จดหมายรักถึงอั้ม เนโกะ: พรมแดนระหว่างเสรีภาพและอนาธิปไตย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เห็นที่น้อง Aum Neko เขียนสาส์นถึงอธิการ (ดูที่ http://prachatai.com) ผมก็อยากแลกเปลี่ยนไปถึงถึงน้องอั้มด้วยเช่นกัน ในฐานะที่(ผมคิดเอาเองว่า)เราสนิทกันในระดับหนึ่ง และมีความคิดที่เหมือนกันในหลายๆเรื่องแน่ๆ

ผมเข้าใจแนวคิดเบื้องหลัง หรืออุดมการณ์ของการทำกิจกรรมการเมืองในลักษณะดื้อแพ่งหรือเชิงสัญลักษณ์แบบนี้ว่ามีเจตนาดี ผมเข้าใจแนวคิดที่ต้องการรื้อสร้างค่านิยมบางอย่างกับสังคม หรืออย่างน้อยทำให้เกิดการตระหนักรู้ ในขณะเดียวกัน ผมเห็นด้วยกับThammachart Kri-aksorn และขอก๊อปมาให้อ่านอีกรอบ

"สิ่งที่ต้องตระหนักคือปัจเจกไม่ใช่พระเจ้าแม้ว่าอุดมการณ์ที่คุณกำลังยึดถือจะสอนให้เป็นอย่างนั้น ในการดำเนินกลยุทธ์กิจกรรมทางการเมือง ผมพูดมาหลายครั้งแล้ว ต้องไตร่ตรองว่าคุณคาดหวังให้กลุ่มเป้าหมายแบบไหนฟัง คุณต้องคิดด้วยว่าคุณจะโน้มน้าวเขาอย่างไร คุณก็ต้องปรับสารให้คนที่คุณฟังรับคุณให้ได้นะครับ

ไม่ใช่ว่ากรูจะทำอะไรก็ทำ กรูเป็นปัจเจก ถ้าอย่างงั้นทำไปก็มีแต่คนด่า แม้แต่คนในขบวนการก็เพิกเฉยเสียเอง กลายเป็น "ปัจเจกในอุดมคติ" คือมีชีวิตคนเดียวแบบเหงา ๆ ไปตามระเบียบ โดยไม่เหลือพลังทางการเมืองอะไรในการโน้มน้าวปัจเจกคนอื่น ๆ"

ในสาส์น(หรืออาจเรียกได้ว่าคำประกาศ)นั้น ผมเข้าใจที่น้องอั้มพยายามจะรื้อสร้างความหมายของธงชาติ หรือชาตินิยมหรืออะไรก็ตาม แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับการดึงธงชาติลงมาสักเท่าไร ผมคิดว่ามันมีอีกหลายวิธีที่ดีกว่านี้มากๆในการสื่อสาร ให้ตรงประเด็น เช่นการนำรูปที่อีกฝ่ายนำธงชาติมาตีคนอื่น มาชี้ประเด็น(อย่างที่ยกเหตุผลมาในสาส์น) ผมว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำ และจะเป็นสาส์นที่น่าฟังกว่ามาก

ประเด็นที่สองคือ เห็นน้องอั้มพูดเรื่องอนาธิปไตย ผมกำลังจะเขียนเรื่องนี้พอดีว่า ผมคิดว่าการกระทำแบบนี้ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นอนาธิปไตยได้เช่นเดียวกัน และเราควรแยกระหว่างอนาธิปไตย และประชาธิปไตย ออกจากกัน core หลักของ อนาธิปไตยคือการวางแผนทำลายล้างระเบียบของสังคม เพื่อให้เกิดความดีตามธรรมชาติ (natural goodness) ในขณะเดียวกัน ประชาธิปไตย ไม่ได้หวังทำลายระเบียบปฎิบัติของสังคม หากเป็นการหาหนทางให้อยู่ร่วมกันได้โดยไม่ขัดกับความประสงค์ของมหาชน และถึงแม้ว่าประชาธิปไตยจะยืนอยู่บนหลักของเสรีภาพ แต่ในทุกๆสังคมก็ต้องมีการตกลงความหมายร่วมกัน ว่าเสรีภาพควรมีมากน้อยเพียงใด ชาติหนึ่ง ชุมชนหนึ่งย่อมแปลคุณค่าของมันแตกต่างกันไป ประกอบกับความเป็นมาประวัติ และวีถีชีวิตของชุมชนนั้นๆด้วย

ทั้งนี้ผมเห็นด้วย และสนับสนุนในการผลักดันประชาธิปไตย ไปในทางเสรีนิยมประชาธิปไตย อย่างในประเทศหลายๆประเทศ หากแต่ผมก็คำนึงถึงการอยู่ร่วมกัน ด้วยเช่นกัน ผมไม่คิดว่าการรื้อระบบระเบียบทุกอย่างออกไปนั้นจะสามารถนำไปสู่ปลายทางเสรีนิยมประชาธิปไตยได้หากไม่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกัน แต่มันจะนำไปสู่ระบอบอนาธิปไตยที่คนก้าวล่วงสิทธิ์กันโดยไม่คำนึงผลกระทบที่ตามมามากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมเป็นอธิการบดีต่อให้ผมเอามหาวิทยาลัยไปใช้ในทางการเมืองยังไงก็ตาม และนี่คือประเด็นที่ผมทำผิด แต่แล้วเกิดเหตุการณ์ที่ รปภ ปล่อยให้นักศึกษาสองสามคนนี่มาชักธงชาติซึ่งเป็นสมบัติของมหาวิทยาลัยลง(แน่นอนว่าผมไม่เคลมว่าเป็นสมบัติของตัวเอง) แล้วเอาธงดำขึ้นได้นี่ ผมไล่ รปภ ออกยกชุดแน่นอน เพราะไม่สามารถรักษาสมบัติส่วนรวมตามที่ได้รับมอบหมายในหน้าที่นั้นๆได้

การคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันและผลกระทบที่ตามมาจากการใช้สิทธิในการแสดงออกจึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเช่นเดียวกัน

สุดท้ายผมอยากฝากถึงหลายๆคนที่อาจจะบังเอิญได้อ่านว่า หากจะโจมตีการกระทำของน้องอั้มนี้ ควรจะลดอคติเรื่องการแต่งกายลง ผมคิดว่าคนที่แก้ผ้าประท้วงเพื่อเรียกร้องสันติก็ยังดีกว่าคนที่ใส่สูทแล้วสนับสนุนฆาตรกรนะ ผมว่าใจความสำคัญคือเรื่องที่เขาพยายามจะทำมากกว่า

อีกอย่างหนึ่ง ถ้าคิดว่าคุณมีเหตุผลเพียงพอและอยากแลกเปลี่ยนกับคนอื่น ผมคิดว่าควรเขียนแล้ว tag ไปให้อ่านเจ้าตัวอ่านเลย ไม่ใช่ไปพิมพ์บ่นคนเดียว หรือนั่งพิมพ์เป็นจดหมายลงลายเซ็น ผมไม่เข้าใจว่าทำเพื่ออะไรว่ะ แล้วจะได้แลกเปลี่ยนกันไหม

จบครับ.

 

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์