ความรุนแรงทางการเมือง ศูนย์เอราวัณสรุปตาย 4 เจ็บ 282 ตร.ยันไม่มีสไนเปอร์

เพื่อไทยวอน ตร.เร่งหาตัวผู้ก่อเหตุหน้า ม.รามฯ มาลงโทษโดยเร็ว ขณะที่ตร.เผยเร่งคลี่คลายคดีปะทะหน้าม.ราม ยันไม่มีสไนเปอร์ ตัวเลขล่าจากเหตุความรุนแรงทางการเมืองตาย 4 เจ็บ 282  ยังรักษาตัวอยู่ใน รพ. 22 

4 ธ.ค.56 เมื่อเวลา 18.00 น. ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รายงานสรุปจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. ถึง 3 ธ.ค. จำนวนผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 282 คน และยังรักษาในโรงพยาบาล 22 คน

สำหรับผู้เสียชีวิต 4 คนนั้นเกิดจากเหตุการณ์ปะทะของกลุ่มชนบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ต่อเช้าวันที่ 1 ธ.ค. ประกอบด้วย นายทวีศักดิ์ โพธิแก้ว อายุ 21 ปี นายวิษณุ เภาพู่ อายุ 26 ปี นายวิโรจน์ เข็มนาค อายุ 43 ปี และพลทหารธนสิทธิ์ เวียงคำ

ทั้งนี้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ซึ่งแบ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง 1 คน ผู้ร่วมชุมนุมกับ นปช. 3 คน นอกจากนี้ยังมี 1 รายที่พบเป็นโครงกระดูกในรถบัสขนเสื้อแดงซึ่งถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จี้ไปนั้นอีก 1 คน ที่รอการพิสูจน์อยู่ อ่านได้ที่  “รายงาน : ข้อเท็จจริงเบื้องต้น และ เสียงญาติผู้เสียชีวิต นศ.ราม-เสื้อแดง”             

 

เพื่อไทยวอน ตร.เร่งหาตัวผู้ก่อเหตุหน้า ม.รามฯ มาลงโทษโดยเร็ว

สำนักข่าวไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้นำนายวิมลและนางสุดารัตน์ เภาพู่ ผู้ปกครองของนายวิษณุ เภาพู่ อายุ 27 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่สนามราชมังคลาฯ และมีการปะทะกับนักศึกษา ม.รามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้าขอความเป็นธรรม และร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินคดีให้เร็วขึ้น เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า
 
นายวิมล กล่าวว่า ต้องการขอความเป็นธรรมให้กับบุตรชาย โดยครอบครัวของตนไปร่วมชุมนุม เพื่อฟังการปราศรัยของกลุ่ม นปช.ตามปกติ เหมือนทุกครั้งที่มีการชุมนุม เพราะตนมีอุดมการณ์และชอบคนเสื้อแดง เมื่อเกิดความรุนแรง กระทั่งบุตรชายเสียชีวิตก็รู้สึกเสียใจ และต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
 
ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ตลอดเวลาการปราศรัยของคนเสื้อแดงอยู่ในความสงบมาโดยตลอด มีแต่ภายนอกสนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่เกิดความวุ่นวาย มีทั้งเสียงปืนและประทัดยักษ์ดังตลอดเวลา รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจ และเร่งหาผู้กระทำผิดมารับโทษ รวมทั้ง ควรจะมีมาตรการที่จะช่วยยุติความรุนแรงด้วย
 
นายวิชาญ กล่าวว่า จากการสอบถามทราบว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิด ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม 4 คน รวมทั้ง มีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ดังนั้น ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีเหมือนกรณีการสลายการชุมนุมปี 53 เพราะหากเนิ่นนานไป หลักฐานก็จะหายากมากขึ้น.-สำนักข่าวไทย
 
ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีปะทะหน้า ม.ราม ยันไม่มีสไนเปอร์
 
ขณะที่ สน.วังทองหลาง พล.ต.อ.เอก อังศนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ 10 เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4, สน.หัวหมาก, สน.วังทองหลาง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน, กองปราบปราม และแพทย์นิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เร่งรัดคดีการเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง จากเหตุการณ์ปะทะที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อคืนวันที่ 30 พฤศจิกายนต่อเนื่องวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน วันนี้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงกว่า 50 คน เดินทางมาให้ปากคำในฐานะพยานและผู้อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งสอบถามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนติดตามผู้ก่อเหตุ แต่เนื่องจากนักศึกษาที่มาให้การวันนี้มีมาก ทำให้พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ไม่สามารถสอบปากคำได้หมดจึงต้องระดมพนักงานสอบสวนจาก สน.ในพื้นที่นครบาล 4 มาร่วมสอบสวนโดยแบ่งเป็น 6 คดี ประกอบด้วยยิงกันตาย 4 คดี วางเพลิงเผารถตู้ 2 คัน 1 คดี และวางเพลิงเผาทรัพย์รถทัวร์ 1 คดี โดยทั้ง 50 คนถูกนำตัวไปสอบสวนที่ สน.ประเวศ
             
พล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้งด้านหน้าและหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหงรวม 5 จุด พบปลอกกระสุน 34 ปลอก รวม 7 ชนิด ประกอบด้วย ปลอกกระสุนปืนขนาด.45, .380, 9 มม., รีวอลเวอร์ .38, .25, .22 และ .32 นอกจากนี้ยังพบหัวกระสุนโลหะอีก 12 หัว, กระสุนด้านอีก 2 นัด อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าถูกยิงมาจากอาวุธปืนกี่กระบอก ส่วนการชันสูตรพลิกศพ 4 ศพ พบว่า ถูกยิงจากแนวระนาบ ในลักษณะซึ่งหน้า ประชิดตัว ไม่ใช่ลักษณะการยิงด้วยสไนเปอร์ ส่วนศพผู้เสียชีวิตในรถทัวร์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบดีเอ็นเอ ได้ผลภายในวันศุกร์นี้ เบื้องต้นคาดเป็นศพของนายสุรเดช คำแปงใจ อายุ 19 ปี ผู้ร่วมชุมนุมกลุ่มนักศึกษา โดย 4 ศพมีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงอยู่ 1 คน ทั้งนี้ได้ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเข้าตรวจสอบอาคารวิศวกรรมศาสตร์ ที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนปืน และว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมาเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย