สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: อย่าปิดเลยบางกอกจะบอกให้

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

สถานการณ์ในกรุงเทพมหานครในขณะนี้ ก็ยังถือได้ว่า ยังคงตึงเครียด จากการที่ม็อบของ กปปส.(คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เสื่อมสภาพกลายเป็นก๊วนอันธพาลการเมือง กระบวนการนี้ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ด้วยการที่ม็อบ กปปส.ยกกำลังฝูงชนเข้ายึดกระทรวงการคลัง และสถานที่ราชการหลายแห่ง ต่อมาก็คือ การส่งกลุ่มอันธพาลไปสกัดกั้นการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สนามกีฬาราชมังคลา จนนำมาซึ่งการเสียชีวิตถึง 5 คน จากนั้น ต่อมาเมื่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุบสภา ม็อบอันธพาลเหล่านี้ก็หาเหตุว่าการเลือกตั้งไม่ชอบธรรม เพราะจะต้องปฏิรูปเสียก่อนแล้วค่อยเลือกตั้ง จึงพยายามล้มการเลือกตั้ง โดยใช้กำลังขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้งจนก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย 2 คน และเมื่อการรับสมัครเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ม็อบอันธพาลของนายสุเทพก็ข่มขู่ที่จะปิดกรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมนี้เป็นต้นไป จนกว่ารัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะลาออก ซึ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่ในขณะนี้

แต่เป็นที่เข้าใจกันได้ดีว่า การที่ม็อบ กปปส.สามารถก่อการเป็นพาลได้ขนาดนี้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากพลังจารีตนิยมในสังคมไทย ซึ่งท่าทีของฝ่ายจารีตนิยมนั่นเอง กลายเป็นเครื่องพันธนาการไม่ให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช้ความเด็ดขาดในการรักษากฎหมายกับฝ่ายม็อบ ตัวอย่างเช่น กองทัพแทนที่จะเป็นกลไกสนับสนุนความชอบธรรมของรัฐบาล และช่วยเหลือในการดำเนินการให้สถานการณ์คืนสู่ปกติ แต่กลับวางตัวในลักษณะเป็นกลางหรือแสดงท่าทีให้ท้ายฝ่ายม็อบ เท่าที่ผ่านมา รัฐบาลจึงได้แต่อาศัยฝ่ายตำรวจเท่านั้นที่เป็นกองกำลังรักษาสถานการณ์

นอกจากนี้คือ กลุ่มประชาสังคมชนชั้นกลางจำนวนมากที่เทใจสนับสนุนฝ่ายม็อบ กลุ่มนี้จะมีส่วนช่วยสร้างคำอธิบายให้ความชอบธรรมแก่ฝ่ายม็อบ เช่น การอธิบายการเคลื่อนไหวของฝ่ายนายสุเทพ เทือกสุบรรณว่าเป็นการกระทำที่รักชาติ การสร้างกระแสเรื่องการทุจริตคอรับชั่นอันปราศจากหลักฐานมาโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ การช่วยแก้ต่างเวลาฝ่ายม็อบก่อความรุนแรง เช่น ที่สนามราชมังคลาก็โยนความผิดไปที่กลุ่มคนเสื้อแดง ต่อมา ก็อธิบายว่า การล้มการเลือกตั้ง ทำลายประชาธิปไตย ตัดสิทธิเลือกตั้งของประชาชนเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อที่จะต้องปฏิรูปประเทศก่อน หรือที่ไปไกลก็คือการยอมรับว่า การเลือกตั้งแบบ 1 สิทธิ์ 1 เสียงไม่เหมาะกับประเทศไทย ต้องเป็นระบอบการปกครองโดยคนดีที่เสนอโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ จึงเหมาะกับประเทศไทย เป็นต้น

ที่มากกว่านั้นคือองค์กรอิสระทั้งหลาย ได้แสดงบทบาทเป็นแนวร่วมทางอ้อมของม็อบ กปปส. เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็รับรองว่าการเคลื่อนไหวของม็อบเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ศาลรัฐธรรมนูญก็อธิบายว่า การเคลื่อนไหวของฝ่ายม็อบยังเป็นแบบสันติ อหิงสา ส่วนคณะกรรมการเลือกตั้ง(ก.ต.ต.) ที่มีหน้าที่จะต้องจัดการเลือกตั้ง กลับแสดงความพยายามที่จะหาทางเลื่อนและล้มการเลือกตั้งให้จงได้ และยังมีการตระเตรียมที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะชี้มูลความผิดของ ส.ส.และ ส.ว. 383 คน ที่ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.อีกด้วย ซึ่งส่วนมากเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล และรวมนายกรัฐมนตรีด้วย โดยหวังจะใช้เงื่อนไขนี้เป็นการล้างบางนักการเมืองฝ่ายเพื่อไทย

แต่ปัญหาสำคัญของการเคลื่อนไหวของ กปปส.และกระบวนการฝ่ายจารีตนิยมขณะนี้ คือ การขาดเหตุผล ขาดความชอบธรรมในแทบทุกประเด็น โดยเฉพาะการข่มขู่ล้มการเลือกตั้งก็เป็นการละเมิดกฎหมาย ทำลายหลักประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิคนอื่นที่ต้องการจะเข้าร่วมกระบวนการเลือกตั้ง ขบวนการของพวกม็อบล้มประชาธิปไตยเช่นนี้จึงถูกปฏิเสธจากโลกนานาชาติ ยิ่งกว่านั้น การเคลื่อนไหวปิดกรุงเทพที่จะมีขึ้นก็จะสร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างมหาศาล และสร้างความเดือดร้อนอย่างยิ่งต่อประชาชน จะเป็นการทำลายแนวร่วมและผู้สนับสนุนฝ่ายม็อบในกรุงเทพจำนวนมาก แต่ที่สำคัญคือ มาตรการนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเลยในการล้มล้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์

หรืออธิบายในอีกด้านหนึ่งว่า ถ้าฝ่ายรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ควบคุมสถานการณ์ด้วยความสงบนิ่ง ยึดหลักการประชาธิปไตย และความชอบธรรมทางกฎหมายไว้ แล้วยืนยันจะไม่ลาออกตามกระแส ก็จะสร้างความยากลำบากให้กับฝ่ายอำมาตย์มากขึ้นทุกที การปิดกรุงเทพฯไม่ว่าจะกี่วันจะทำอะไรฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เลย และจะถูกบีบจากประชาชนที่เดือดร้อนให้ยุติไปเอง

หรือจะเกิดเหตุอื่น เช่น กรณีที่ คณะกรรมการเลือกตั้ง (ก.ต.ต.)หาเหตุอย่างใดทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ดำเนินไปไม่ได้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ยังรักษาการบริหารประเทศต่อไป ถ้าเลือกตั้งแล้วเปิดประชุมสภาไม่ได้เพราะเสียงไม่ครบ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ยังรักษาการไปจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ เป้าหมายที่จะโค่นรัฐบาลจึงใช้วิธีนี้ไม่ได้

ถ้าหากจะให้ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดของ ส.ส.และ ส.ว. 383 คน ก็จะต้องใช้เหตุผลแบบตะแบงอย่างมาก เพื่ออธิบายให้ได้ว่า ส.ส.และ ส.ว.ลงมติในสภาในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา แล้วมีความผิดได้อย่างไร แต่ที่มากกว่านั้นคือ วิธีการนี้ล้มรัฐบาลไม่ได้ เพราะนี่เป็นรัฐบาลรักษาการ ต้องทำงานไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่มารับผิดชอบ และเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง คณะรัฐมนตรีใหม่ก็จะมาจากพรรคเพื่อไทยนั่นเอง ถ้าหากนายกรัฐมนตรีและ ส.ส.จำนวนมากถูกตัดสิทธิ์ พรรคเพื่อไทยก็มีบุคคลที่เคยถูกตัดสิทธิ์ครบ 5 ปี ได้สิทธิกลับมาแล้ว ก็ตั้งรัฐบาลใหม่ได้อยู่ดี

ดังนั้น ถ้าม็อบ กปปส.จะโค่นรัฐบาลให้ได้ จะต้องให้ม็อบอันธพาลยกระดับการก่อกวน และสร้างความรุนแรงให้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต แต่การกระทำเช่นนั้น ก็จะยิ่งกลายเป็นการทำลายความชอบธรรมของฝ่ายม็อบมากขึ้นทุกที

ในที่สุดเหลือวิธีการสุดท้ายเพียงประการเดียวที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนรัฐบาล หรือ”โค่นระบบทักษิณ”ให้ได้สำเร็จ ก็คือการสนับสนุนให้เกิดการรัฐประหารในรูปแบบใดก็ได้ ดังนั้น กระแสรัฐประหารจึงเป็นที่กล่าวถึงกันมากขึ้น ในเมื่อม็อบเริ่มไม่มีทางออก การเคลื่อนไหวทั้งหมดจึงเป็นการสร้างความวุ่นวายเพื่อปูทางสู่การรัฐประหาร จากนี้เอง การที่กลุ่ม นปช.(แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ) รณรงค์เรื่องการต่อต้านรัฐประหารจึงมีนัยสำคัญ

เพียงแต่ว่าการก่อการรัฐประหารใน พ.ศ.255ึ7 นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะวิธีการเปลี่ยนอำนาจโดยการก่อรัฐประหาร ถือเป็นเรื่องเหลวไหลในระดับโลก เป็นการเมืองแบบด้อยพัฒนา ในประเทศไทยเอง กระแสการไม่เอารัฐประหารในหมู่ประชาชนก็รุนแรง แม้แต่ในกองทัพเอง ก็มีนายทหารที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารจำนวนมาก ดังนั้น ถ้ามีทหารกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดก่อการรัฐประหารได้สำเร็จ การควบคุมสถานการณ์ก็ไม่ง่ายนัก

แต่กระนั้น กลุ่มพลังฝ่ายประชาธิปไตย ก็ยังต้องร่วมกันคัดค้านการปิดกรุงเทพฯ ต้องพยายามผลักดันการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ให้ลุล่วง ไม่ใช่เพื่อเป็นการรักษารัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่เป็นการรักษาประชาธิปไตยของประเทศให้ดำเนินต่อไป เป็นการรักษาสิทธิที่จะเลือกตั้งของประชาชนเอาไว้ ให้พ้นจากภัยพวกขี้แพ้ชวนตี

 

 

ที่มา:โลกวันนี้วันสุข ฉบับ 446 วันที่ 11 มกราคม 255ึ7
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์