สมาคมต้านโลกร้อนฟ้องเบรกมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช

ชี้รวบรัดผ่านอีไอเอทำลายขอบมรดกโลกและออก พรฎ.เวนคืนฯโดยไม่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มุ่งเอื้อแต่ประโยชน์ธุรกิจเรียลเอสเตรท

20 ธ.ค. 2556 - นายศรีสุวรรณ  จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่าวานนี้ (19 ธ.ค.) สมาคมฯได้ร่วมกับชาวปากช่อง ชาวมวกเหล็ก ชาวสีคิ้วกว่า 153 คนได้ยื่นฟ้องกรมทางหลวง รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม คณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นคดีต่อศาลปกครองกลาง ฐานเป็นหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยการผ่านอีไอเอและออก พรฎ.เวนคืนที่ดินทำถนนมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช ไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลปกครองรับคดีนี้ไว้พิจารณา เป็นคดีสิ่งแวดล้อม คดีหมายเลขดำที่ ส.1549/2556 แล้ว

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่กรมทางหลวงได้ผลักดันให้มีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช ระยะทาง 196 กิโลเมตร หนึ่งในโครงการ 2 ล้านล้านของรัฐบาล โดยเลือกเส้นทางที่เป็นคู่ขนานไปกับถนนสายมิตรภาพ โดยผ่าเข้าไปในพื้นที่เอกชน พื้นที่ป่าไม้ และขอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อันเป็นพื้นที่มรดกโลกของประเทศ โดยที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัยตลอดแนวเส้นทาง แต่กลับพยายามรวบรัดการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโดยการไปสอบถามความคิดเห็นจากบุคคลในพื้นที่อื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบแทน ทั้งนี้การกำหนดแนวเส้นทางดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง เพราะยังมีพื้นที่ที่เป็นระบบนิเวศน์ที่เปราะบาง เพราะอยู่ใกล้ป่า ใกล้อุทยาน ที่ยังมีสัตว์ป่าเช่น เก้ง กวาง หมู่ป่า เสือโคร่ง ใช้เป็นอาณาเขตหากินอยู่ รวมทั้งจะทำให้ “ตัวตะคอง” ที่เป็นสัญลักษณ์ของลำตะคองสูญพันธุ์เพราะแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์จะผ่าเข้าไปในพื้นที่ที่ตัวตะคองใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและแพร่พันธุ์ด้วย

การดำเนินโครงการดังกล่าวซึ่งเข้าข่ายเป็นโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง จะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างทั่วถึงทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล แต่ภาครัฐกลับไม่มีการดำเนินการดังกล่าวตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 2548 อีกทั้งเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 67 มาตรา 87 และมาตรา 87 โดยชัดแจ้ง รวมทั้งขัดต่อกฎหมายป่าไม้ 2507 กฎหมายอุทยาน 2504 กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 รวมทั้งกฎหมายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 2556 อีกด้วย

“แนวมอเตอร์เวย์ที่ควรจะเป็นควรจะเป็นเส้นทางจากบางประอิน สระบุรี ลพบุรี โคราช น่าจะเป็นเส้นทางที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากนัก อีกทั้งการก่อสร้างและค่าเวนคืนที่ดินก็จะไม่สูงมากนัก เพราะเป็นที่ดินไร่นาเป็นส่วนใหญ่ แต่การกำหนดเส้นทางที่อ้อมเข้าไปยังมวกเหล็ก ปากช่อง เขาใหญ่ ไม่มีเหตุผลใดเลย นอกจากการเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจการเมือง ที่ไปกว๊านซื้อที่ดินรอบ ๆ เขาใหญ่ไว้แล้วเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ที่ดินดังกล่าวราคาสูงขึ้นมาทันที โครงการดังกล่าวจึงเป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ต้น” นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์