แผนชุมนุมสุเทพ 22 ธ.ค. 'ปิดกรุงเทพฯ ครึ่งวัน' ไล่ยิ่งลักษณ์พ้นรักษาการ

เลขาธิการ กปปส. เผยได้ชี้แจง จนท.สถานทูต แก้ข้อกล่าวหาต้านเลือกตั้ง ยัน กปปส. ต้องการเห็นเลือกตั้งยุติธรรม-สนับสนุนปฏิรูป พร้อมชี้แจงจุดชุมนุมทั่ว กทม. 22 ธ.ค. 'ราชดำเนิน-อุรุพงษ์-อนุสาวรีย์ชัย-ปทุมวัน-ราชประสงค์-อโศก-สามย่าน-สวนลุม' โดยขอโทษล่วงหน้า เพราะจะปิดกรุงเทพฯ ชุมนุมครึ่งวัน ด้านแกนนำ นปช. หารือ 7 ภาคธุรกิจเรื่องทางออกประเทศ

สุเทพ เทือกสุบรรณ ปราศรัยเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2556 โดยมีการชี้แจงการพบกับเจ้าหน้าที่สถานทูต และการนัดหมายพื้นที่ชุมนุมใหญ่วันที่ 22 ธ.ค. นี้ (ที่มา: Blue Sky Channel และ ASTV)

 

สุเทพไม่หวั่นธาริตเล็งอายัดบัญชี เร่งให้ตำรวจดำเนินคดี 'ตั้ง อาชีวะ' ม.112

19 ธ.ค. 2556 - เมื่อเวลา 20.15 น. คืนวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่เวทีชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้กล่าวปราศรัย ตอนนี้กล่าวถึงกรณีที่ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่จะตั้งข้อหากบฏและใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ สั่งอายัดบัญชีเงินบริจาค และบัญชีเงินฝากของ 18 แกนนำ กปปส. โดยยืนยันว่ายิ่งธาริตทำอย่างนี้ฝ่ายผู้ชุมนุมและแกนนำยิ่งมีแรงมากขึ้น และจะได้เห็นกัน เชิญอายัดทุกบัญชี เราจะชุมนุมต่อไป และจะสู้กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตรต่อไปจนกว่าจะไล่ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งให้ได้

นอกจากนี้สุเทพ เล่าให้ฟังด้วยว่า ได้ไปร่วมงานเสวนาเรื่องการปฏิรูปที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย เนื่องจากได้รับเชิญ เพื่อให้มีสีสันในงานเสวนา แต่ก็หลบๆ ไปเพราะมีหมายจับ และกลับมาอย่างปลอดภัย โดยสุเทพยังระบุด้วยว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยยังกล่าวถึงเหตุการณ์ 30 พ.ย. และ 1 ธ.ค. ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย และมีทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รอ. และรถจาก กทม. มาช่วย

สุเทพยังกล่าวว่าจะรอดูว่าจะมีการดำเนินคดีกับ 'ตั้ง อาชีวะ' ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ และถ้าไม่ดำเนินคดีคนพวกนี้ รวมทั้งผู้สั่งการ ผู้ร่วมมือ รอจนถึงวันที่ประชาชนชนะ จะมีการคิดบัญชีย้อนหลังทั้งธาริต ตำรวจ แกนนำเสื้อแดง ไม่ต้องมาปฏิเสธเพราะขึ้นพูดบนเวที เพราะจตุพรมายกย่องว่าเก่งมาก มันสมคบกันจริงๆ เพื่อทำร้ายบ้านเมือง

 

เผยชี้แจงทูตต่างประเทศว่า กปปส. ไม่ได้ต่อต้านเลือกตั้ง แต่ต้องการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม

ส่วนการชี้แจงเจ้าหน้าที่จากสถานทูตและองค์กรระหว่างประเทศวันนี้นั้น เลขาธิการ กปปส. ระบุว่าเป็นการชี้แจงหลังรัฐบาลกล่าวหาผู้ชุมนุมผ่านสื่อต่างประเทศและสถานทูต สำหรับสถานทูตที่ไม่ได้ส่งผู้แทนมาก็จะให้เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. และทีมงานนำหนังสือไปชี้แจงและอธิบาย สุเทพระบุว่าเป็นความจำเป็นโดยกล่าวหาว่าฝ่ายตรงข้ามจ้างล็อบบี้ยิสต์ มีการจัดการให้ข่าวในทิศทางที่ต้องการ แล้วทำลายความน่าเชื่อถือของเราทุกรูปแบบ ซึ่งเราก็จะไม่ท้อถอย เดินหน้าชี้แจงไปเรื่อยๆ เพราะถือว่าเราพูดความจริง เขาพูดโกหก การต่อสู้ของเราเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมืองและต้องการให้ประเทศไทยนี้เป็นการต่อสู้ของประเทศไทยที่สมบูรณ์

สุเทพ กล่าวว่าได้อธิบายชาวต่างประเทศว่า "การต่อสู้ของผู้ชุมนุมนั้นเพื่อชาติ เพื่อบ้านเมือง ให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นี่คือเจตนารมณ์ร่วมกันของประชาชน ได้บอกกับรรดาชาวต่างประเทศเหล่านั้นว่าที่รัฐบาลกล่าวหาว่าประชาชนต่อต้านการเลือกตั้ง ไม่ยอมไปเลือกตั้ง จะขัดขวางการเลือกตั้ง แท้ที่จริงไม่ใช่ เราอยากเลือกตั้ง เราอยากเห็นประเทศมีการเลือกตั้ง แต่เราต้องการ การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีการทุจริต ไม่มีการซื้อเสียง นี่เราบอกเขาชัด เราอธิบายให้ชาวต่างประเทศเหล่านั้นทราบ ถ้าเลือกตั้งภายในกฎเกณฑ์ กติกาเดิม กฎหมายเดิม กกต.เหมือนเดิม มีตำรวจช่วยซื้อเสียง มีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอคอยให้ท้าย กำกับ กำนันผู้ใหญ่บ้าน แล้วพวกกะเฬวรากก็ได้เลือกตั้งกลับมาทำชั่วให้บ้านเมืองอีก ประชาชนอย่างเราถึงยอมไม่ได้ เราจึงต้องการปฏฺิรูปประเทศ เพื่อแก้ไขกระบวนการเลือกตั้งให้สะอาด บริสุทธิ์ เพื่อให้คนดีได้มีโอกาสเป็นผู้แทนราษร เป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ ป้องกันไม่ให้คนชั่วมีอำนาจในบ้านเมืองอีก"

"ชาวต่างประเทศเข้าใจยากมาก พยายามถามว่าซื้อเสียงในประเทศไทยมันเป็นอย่างไร ผมก็เลยตอบว่าไม่ค่อยยากเย็นอะไรหรอก ถ้าลงไปดูในหมู่บ้าน ตำบล ถึงวันมีการไปปิดหัวบ้าน ท้ายบ้าน ขนเงินโดยรถตำรวจ แล้วแจกเปิดเผยไม่มีใครเป็นพยานให้ใคร เพราะคนไม่อยากได้เงินก็ไม่อยากมีเรื่อง เพราะคนให้เงินแต่งเครื่องแบบมาด้วย นี่จึงเป็นเรื่องที่ต้องปรับโครงสร้างตำรวจ"

 

ผู้ชุมนุมมาจากทั่วประเทศ มีทุกฐานะ ไม่ใช่การชุมนุมของคนรวย

ส่วนที่ชาวต่างชาติเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุรุนแรง ก็ยืนยันว่าพวกเราที่ต่อสู้ล้วนแต่เป็นพลเมืองดีทั้งสิ้น เราลุกขึ้นมาต่อสู้ เพราะรักบ้านรักเมือง เป็นห่วงอนาคตประเทศไทย ลูกหลานจะเดือดร้อน ทนไม่ได้กับระบอบทักษิณ จึงจำเป็นต้องทิ้งบ้านทิ้งเมือง มานอนกลางดินสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินคราวนี้ พี่น้องทราบไหมว่ารัฐบาลใช้กระบอกเสียงไปหลอกชาวต่างประเทศว่าคนที่มาชุมนุมกับกำนันสุเทพ เป็นคนชั้นสูงทั้งสิ้น ผู้มีฐานะทั้งสิ้น ไปต่อสู้กับอีกฝ่ายที่เป็นคนยากคนจน โน่น มันไปถึงนั่น ผมเลยบอกว่า ไปเดินดูเถิด ดูเอาเอง แต่ผมอธิบายว่าคนที่มาร่วมกันสู้ครั้งนี้มาจนทุกหนแห่งทั่วประเทศไทย ทุกภาคของประเทศ และมีทุกระดับทั้งคนจน คนรวย คนชั้นกลาง แต่มีหัวใจเหมือนกันคือไม่สามารถทนเห็นชาติล้มละลายต่อหน้าต่อตา จึงลุกขึ้นมาสู้ และเขาบอกว่าเห็นรัฐบาลบอกพวกเขาว่า คนมาร่วมต่อสู้คนค่อยๆ ร่อยหรอ ก็เลยชี้แจงว่านี่ไม่ใช่วันหยุดด้วยซ้ำแต่คนยังขนาดนี้ และผมบอกขอให้คอยดูวันที่ 19 วันที่ 20 และ 22 ธ.ค. ที่คนจะออกมาเยอะๆ คอยดูแล้วกัน

"เขาเป็นห่วงว่าพวกเราถ้าชนะแล้ว จะไม่ดูแลคนยากคนจนที่เป็นมวลชนเสื้อแดง ผมยืนยันว่า เราจะทำการต่อสู้ครั้งนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น ปฏิรูปให้ดีขึ้น และจะเป็นผลดีเป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเขาจะเสื้อแดง เสื้อเขียว เสื้อน้ำเงิน เสื้ออะไรก็ตาม ทุกคน ผมยืนยันว่าเราใจกว้างและอยากเชิญชวนพี่น้องคนเสื้อแดงทั้งหลายมาร่วมกับเรา เพราะเราต่างก็รักชาติ เรารักประชาธิปไตย มาเถิดมาร่วมกันทำงานครั้งนี้ เพื่อประเทศชาติในอนาคตด้วยกัน ยกเว้นเสื้อแดงที่ยอมตายเพื่อเงินทักษิณไม่ต้องมาเพราะพวกนั้นไม่มีอุดมการณ์ รวมทั้งแดงแบบวีระ ณัฐวุฒิ จตุพร ไม่ต้องมา ให้มึงอยู่กับทักษิณนั่นแหละ แล้วแดงประเภทคิดล้มเจ้าก็ไม่ต้องมา เพราะเป็นเราเป็นพวกจงรักภักดี อย่างนี้ร่วมกันไม่ได้ แต่แดงที่เหลือมาได้หมด เราต้อนรับ ยินดีร่วมทำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน ขอเชิญมาเลยทุกวัน"

สุเทพกล่าวด้วยว่า การต่อสู้ของเราแน่นอนว่าเหน็ดเหนื่อย ทุกข์ยาก เพราะว่าเราสู้แบบสันติ สงบ เราไม่ใช้ความรุนแรง ตนขอบอกให้ฟังเลยว่าถนนสายเดียวกันนี้เมื่อปี 2553 พวกเสื้อแดงก็มาชุมนุมที่นี่ต่างกัน แต่พวกนั้นมาสู้เพื่อคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่พวกเราต่อสู้เพื่อคนทั้งประเทศ ทั้ง 65 ล้านคน และคนพวกนั้นต่อสู้ด้วยอาวุธ ต่อสู้ด้วยความรุนแรง แต่พวกเราสู้ด้วยความสงบสันติ ไม่มีความรุนแรงเลย ทั้งนี้ กปปส. จะสู้ให้จารึกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและมวลมนุษยชาติว่าเป็นการต่อสู้ของคนดี เป็นการเคลื่อนไหวตามสิทธิรัฐธรรมนูญ

 

นัดหมายเส้นทางเคลื่อนทั่วกรุง 19 ธ.ค. ชวนคนกรุงร่วมชุมนุมใหญ่

ส่วนการออกหมายเรียกวันที่ 26 ธ.ค. นั้น สุเทพระบุว่ายังไม่ไปเพราะไม่ว่าง กำลังต่อสู้ไล่ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ว่าง ค่อยไปพบทีหลัง เดี๋ยวจะให้พี่ๆ น้องๆ แต่งทนายไปยื่น ไล่ยิ่งลักษณ์เสร็จจะไปมอบตัว

นอกจากนี้ สุเทพขอซักซ้อมที่เราจะร่วมกันแสดงพลังในวันที่ 19 และ 20 ธ.ค.นี้ โดยในวันที่ 19 ธ.ค. นัด 9 โมงเช้าออกเดินด้วยกัน พรุ่งนี้จะให้เวที คปท.เดินนำหน้า จะตามด้วยกองทัพธรรม กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ จากนั้นเป็นชาวคณะราชดำเนินเป็นทัพหลัง มีสุเทพ เทือกสุบรรณนำหน้า จะผ่านไปทางผ่านฟ้า นางเลิ้ง เข้าถนนเพชรบุรี จนถึงอโศก สุดอโศกพักทานอาหารเที่ยง เห็นว่ามีพี่น้องชาวอโศกรอต้อนรับเราอยู่ที่นั่นด้วย จากนั้นก็จะเดินกลับผ่านสุขุมวิท นานา เพลินจิต ชิดลม สนามกีฬาแห่งชาติ มาทะลุอุรุพงษ์ ยมราช หลานหลวง ก่อนกลับมาที่ ถ.ราชดำเนินเหมือนเดิม แล้วจะถือโอกาสเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างถนนพร้อมทั้งถ่ายทอดสดให้เห็นว่าเป็นการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่งลักษณ์ พ้นจากนายกรัฐมนตรีรักษาการ

 

เปิดแผนชุมนุมทั่ว กทม. หลายจุด 22 ธ.ค. สุเทพขอปิดกรุงเทพครึ่งวัน

ส่วนในวันที่ 20 ธ.ค. เดินไปสีลม เดินกลับเยาวราช โดยพรุ่งนี้จะแจ้งเส้นทางอีกครั้ง วันที่ 21 ธ.ค.เราจะพักนวดน้ำมันเล็กน้อย เพราะผมอายุ 64 เดินสองวันเดี๋ยวเป็นลม แต่วันที่ 22 ธ.ค. จะเป็นการระดมใหญ่ อยากเชิญชวนชาวไทยทั้งประเทศทุกภาค ลุกขึ้นมารวมกันแสดงพลังไล่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง ขอกราบเรียนเชิญชวนพี่น้องทุกคนที่มีเรี่ยวมีแรงมาร่วมกัน

"ขออธิบาย วันที่ 22 ธ.ค. จะไม่ให้พี่น้องเหนื่อยมาก เราจะเริ่มรายการบ่ายโมงตรง พี่น้องอยู่ใกล้ตรงไหน ออกมาสมทบตรงนั้น สถานที่ซึ่งเราจะชวนมาสมทบเริ่มตั้งแต่เวทีนี้ ถ.ราชดำเนิน ใครสะดวกมาที่นี่ เวทีเปิดตั้งแต่บ่ายโมงตรง จากนั้นเราจะไปร่วมสมทบกับพี่น้องที่อุรุพงษ์ และตลอดแนวที่ ถ.เพชรบุรี ต่อด้วยเวทีย่อยที่เวทีอนุสาวรีย์ชัย ให้พี่น้องที่อยู่กรุงเทพฯ ด้านเหนือมาสมทบ ลงมาจนถึงราชเทวี สี่แยกปทุมวัน สามย่าน สวนลุม สำหรับพี่น้องสามย่าน สีลม ชุมนุมกันได้ตรงจุดนั้นเลย ซึ่งผมจะเดินทางไปเยี่ยม"

"และจะมีจอใหญ่ที่สี่แยกปทุมวัน ชาวพารากอนมาชุมนุมได้ที่นี่ และที่สี่แยกราชประสงค์ด้วย เป็นย่านชุมนุมแหล่งใหญ่ไปมาสะดวกด้วยรถไฟฟ้า จากนั้นจะไปยังเพลินจิต จนถึงอโศก ก็จะมีจุดใหญ่ที่นั่น เพราะฉะนั้นสะดวกที่ไหนเป็นที่ชุมนุมก็ไปที่นั่น เพชรบุรี สุขุมวิท พระราม 4 เป็นที่แสดงพลังของผู้รักชาติ รักแผ่นดินทั้งสิ้น พวกผมคำนวณไว้แล้ว ชุมนุมตามจุดต่างๆ พี่น้องมาจากฝั่งธนมาร่วมกับพี่น้องที่สีลม สวนลุม พี่น้องที่มาด้านเหนือก็มาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือมาในพื้นที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่านเชิญตามอัธยาศัย ชอบตรงไหนไปตรงนั้น และขอบอกฝ่ายรัฐบาลไว้จะได้ไม่คำนวณผิด เป็นพื้นที่ 577,000 ตารางเมตร ตีให้เลย 3 คน ใน 1 ตารางเมตร จะมีผู้ชุมนุม 1,731,000 คน ถ้ามามาก ตารางเมตรเบียดมั่งนั่งมั่งได้ 4 คน จะได้ 2,308,000 คน เราจะมาดูกันว่าเท่าไหร่กันแน่ รอดูวันที่ 22 นี้ ขอให้ชาวไทยรักชาติรักแผ่นดิน มาปิกนิกหน้าบ้านบนถนนทุกสายตามที่ได้กราบเรียน"

"เลือกวันอาทิตย์เพราะไม่อยากให้เดือดร้อนกันมาก ต้องขอโทษไว้ล่วงหน้า เพราะจะปิดกรุงเทพฯ กันสักครึ่งวัน ตั้งแต่บ่ายโมงตรงถึงหกโมงเย็น หลังเคารพธงชาติเสร็จก็กลับบ้าน ให้นายกรัฐมนตรีเห็นว่าพลังมวลมหาประชาชนที่ออกมาไล่ครั้งนี้มีเท่าไหร่ ถ้าคุณยังด้านอยู่ ไม่พอใจ เที่ยวหน้านัดอีก ออกมามากกกว่านี้จนมึงไป คือต้องชุมนุมและรวมพลังกันจนเห็นว่าคนที่เกลียดพวกมัน ไม่ทนกับระบอบทักษิณ มีแต่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ออกมารวมพลังกัน"

"ผมจะอยู่บนเวทีนี้บ้าง และจะแวะเวียนไปตามจุดต่างๆ เพื่อพูดคุยกัน ขอเวลาพี่น้องบ่ายโมง จนถึงเคารพธงชาติ วันที่ 22 เราอยู่บนนถนนแบบคนรักชาติ รักแผ่นดิน ปรึกษาหารืออย่างพี่น้อง อย่างคนรักกัน ทำแบบสงบ สันติ ไม่รุนแรง แล้วอย่าไปเชื่อครับ รัฐบาลก็สร้างข่าวเรื่อย นี่บอกผมจะพาคนมาก่อเหตุร้ายในกรุงเทพฯ กูจะพามาบ้าอะไร แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว แล้วจะสอนให้มึงรู้ว่าไล่พวกมึงไม่ต้องใช้อาวุธ ไล่ด้วยปากนี่แหละ ไม่ไปต้องบ้าตาย ขาดใจตาย ด้วยลมปากของพวกเรา ไม่ไปก็ไล่ทั้งเดือน ขึ้นปีใหม่ไล่ต่อจนทนไม่ได้ ไม่มีเลิก เพราะมันนึกว่าเดี๋ยวเราหมดแรง เดี๋ยวเราเลิก อายัดเงินหมดเดี๋ยวเราไม่มีข้าวกิน ขอให้มาดูพรุ่งนี้ ข้าวมากกว่านี้อร่อยกว่านี้"

"เอาหัวใจมาเคียงกันสู้พวกทรราชย์ เอาชนะให้ได้ เพราะเป็นการสู้เพื่อชาติไทย แผ่นดินไทย เพื่อสถาบันอันเป็นที่รัก และเป็นการต่อสู้ครั้งเดียวในชีวิตนี้ กราบคารวะพี่น้องทุกท่าน" สุเทพกล่าวในที่สุด

 

แกนนำ นปช. หารือ 7 ภาคธุรกิจเรื่องทางออกประเทศ

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. เวลาประมาณ 13.00 น. 7 องค์กรภาคเอกชน อาทิ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มีกำหนดพบกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.พบปะ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด และหารือถึงทางออกของประเทศ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ชมคลิปหารือ 1, 2, 3, 4)

ตอนหนึ่ง ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ชี้แจงความคาดหวังว่า ประการแรก ต้องดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงโดยการระดมให้ประชาชนสองฝ่ายเกลียดชังกัน ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยเดินมาถึงจุดที่น่ากลัวคือมีการทำให้ประชาชนเกลียดชังกัน เราไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นเหมือนประเทศรวันดาที่ประชาชนเกลียดชังและลุกขึ้นมาฆ่าฟันกัน โดย นปช. พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ประชาชนเกิดความเกลียดชัง แต่ตอนนี้ใกล้แล้วที่ประชาชนจะเกลียดกัน เช่นมีการบอกว่าเห็นคนของรัฐบาลอยู่ที่ไหนให้เป่านกหวีดไล่ หรือให้โห่ไล่ ซึ่งในที่สุดจะพัฒนาสู่การทำร้ายกัน โดย นปช. เลือกที่จะให้พี่น้องถอดเสื้อแดงทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการถูกทำร้าย และเพื่อให้ความเป็นอันเดียวพี่น้องไทยคนอื่น

ประเด็นที่ 2 ที่ต้องทำจากนั้นคือต้องดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการของกฎหมายและครรลองขอประชาธิปไตยไม่เช่นนั้นจะไปสู่การเกินจราจลอย่างแน่นอน  ซึ่งการทำตามกฎหมายนี้ถือว่ารัฐบาลทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่รัฐบาลก็ต้องคำนึงถึงเสียงของคนส่วนใหญ่ด้วยเพราะตอนนี้ไม่ได้มีเพียงมวลมหาประชาชน แต่มีคนอีก 60 กว่าล้านคนที่จับตาดูเรื่องนี้อยู่ การจะเอาคนจำนวนหลักแสนคนมาเรียกร้องนี้ต้อเรียกว่าเผด็จการเสียงข้างที่มาทำให้ธุรกิจเสียหายหมดแล้วใครจะรับผิดชอบ และ

ประเด็นที่ 3  ทหารควรรักษาความสงบด้วยการไม่รัฐประหาร แม้จะมีใครเรียกร้องให้รัฐประหารก็ตาม

ส่วน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวด้วยว่าที่ประเทศไทยพัฒนาสู้ประเทศอื่นไม่ได้ทั้งที่พื้นฐานประเทศดีมาก เพราะประเทศไทยมีรัฐประหารไม่สิ้นสุดเท่าที่นับได้ตอนนี้คือ 25 ครั้ง เฉลี่ย 3 ปีต่อครั้ง ซึ่งถ้าไม่เกิดเหตุแบบนี้ และมีการพัฒนาดีๆ ประเทศไทยสามารถแซงหน้าสิงคโปร์ได้ด้วยซ้ำ โดยอยากให้เอกชนแสดงท่าทีของความเป็นเจ้าของประเทศด้วยการส่งเสียงโดยไม่ต้องกลัวสูญเสียความเป็นกลางว่าอย่าให้มีรัฐประหารในประเทศไทยอีก

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ 7 องค์กรภาคเอกชน ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสุทเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ไปแล้ว (อ่านข่าวก่อนหน้านี้)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์