เผยสภาพชีวิตคนงานสิ่งทอกัมพูชา และบริบทในเหตุปราบปราม 2-3 ม.ค.

สำนักข่าวไอพีเอสกล่าวถึงกรณีคนงานสิ่งทอในกัมพูชาที่ถูกปราบและจับกุมตัว โดยกล่าวถึงสภาพทุกข์เข็ญของคนงานที่รายได้ไม่พอเลี้ยงชีวิตและยังมีภาระหนี้สิน ขณะเดียวกันเหตุขัดแย้งทางการเมืองในประเทศก็ส่งผลกระทบต่อการต่อสู้ของคนงาน ขณะที่นักกิจกรรมคิดว่าฝ่ายการเมืองควรทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหามากกว่า

9 ม.ค. 2557 จากกรณีการปราบปรามคนงานโรงงานสิ่งทอในกัมพูชาที่ชุมนุมเรียกร้องค่าแรงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สำนักข่าวไอพีเอส (Inter Press Service) ได้รายงานภาพรวมของสถานการณ์และบริบทแวดล้อมในเรื่องนี้

โตลา เมือน หัวหน้าศูนย์ศึกษากฎหมายชุมชน (CLEC) ผู้เรียกร้องเรื่องสิทธิแรงงานกล่าวถึงสภาพคนงานโรงงานสิ่งทอในกัมพูชาว่า พวกเขาเหมือนถูกใส่กุญแจมือไว้สองชั้นและมีอาวุธจี้อยู่ที่พวกเขา "กุญแจมือ" ตัวแรกคือสัญญาจ้างระยะสั้นซึ่งมีเวลาทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวันและ 6 วันต่อสัปดาห์ พวกเขาไม่กล้าลาป่วยหรือลาตั้งครรภ์เพราะกลัวว่าจะเสียตำแหน่งงานไป

"กุญแจมืออย่างที่สองคือค่าแรงต่ำ" โตลากล่าว "ส่วนอาวุธที่จี้พวกเขาอยู่คือความรุนแรง ทั้งทางกายและทางใจ"

รายงานของไอพีเอสระบุว่าร้อยละ 90 ของคนงานโรงงานสิ่งทอเป็นผู้หญิงอายุไม่มากส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและกลุ่มช่วงอายุ 20-30 ปี

โคลาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ก่อนเกิดเหตุปราบปรามผู้ชุมนุมโดยกองกำลังส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ในช่วงต้นเดือนนี้จนมีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 30 คน

ก่อนหน้าที่จะเกิดการประท้วงกระทรวงแรงงานของกัมพูชาประกาศว่าจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำของคนงานจากเดือนละ 80 ดอลลาร์ (ราว 2,600 บาท) เป็น 95 ดอลลาร์ (ราว 3,100 บาท) แต่ที่คนงานและสหภาพแรงงานประท้วงเนื่องจากบอกว่าการขึ้นค่าแรงนี้ยังไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตและต้องการให้ขึ้นค่าแรงเป็น 160 ดอลลาร์ (ราว 5,200 บาท)

เชรค โสเพีย รักษาการผู้ประสานงานศูนย์ข้อมูลแรงงาน (WIC) ซึ่งเป็นองค์กรช่วยจัดตั้งแรงงานในโรงงานกล่าวว่า คนงานในกัมพูชาไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยค่าแรงที่รัฐบาลเสนอมา และถือเป็นการละเมิดกฎหมายแรงงานกัมพูชาปี 2550 ซึ่งระบุว่า "ค่าแรงขั้นต่ำต้องทำให้คนงานทุกคนสามารถดำรงชีพในระดับพื้นฐานคุณภาพชีวิตและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"

โตลา เห็นด้วยในจุดนี้ เขาบอกว่าค่าแรงขั้นต่ำกำหนดไว้สำหรับงานแบบวันละ 8 ชั่วโมง ทำให้คนส่วนมากทำงาน 10 ชั่วโมงเพื่อมีรายได้สูงขึ้นมากพอที่จะมีที่หลับนอนในที่พักแบบร่วมกันจ่าย คนงานส่วนใหญ่มีหนี้สินต้องกู้ยืมประมาณ 50 ดอลลาร์ (ราว 1,600 บาท) ทุกเดือน และสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้เดือนละ 10 ดอลลาร์ (ราว 330 บาท) ต่อเดือนเท่านั้น โตลาบอกอีกว่าคนงานยังต้องกัดฟันสู้เพื่อส่งเงินไปเลี้ยงครอบครัวในชนบท

ไอพีเอสยังได้กล่าวถึงวงดนตรีโฟล์คกัมพูชาที่ชื่อแมสเซนเจอร์แบนด์ (MB) ซึ่งสมาชิกวงเป็นอดีตคนงานสิ่งทอ 6 คน พวกเขาสนับสนุนการประท้วงของคนงาน โดยโซทารี คุน นักร้องนำของวงบอกว่า เพลงของพวกเขาพูดถึงปัญหาหนี้สินและการย้ายถิ่นฐาน รวมถึงความยากลำบากในการหาเงินมาช่วยใช้หนี้ให้ครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เข้าไปถึงจิตใจของผู้ฟังได้อย่างรวดเร็วเพราะพวกเขาเองก็เคยประสบกับสภาพเดียวกันมาก่อน

วงแมสเซนเจอร์แบนด์ยังได้ร่วมมือกับองค์กรศูนย์ข้อมูลแรงงานในกลุ่มที่ช่วยเรียกร้องสิทธิแก่คนงานภาคการเกษตร, แรงงานโรงงาน, ผู้ให้บริการทางเพศ โดยมีการวางแผนประท้วงอย่างสงบร่วมกับคนงานสิ่งทอและเป็นผู้แจกจ่ายเนื้อเพลงให้กับคนงานที่ประท้วงเพื่อให้พวกเขาร้องเพลงตามได้

เชรค โสเพีย ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ซึ่งมีการปะทะกันจนคนงานถูกเจ้าหน้าที่ปราบ เขาบอกว่าเห็นคนงานประท้วงอย่างสงบจนกระทั่งถึงช่วง 9.30 น. ในตอนเช้า เขากับเพื่อนร่วมงานเดินตรวจตราไปรอบโรงงานซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมือง รวมถึงจุดที่มีการปะทะ เชรคบอกว่าเขาเห็นคนงานรวมตัวกันตรงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแคนาดาใกล้กับตลาด กำลังร้องเพลงเต้นรำและตะโกนคำขวัญ

เหตุการณ์วันที่ 2 ม.ค. หลังจากนั้นก็มีพรรคฝ่ายค้าน CNRP ของกัมพูชาซึ่งประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้งในเดือน ก.ย. เข้ามาร่วมสมทบและตะโกนไล่ฮุน เซน พอคนมีจำนวนมากถึงหลายหมื่นคน สื่อมวลชนต่างประเทศก็ให้ความสนใจ อย่างไรก็ตามรัฐบาลกัมพูชาได้สั่งห้ามไม่ให้มีการชุมนุมในที่สาธารณะเกินกว่า 10 คน

ทหารเริ่มเข้ามาในคืนวันที่ 2 ม.ค. พวกเขาทุกตีผู้ชุมนุมอย่างโหดเหี้ยมและจับกุมตัวแกนนำแรงานรวมถึงจับกุมพระสงฆ์ด้วย ภาพของนักสหภาพแรงงานเลือดท่วมตัวถูกแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างกว้างขวาง ซึ่งน่าจะถูกถ่ายในช่วงที่เริ่มเกิดเหตุชุลมุนแล้ว

ไอพีเอสระบุว่า ในช่วงเช้าวันที่ 3 ม.ค. มีชายวัยรุ่นถือมีดมาเชตต์และระเบิดขวดมาแทนที่ผู้ชุมนุมผู้หญิง กองกำลังส่วนตัวของฮุน เซน ได้บุกถล่มพื้นที่โดยใช้กระสุนจริงสังหารคนไป 5 คน และมีอีกส่วนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส

สรุน สโรม จากองค์กรเยาวชน CamASEAN กล่าวว่าเป็นไปได้ที่จะมีคนถูกจ้างหรือถูกสั่งให้สร้างเหตุรุนแรง ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ถูกยิง พวกเขาแค่ก่อเหตุรุนแรงแล้วหลบหนีออกไป แม้ว่าพรรคการเมืองของฮุน เซน จะกล่าวหาว่าพรรคฝ่ายค้านเป็นกลุ่มหัวรุนแรง แต่นักกิจกรรมมองว่ามีความเป็นไปได้ทีจะมีมือที่สามที่มาจากฮุน เซนเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง

ธิดา กุส ประธานองค์กร SILAKA ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนการรวมกลุ่มสตรีกล่าวว่า มีบางคนสังเกตเห็นวิธีการเดียวกันในการประท้วงของพรรค CNRP เมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2556 ผู้ยุยงก่อเหตุเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในหลายเหตุการณ์ในอดีต รวมถึงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมในวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งวิธีการนี้นำมาใช้เพื่อให้ความชอบธรรมต่อการยิงผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ซึ่งดูเหมือนว่า ส.ส. พรรค CNRP มู โสชัว ก็กล่าวถึงเรื่องมือที่สามนี้ไว้ในหน้าเฟซบุ๊กของเธอเช่นกัน

ในวันที่ 6 ธ.ค. ก็ได้ทราบว่าคนหนุ่ม 5 คนที่ถูกสังหารเป็นคนงานโรงงานสิ่งทอ และอีก 35 คนที่อยู่ในโรงพยาบาลก็เป็นคนงานสิ่งทอเช่นกัน นอกจากนี้คนที่ถูกจับกุมตัวรวมถึงแกนนำแรงงานก็ถูกจับกุมโดยไม่เปิดเผยแหล่งกักขัง

ขณะเดียวกันองค์กร WIC ซึ่งระมัดระวังในการไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมืองก็กังวลว่าผู้ประท้วงโรงงานสิ่งทอจะเข้าร่วมกับการประท้วงของพรรค CNRP โดยเชรค โสเพีย มีความคิดเห็นว่าฝ่ายการเมืองทั้งสองฝ่ายควรหันมาเน้นทำงานร่วมกัน ไม่ใช่กล่าวโทษกันและกัน

"มันทำให้เกิดบรรยากาศของความไม่มั่นคง ความกลัว ความตึงเครียด และความโกรธแค้น ประเทศของเราผ่านประสบการณ์เจ็บปวดมามากแล้วจากการโต้ตอบด้วยความรุนแรง" เชรค โสเพีย กล่าว

ตัวแทนจากองค์กร WIC กล่าวอีกว่า เหตุวุ่นวายทางการเมืองในกัมพูชาปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านของกัมพูชาไม่มีพันธกิจอย่างจริงจังต่อการแก้ไขปัญหา และเรื่องนี้มักจะส่งผลกระทบต่อประชาชนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจ เชรคเรียกร้องให้ทุกกลุ่มทั้งกลุ่มการเมืองและกลุ่มสหภาพร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแบบผู้ที่มีวุฒิภาวะ

 

เรียบเรียงจาก

Fashion Backward: Cambodian Government Silences Garment Workers, IPS, 09-01-2013
http://www.ipsnews.net/2014/01/fashion-backward-cambodian-government-silences-garment-workers/

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์