‘สมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทย’ ชุมนุมต่อต้านความรุนแรงต่อตำรวจ

กลุ่มตำรวจชุมนุม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ไว้อาลัยแด่ดต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ จนท.ตำรวจที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ 6 ข้อ ระบุตำรวจมีสิทธิปกป้องในชีวิตและร่างกายตนเอง

30 ธ.ค. 2556 ราว 12.00 น. กลุ่มตำรวจ จากกลุ่มสมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทย ได้รวมตัวกันชุมนุม ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีการตั้งเวทีปราศรัย และทางกลุ่มได้แถลงข้อเรียกร้อง 6 ข้อต่อผู้บังคับบัญชาและกลุ่มผู้ชุมนุม ได้แก่ 1.พึงธำรงรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการพิทักษ์รับใช้ประชาชน แต่ตำรวจก็ควรมีสิทธิในการปกป้องชีวิตและร่างกายของตัวเองด้วย 3.ผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่รักษาความสงบเรียบร้อย จะต้องได้รับโทษโดยเร็ว
 
4.ต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปฏิบัติตามกฎหมายและเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจ 5.พึงต่อต้านการบ่อนทำลายความสงบสุขของสังคมและสร้างความแตกแยกของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่มุ่งทำลายศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่เป็นธรรม และ 6.ต้องตรวจสอบ ติดตาม ต่อต้าน การทำลายชาติ ด้วยการบิดเบือน ใส่ร้ายองค์กร เจ้าหน้าที่ตำรวจ บ่อนทำลายระบบนิติรัฐ เพื่อประโยชน์ของตนหรือพวกพ้อง
 
โดยเว็บไซต์มติชนรายงานว่า ภายหลัง พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 เป็นตัวแทนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล รับข้อเรียกร้องทั้งหมด เพื่อนำไปเสนอต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป
 
 
0000
 
แถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ของ สมัชชาปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจไทย
 
ที่มา กลุ่มเกิดจากการรวมตัวของข้าราชการตำรวจ ที่มีหน้าที่ปกป้องและดูแลทุกข์สุข ของประชาชนตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยกระทำการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความสงบสุขของประชาชน จากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่มุ่งเป้าสู่การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ มองตำรวจเป็นฝ่ายตรงข้ามของผู้นำการชุมนุม กระทำย่ำยี ต่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของตำรวจ โดยการกระทำอันมิชอบ ซึ่งเกิดจากการให้ร้าย ใช้ข้อมูล อันเป็นเท็จ ใส่ร้ายตำรวจต่อประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม ทำให้ตำรวจได้รับความเกลียดชัง โดยที่ไม่ได้กระทำการใดอันเป็นการทำร้ายประชาชน เว้นแต่การนำของแกนนำที่ละเมิดต่อสิทธิ และกฎหมายของบ้านเมือง
 
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่มีองค์กรใดเสนอตัวเข้าจัดระเบียบให้การชุมนุมเข้าสู่กติกา นอกจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ กล่าวคือ องค์กรตำรวจแต่ก็มีนโยบายหลักคือ ไม่ทำร้ายประชาชน อันเป็นผลให้ผู้ชุมนุมทางการเมือง ขาดความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งขาดความเคารพและเชื่อฟังคำสั่งปฏิบัติการของทางเจ้าหน้าที่รัฐทำให้ตำรวจถูกมองว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่รักษากฎหมาย แต่ที่สำคัญที่สุด คือ หากไม่มีผู้เสียสละ และให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงต่อสังคม ก็เป็นเหตุให้เกิดความไม่เข้าใจ และการเข้าใจผิดเกิดขึ้นกับประชาชน ผลทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และเกิดแตกความสามัคคีของคนในชาติ ประกอบกับการนิ่งเฉยของ การปฏิบัติของตำรวจที่ไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งอันทำให้ประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม ทางการเมืองได้รับบาดเจ็บ บางครั้งทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และของเจ้าหน้าที่รัฐ
 
กลุ่มปกป้องศักดิ์ศรีวิชาชีพตำรวจ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของข้าราชการตำรวจในทุกระดับ ทั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ ที่ได้รับผลกระทบและรู้ข้อเท็จจริงโดยตรง รวมทั้งข้าราชการตำรวจที่อยู่ในแนวสนับสนุน ได้เสียสละรวมพลัง เพื่อปกป้องประเทศชาติ มิให้เกิดความเสียหายต่อไปในภายภาคหน้า รวมทั้งเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในจิตใจของประชาชนทั้งประเทศ รวมทั้งปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจซึ่งเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ในการถูกเหยียบย่ำเกียรติยศและศักดิ์ศรี ให้เกิดความเสียหาย ร่วมกันแสดงพลังต่อสังคม ซึ่งเป็นจุดรวมของประชาชนที่รักความสงบ ความถูกต้องและยุติธรรม ภายใต้ความรัก ความเอื้ออาทรต่อกันของประชาชนคนไทยด้วยกัน ภายใต้กฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบสุขกับประชาชนทุกกลุ่ม รวมเป็นหนึ่งเดียว ของคนไทยทั้งชาติ เช่น ในอดีตและที่สำคัญ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติไทย ที่กำลังถูกชักนำโดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี และหวังผลประโยชน์จากประชาชน และประเทศชาติของเรา
 
 
 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์