก้นซอย ออกถนนใหญ่ เป่าทุกแห่ง คือคนถ้าไม่คิดอยู่ข้างมวลมหาประชาชน ต้องเจออย่างนี้ เราจะทำอย่างสันติ อหิงสา แต่บอกให้รู้ว่าคุณเป็นศัตรูประชาชน รับใช้รัฐบาลทรราชย์ เจอเสียงนกหวีดเราให้ประสาทแตกไปเลย"

 

อัดตำรวจไม่ช่วย นศ.รามคำแหง จึงจะต้องจัดการ บช.น. เรียกร้องตำรวจหน่วยอื่นให้รีบเปลี่ยนใจ

สุเทพ ได้ปราศรัยตำหนิตำรวจว่า สงสัยว่าทำไมไม่ไปปกป้องนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ปล่อยให้ถูกฆ่าตาย ทำร้ายบาดเจ็บ ตำรวจนครบาลยิงแก๊สน้ำตาใส่ประชาชนบาดเจ็บ "เราจึงจำเป็นต้องจัดการกองบัญชาการตำรวจนครบาลในวันพรุ่งนี้ บอกให้สื่อเข้าใจเสียด้วย และถ้าตำรวจหน่วยอื่นไม่ว่าภูธรภาค 1 จากค่ายนเรศวร หรืออรินทราช คิดบังอาจจะยกกำลังปราบปรามประชาชน เราจะทำเช่นเดียวกับที่ทำกับตำรวจนครบาล"

"พี่น้องทั้งหลาย นอกจากตำรวจจะต้องตัดสินใจเลือกข้างแล้ว ก็ต้องย้ำกับพี่น้องข้าราชการทั้งหลาย ตัดสินใจได้แล้ว พูดกันไปหมดแล้วปากเปียกปากแฉะ เห็นชัดๆ ว่ารัฐบาลแพ้ประชาชนแน่นอน ไม่งั้นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ดิ้นทั้งวันทั้งคืนแบบขณะนี้"

 

จวกยิ่งลักษณ์ซื้อเวลา ลั่นไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด และจะไม่เจรจาเพราะผู้ชุมนุมไม่ทนระบอบทักษิณแล้ว

สุเทพเล่าถึงการพบกับยิ่งลักษณ์เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. อีกรอบด้วยว่า "เมื่อคืนเจอกับผม ตอบอะไรไม่ได้ บอก 'ขอไปคิดก่อน' ผมรู้ คิดไม่เป็นหรอก สมองนิ่มๆ อย่างเธอคิดเองไม่ได้ คนคิดอยู่ดูไบ วันนี้ออกมาจีบปากจีบคอแถลงการณ์อีกแล้ว สื่อออกหมดทุกช่อง รวมทั้งช่อง 9 ช่อง 11 ไม่ออกแถลงข่าวของเรา จดใส่บัญชีไว้ก่อน เจอสุเทพและมวลมหาประชาชนแน่นอน ที่พูดไม่ได้ข่มขู่นะ แต่อาฆาตไม่ลืมก็แล้วกัน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ออกแถลงการณ์ไม่มีสาระที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศ มีแต่ซื้อเวลาไปวันๆ พูดว่าไงครับ ดิฉันไม่ติดใจ ไม่ติดยึด ยุบสภาก็ได้ ลาออกก็ได้"

"แต่ว่าพวกนี้ใครจะเชื่อมันก็แล้วไป ผมไม่เชื่อ ไม่มีวันที่คนพวกนี้จะรักคนไทย รักประเทศไทย เหมือนพี่น้องประเทศไทยรักคนไทย และรักประเทศไทย"

สุเทพ กล่าวด้วยว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แต่หลอกลวงผู้ชุมนุมไปวันๆ "เมื่อคืนผมไปเจอ ผมถึงบอกว่า มาเพราะเกรงใจ ผบ.สามเหล่าทัพ ไม่ต้องการมาเจรจาอะไรกับนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ผมมาบอกว่าประชาชนเขาไม่ทนกับระบอบทักษิณอีกต่อไปแล้ว ต้องออกไป ผมอยากให้พี่น้องที่เคารพ ตั้งสติให้มั่น คิดให้แน่นอน ว่าที่ออกจากบ้านมานอนกลางดิน กินกลางทราย ตากแดดตากฝน ต้องการอะไร ตอบตัวเองให้ได้ อย่าวอกแวก ผมถามหลายครั้งหลายหน ว่ามาต่อสู้คืออะไร พี่น้องตอบว่าต้องการขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยใช่ไหมพี่น้อง"

"ผมฟังเสียงพี่น้องแบบนี้ไง ถือเป็นลูกยุ ลูกยอ เลยลุยเต็มที่จนกลายเป็นขบถ ผมเรียนกับพี่น้อง ผมเชื่อพี่น้องประชาชนผมมอบหัวใจให้พี่น้องประชาชนไม่มีข้อเคลือบแคลง พี่น้องบอกว่าต้องต่อสู้เพื่อขจัดระบอบทักษิณ ผมเอาชีวิตเดิมพัน ตายเป็นตาย สู้ให้ได้ ให้ประชาชนชนะให้ได้"

 

ถ้ายุบสภา เลือกตั้งใหม่ ระบอบทักษิณจะกลับมาเหมือนเดิม จึงขอยืนหยัด-ไม่ฟังพวกโลกสวย

"และเพราะผมถือว่าเสียงพี่้น้องคือคำสั่งศักดสิทธิ ผมต้องอุทิศตัว จึงจะเดินหน้าต่อสู้ เพราะฉะนั้นถ้าวันสองวันนี้รัฐบาลยุบสภา ผมนำพี่น้องสู้ต่อไปอย่าว่าผมไม่รู้จักพอ เพราะถึงเลือกตั้งใหม่ ซื้อเสียงได้ โกงได้ มันก็กลับมาเป็นรัฐบาลปกครองใหม่ สูบเลือดสูบเนื้อ ปล้นประชาชนต่อไป ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ เป็นวัฏจักรอย่างนี้ เราก็เป็นขี้ข้าต่อไป"

"ผมประกาศไว้เลยครับ ผมยืนหยัดอย่างนี้ไม่ว่าพวกโลกสวยจะด่าอย่างไร ผมฟังเสียงพี่น้อง ถ้าพี่น้องกลับบ้านหมด พอใจไปเลือกตั้ง เหลือผมคนเดียว ผมก็เดินไปเข้าคุก ข้อหากบฎคนเดียว เพราะว่ารัฐบาลนี้เปิดประตูคุกรอผมอยู่แล้ว ด้วยข้อหาเยอะแยะไปหมด เช่นเดียวกันครับ ถ้าอยู่ๆ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ลาออก พี่น้องประชาชนบอกชนะแล้วกลับบ้าน ถึงลาออกมันยังรักษาการณ์เป็นนายกรัฐมนตรีจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ และไม่ใช่รัฐบาลประชาชนแน่นอน"

"ที่น่ากลัวกว่านั้น เมื่อวานหรือวันนี้ผมจำไม่ได้ เขาปลดประชา พรหมนอกออกแล้ว จาก ผอ.ศอ.รส. แล้วตั้งสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็น ผอ.ศอ.รส. ไอ้นี่สายตรงดูไบเลย แล้วบ้าที่สุด เพราะฉะนั้นแม้ยิ่งลักษณ์ลาออกไปต่างประเทศเลย ไอ้สุรพงษ์จะเป็นตัวตายตัวแทน รับคำสั่งมาจัดการกับเราต่อไป พี่น้องจับตาเอาไว้"

 

ลั่นจะลุยให้สุดไม่หยุดกลางทาง และไม่อยากเห็นภาพยิ่งลักษณ์กล่าวนำถวายพระพรฯ

"ผมถึงกราบเรียนพี่น้องว่า ตั้งใจให้มั่น คุมสติตัวเองให้ดี ถามใจตัวเองให้ดี สู้เพื่ออะไร สู้ไปถึงไหน ผมไม่หว่านล้อม ไม่ชักจูงพี่น้องทั้งสิ้น ถ้าพี่น้องให้ผมไปที่สุดผมจะไม่หยุดกลางทาง ให้พี่น้องตัดสินใจเอาเอง ที่ต้องพูดกับพี่น้องเปิดใจกันอย่างนี้ มันกำลังโอบล้อม กดดันให้ผมรับเงื่อนไขรัฐบาล ผมประกาศเลยว่าผมไม่รับ ให้เป็นเรื่องของพี่น้องสั่งผม ผมมีหน้าที่อย่างเดียว รับคำสั่งพี่น้อง แล้วทำให้ดีที่สุด ทำให้ถึงที่สุด เป็นอย่างไรเป็นกัน ผมเดินของผมทะลุทะลวงเรื่อยๆ"

"และพี่น้องทั้งหลายครับ ผมก็ต้องเรียนพี่น้องว่าเคยคิดว่าจะจัดการรัฐบาลนี้ให้สำเร็จให้ได้ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพราะผมเห็นยิ่งลักษณ์กล่าวนำถวายพระพรมันบาดหัวใจผมมาก ผมไม่อยากเห็น แต่ว่าถ้ายังจัดการตำรวจไม่เรียบร้อย วันที่พี่น้องลุกขึ้นทวงอำนาจคืน จะมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายมาก เพราะผมเคยเห็นฤทธิ์เดช จัดการตำรวจให้ราบคาบ เมื่อทหารไม่ยุ่งด้วย ตำรวจหมดแรง เหลือแต่ยิ่งลักษณ์ ไม่รู้ใครเป็นใครกันแน่ ทีนี้แหละ ผมขอถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณบรรดานักเรียน นักศึกษา คุณครูอาจารย์ทุกมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมมือกับมวลมหาประชาชนหยุดการเรียนการสอน หยุดราชการจนกว่าประชาชนจะชนะ"

"และก็ถือโอกาสกราบขอบพระคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวการต่อสู้ของประชาชน ทุกช่อง โดยเฉพาะที่ผมจับตาอยู่คือคุณสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ช่องสาม วันนี้เสนอข่าวดีมาก คนอย่างเราใจนักเลงครับพี่น้อง เมื่อทำไม่ดี เราด่าเขา เวลาเขาทำดี เราก็กล้าชมเขา"

 

จะต่อสู้จนกว่าจะมีประชาธิปไตยที่ไม่มีทุนสามานย์ และย่้ำไม่มีที่ตรงกลาง จะต้องเลือกระหว่างชั่วหรือดี

สุเทพกล่าวว่า กปปส. จะต่อสู้จนกว่าจะมีระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่บริสุทธิ์เป็นประเทศที่มีกษัตริย์เป็นประมุข ไม่มีนายทุนสามาย์ เผด็จการนายทุนมาหากำไรสูบเลือดสูบเนื้อคนไทย มาเถอะครับ รีบมา มาเสียในโอกาสนี้ เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายคนชั่ว กับคนดี ไม่มีที่ตรงกลางให้ท่านยืน ต้องเลือกว่าจะเอาชั่วหรือดี"

สุเทพ ได้เชิญชวนเพื่อนนักการเมืองของเขาให้เลือกข้างด้วย "ขณะนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรคการเมือง เป็นการต่อสู้ระหว่างเผด็จการทรราชย์นายทุน กับประชาชนทั้งประเทศไทย เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายคนชั่วกับฝ่ายคนดีเพราะฉะนั้นไม่มีที่ตรงกลางให้ท่านยืน ต้องเลือกข้างยืนว่าจะเอาชั่วหรือว่าเอาดี บรรดาเพื่อนนักการเมืองทั้งหลาย ทั้งที่เคยร่วมงานกัน ทั้งที่เคยคบค้าสมาคมกัน ผมสุเทพ เทือกสุบรรณขอประกาศว่าถ้าจะคบพวกผม ต้องมาคบแต่ตอนนี้ พ้นกำหนดนี้ไม่ต้องมาคบกันอีกต่อไป"

"ทั้งนี้เป็นโอกาสเดียวที่นักการเมืองจะต้องเลือกข้างดี ช่วยกันคิดอ่านทำบ้านเมืองให้เจริญไม่ต้องลอยตัว คิดเห็นเหมือนกันให้แสดงตัวออกมา ในอนาคตก็คบกันได้ ไม่มาคราวนี้ก็ตัดญาติกัน เพราะคบกันไปก็ไร้ประโยชน์"

"ส่วนตำรวจมาได้แล้วครับ ถ้าท่านแสดงจุดยืนอยู่ข้างประชาชน พิทักษ์รักษาประชาชนให้อยู่รอดปลอดภัย เป็นตำรวจอาชีพให้เปรียบไปถึงพี่น้องข้าราชการตำรวจอื่นๆ มาตั้งแต่ตอนนี้แล้ว"

 

ย้ำกับผู้ชุมนุมจะยึด บช.น. แบบเล่นบทพระเอก และขอให้ กปปส. ในต่างจังหวัดทำงานประสานกัน

"ผมต้องกราบเรียนพี่น้องมวลมหาประชาชนที่รักท่านต่อสู้มาด้วยความอดทน ด้วยความมุ่งมั่น ผมเห็นอยู่ตลอดเวลา เพราะผมกินนอนอยู่กับท่าน ผมอยากให้ท่านรักษาความแน่วแน่มั่นคงในแนวทางต่อสู้ อดทนต่อไป แม้ว่าเราต้องไปปฏิบัติภารกิจที่ยาก ลำบาก ท้าทาย แต่ต้องยึดหลักให้มั่นว่าจะต่อสู้สันติ ไม่มีอาวุธไม่ใช้ความรุนแรง ต้องยึดให้มั่น เพราะผมกลัวถูกยิงแก๊สน้ำตา แล้วอย่าเอาหนังสติ๊กไปยิง ต้องเล่นบทพระเอกนะครับ เพราะเราเกิดมาเป็นพระเอก ไม่ใช่ผู้ร้าย"

"ถือโอกาสกราบเรียนพี่น้องต่างจังหวัดไม่ว่าท่านจะอยู่ในเครือข่ายองค์กรประชาชนหน่วยไหน โปรดรวมตัวกันเป็น กปปส. จังหวัดนั้นๆ เราจะได้ทำงานเชื่อมประสานกัน ท่านเข้าไปควบคุมพื้นที่ศาลากลาง ท่านไปจัดเดินขบวนรอบศาลากลางในตลาดให้ประชาชนตื่นตัวลุกขึ้นร่วมกันต่อต้านระบอบทักษิณ เราจะทำงานประสาน และถ้าเราต่อสู้ได้สำเร็จ เราจะจับมือกันทั้งคนต่างจังหวัด คนกรุงเทพฯ สร้างประเทศด้วยมือของเราในนาม กปปส. ทำงานประสานกันรบระบอบทักษิณทุกหัวระแหง รบทุกแนวจนชนะให้ได้ นี่คือสิ่งที่เราจะทำด้วยกัน"

"ผมขอร่วมแรงร่วมใจกับพี่น้อง แล้วก็ตั้งเป้าอย่างเดียว ชัยชนะของประชาชนและเราจะต้องฉลองชัยชนะด้วยกันให้ได้ในเร็ววันนี้ ไม่นานเกินรอ" สุเทพกล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ภายหลังการปราศรัยของสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง และแกนนำ กปปส. ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมตั้งขบวนแต่เช้าเพื่อนัดหมายเคลื่อนไป บช.น. ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ของวันที่ 3 ธ.ค. 56 และให้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตาจากเจ้าหน้าที่ด้วย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์