บุญยืน สุขใหม่: ทำไมคนงานจึงต้องออกมาเลือกตั้ง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่ระบบอุตสาหกรรมเป็นแบบการการผลิตเพื่อทดแนการนำเข้า จนนำมาสู่รูปแบบการลิตเพื่อเพื่อการส่งออก ขบวนการแรงงานไทยผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด การลุกขึ้นสู้ของกรรมกรไทยก็ยังเป็นการรวมกลุ่มกันต่อสู้เพื่อปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อหวังผลในทางเศรษฐกิจและรายได้เฉพาะหน้า ไม่ได้มีการนำไปสู่ การรวมตัวอย่างถาวร หรือเพื่อเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของขบวนการแรงงานเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งอย่างแท้จริง ซึ่งต่างจากเป้าหมายที่หรือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของลัทธิสหภาพแรงงานที่มีความเชื่อว่าสหภาพแรงงานนั้นเป็นองค์กรประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานของชนชั้นกรรมาชีพที่คนจะต้องเคารพกฏกติกาทางสังคมที่มีอยู่ และที่สำคัญคือต้องเคารพมติของสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ นั่นคือหลักพื้นฐานที่นักสหภาพแรงงานทุกคนได้ถูกหล่อหลอมมาจากความเชื่อที่ว่าองค์กรสหภาพแรงงานนั้นเป็นของสมาชิกทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทุกคนต่างก็มีหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงเท่ากัน

แต่วันนี้เมื่อวันเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน ทำให้นักสหภาพแรงงานหลายคนเริ่มขาดความเชื่อมั่นในลัทธิสหภาพแรงงานที่ยังคงยืนอยู่บนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย แต่ได้หันไปสนับสนุนอำนาจนอกระบบที่ไม่มีความชอบธรรมตามกฏหมาย โดยพาะอย่างยิ่งไม่มีความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่จะรองรับ แล้วท่านนักสหภาพแรงงานทั้งหลายจะบอกกับนักสหภาพแรงงานรุ่นหลังได้อย่างไรว่า “องค์กรของเราคือองค์กรประชาธิปไตยที่เคารพมติเสียงส่วนใหญ่” ถ้าเป็นอย่างนี้กฏหมายแรงงานสัมพันธ์ก็คงต้องแก้ไขใหม่ว่าการนัดหยุดงานนั้นไม่ต้องขอมติที่ประชุมใหญ่ ก็ขอเพียงแค่ความคิดเห็น “ผู้มีบารมี” ในสหภาพแรงงานก็พอเมื่อความคิดของผู้นำแรงงานบางคนบางกลุ่มยังเป็นอยู่อย่างนี้เพื่อหวังเดินไปสู่อำนาจด้วยเส้นทางลัดหรืออำนาจนอกระบบแล้วผู้ตามจะทำอย่างไรดี?

วันนี้เราจึงเห็นการต่อสู้ของขบวนการแรงงานแบบแยกส่วน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ คนเห็นต่างคือฝ่ายตรงข้าม? ทำให้ขบวนการแรงงานโดยรวมก้าวข้ามไม่พ้นแนวคิดอนุรักษ์นิยม จะก้าวไปข้างหน้าก็ไม่ได้ ทำให้กรรมกรไทยต้องติดหล่มอยู่ในวังวนเดิมๆ ที่แต่ละคน แต่ละองค์กรก็สู้อยู่แต่ในรั้วของตัวเอง มาถึงวันนี้เราอย่ามามัวนั่งก่นด่าว่าทุนสามานย์เลยเพราะสันดานของทุนมันก็แสวงหากำไรอยู่แล้ว แต่พวกเรากันเองต่างหาก มวลหมู่กรรมกรทั้งหลายที่ยังต่างคนต่างอยู่ ไม่รู้แม้แต่คำว่า “ประชาธิปไตย” เพราะวันนี้เราเห็นชัดเจนแล้วว่าทุนได้เข้ามาครอบงำกลไกของประเทศไว้ทุกระบบแล้ว โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน กลุ่มทุนก็ได้กำลังแสดงตัวเป็นผู้นำในการแก้ไขระบบโดยอ้างว่าขอเป็นผู้ประสานเพื่อการแก้ไขปัญหา หลายคนอาจจะมองว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการเมืองไทย แต่ในมุมมองของผู้เขียนมันคือเส้นทางไปสู่ความตายของขบวนการกรรมกร เมื่อกลุ่มทุนเหล่านี้เข้ามามีอิทธิพลเหนือหน่วยงานของรัฐต่างๆ ได้แล้วหลังจากที่มีการปฏิรูปการเมืองก็ถึงเวลาทวงคืนของเขา แล้วเรากรรมกรจะอยู่อย่างไร?

แต่จะอย่างไรประเทศไทยก็ต้องมีการเลือกตั้งไม่ใช่ลากตั้ง การคงไว้ซึ่งกฎและกติกาเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องกระทำเป็นอย่างยิ่งของนักสหภาพแรงงาน มีนักสหภาพแรงงานหลายคนบอกว่าอยากมีตัวแทนของตัวเองในรัฐสภา แต่ในขณะเดียวกันกลับกลัวการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 วันนี้กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออกขอประกาศจุดยืนในฐานะนักประชาธิปไตยว่าพร้อมที่จะออกไปเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวแทนของตนเองที่ต้องการ เพื่อไม่ให้ระบอบประชาธิปไตยต้องล้มเหลวเพราะนักลากตั้งอีกต่อไป
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท