พีมูฟ จี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้เป็นใบเบิกทางการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) แถลงคัดค้านใบเบิกทางการละเมิดสิทธิมนุษยชน ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้าย เพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีก ระบุการบุกยึดสถานที่ราชการน่าจะเป็นเพียงการแสดงออกทางสัญลักษณ์
 
23 ม.ค.57 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ (P-move) แถลงการณ์ฉบับที่ 44 เรื่อง คัดค้านใบเบิกทางการละเมิดสิทธิมนุษยชน ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังจากที่เมื่อวานนี้ (22 ม.ค.2557)
รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างถึงสถานการณ์ได้มีความรุนแรง มีการใช้ระเบิด ใช้อาวุธปืนอย่างต่อเนื่อง และมีการยึดสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ เช่น ธนาคาร จนส่งผลกระทบเห็นได้ชัดเจนนั้น
 
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม มีความเห็นว่า สถานการณ์วิกฤติทางการเมืองที่เพิ่มความตรึงเครียดอย่างต่อเนื่องนั้น รัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ดำเนินการตามหน้าที่อย่างเต็มที่ ยังไม่มีความชอบธรรมในการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการบุกยึดสถานที่ราชการในหลายที่นั้นเป็นเพียงแค่การแสดงออกทางสัญลักษณ์เท่านั้น ยังไม่มีการเข้าไปรื้อ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด
 
อีกทั้ง การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น จนสุ่มเสี่ยงกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐจะใช้อำนาจเกินกว่าเหตุและทำให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้าย และเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีก
 
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม แสดงจุดยืนคัดค้านการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในการดำเนินการหาทางออกอย่างสันติ ด้วยการเร่งเปิดการเจรจาแก้ไขปัญหา หาทางออกร่วมกัน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติต่อไป
 
แถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อหา ดังนี้
 
 
แถลงการณ์ฉบับที่ ๔๔
 
เรื่อง : คัดค้านใบเบิกทางการละเมิดสิทธิมนุษยชน ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
 
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (๒๒ ม.ค.๕๗) ด้วยการอ้างว่า เนื่องมาจากสถานการณ์ได้มีความรุนแรง มีการใช้ระเบิด ใช้อาวุธปืนอย่างต่อเนื่อง และมีการยึดสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ เช่น ธนาคาร จนส่งผลกระทบเห็นได้ชัดเจนนั้น
 
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) มีความเห็น ดังนี้
 
๑. สถานการณ์วิกฤติทางการเมืองที่เพิ่มความตรึงเครียดอย่างต่อเนื่องนั้น รัฐบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ดำเนินการตามหน้าที่อย่างเต็มที่ และการที่ยังไม่ดำเนินการตามหน้าที่อย่างสุดความสามารถนั้น มิอาจนำมาซึ่งความชอบธรรมในการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้
 
๒. การบุกยึด (ที่กล่าวอ้าง) สถานที่ราชการในหลายที่นั้น ก็น่าจะเป็นเพียงแค่การแสดงออกทางสัญลักษณ์เท่านั้น ยังไม่มีการเข้าไปรื้อ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด
 
๓. การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้นเป็นกฎหมายที่เพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น จนสุ่มเสี่ยงกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐจะใช้อำนาจเกินกว่าเหตุและทำให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน แม้ว่าฝ่ายรัฐบาลจะอ้างความจำเป็นต้องฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยให้กลับคืนสู่สังคม ตลอดจนปกป้องสิทธิของผู้เลือกตั้งและกระบวนการเลือกตั้ง แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่อาจที่จะสร้างหลักประกันได้ว่า จะเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เพราะอำนาจที่เกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่ได้ล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ไปแล้ว
 
๔. การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้าย และเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีก
 
ดังนั้น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) จึงขอเรียกร้อง ดังนี้
 
๑. พวกเราขอคัดค้านการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พวกเราได้พิจารณาอย่างละเอียดและเห็นว่า วิกฤติทางการเมืองไทยที่เกิดจากความเห็นต่าง ได้ขยายจนทำให้เกิดความรุนแรงในหลายเหตุการณ์นั้น มิอาจจะใช้อำนาจพิเศษใด เข้ามาแก้ไขได้ วิถีทางในการหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงควรเป็นไปอย่างสันติ ภายใต้การปกป้อง คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างเท่าเทียมกัน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ไปกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
 
๒. รัฐบาลต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความขัดแย้งและสถานการณ์ที่เริ่มเข้าสู่ความรุนแรงนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐ จะต้องใช้สติและปัญญา ในการสร้างความเชื่อมั่นอย่างบริสุทธิ์ใจว่าพร้อมจะร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อฝ่าวิกฤติทางการเมืองให้ได้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือเครื่องมือที่เลวร้ายและเพราะได้ทำลายความเชื่อมั่นนี้ รัฐบาลควรยกเลิกโดยเร็ว
 
สุดท้ายนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ขอให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักว่า สภาพของความขัดแย้งนี้ มิอาจกีดกั้น เบียดขับฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง หรือกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง ในหลุดพ้นออกจากสังคมเดียวกันได้ ทุกฝ่าย ทุกกลุ่มล้วนมีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน การดำเนินการใด ที่จะเป็นไปเพื่อกำจัด กวาดล้างย่อมมิได้นำมาซึ่งสังคมที่พึงปรารถนา พวกเราขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในการดำเนินการหาทางออกอย่างสันติ ด้วยการเร่งเปิดการเจรจาแก้ไขปัญหา หาทางออกร่วมกัน เพื่อเราจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ต่อไป
 
 
ด้วยความเชื่อมั่นในพลังประชาชน
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)
๒๓ มกราคม ๒๕๕๗
 
 
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์