เริ่มก่อรูปเครือข่ายคนพุทธชายแดนใต้ เริ่มก่อร่างสันติภาพท่ามกลางความรุนแรง

Pesta Patani มหกรรมแรกที่ปรากฏชื่อเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้ พวกเขาเป็นใคร 10 ปีที่ซุ่มเงียบท่ามกลางความรุนแรง วันนี้เริ่มมั่นใจและรวมตัวกันเพื่อเป้าหมายให้พี่น้องพุทธ-มุสลิมได้พบปะให้มากที่สุด จนไว้เนื้อเชื่อใจและลดความหวาดระแวงต่อกัน
 
 
จุดสนใจหนึ่งภายในงาน Pesta Patani : Masyarakat Madani ถอดบทเรียน 10 ปี ภาคประชาสังคม ที่จัดขึ้นที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา คือบู๊ธของเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้
 
น่าสนใจตรงที่ว่า เป็นครั้งแรกที่มีบู๊ธของเครือข่ายชื่อนี้ โดยเฉพาะในงานที่มีผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นมุสลิมและจัดขึ้นในศาสนสถานของชาวมุสลิม ท่ามกลางสถานการณ์ไม่สงบในพื้นที่ที่คนพุทธมักตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง เช่นเดียวกับคนอีกหลายกลุ่ม แต่ไม่ค่อยจะส่งเสียงออกสู่สาธารณะมากนัก
 
พวกเขาคือใครและมีที่มาอย่างไร?
 
รักชาติ สุวรรณ์ อายุ 50 ปี ชาวอ.เมือง จ.ยะลาโดยกำเนิด ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้ เล่าถึงการก่อกำเนิดของเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้และแนวคิดเพื่อสันติภาพ ดังนี้
 
เครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ในการสัมมนาของคนพุทธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกที่โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท อ.สิงหนคร จ.สงขลา
 
ในครั้งนั้น มีทั้งการรวมกลุ่มและเปิดตัวเครือข่ายทันที พร้อมกับรับสมัครสมาชิก รวมทั้งมีการให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพและแนวทางการขับเคลื่อนของเครือข่ายคนพุทธฯในอนาคต ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 200 กว่าคน
 
ก่อนที่จะตั้งเป็นเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้ มีการตั้งเป็นกลุ่มคนพุทธกลุ่มน้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
“แรกๆ เครือข่ายพี่น้องไทยพุทธในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เข้าร่วมกลุ่มไม่ถึง 100 คน ในตอนนั้นพี่น้องไทยพุทธยังหวาดระแวงและหวาดกลัวอยู่ เพราะพี่น้องไทยพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีจำนวนน้อยมากและน้อยกว่าพี่น้องไทยมุสลิม”
 
การก่อตั้งเครือข่ายหรือการรวมกลุ่มของพี่น้องไทยพุทธอย่างเป็นรูปธรรม เกิดขึ้นเนื่องจากก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ มีการที่ก่อเหตุต่อเป้าหมายโดยที่ไม่เลือกเพศ วัย และสถานที่ การใช้ความรุนแรงมีความแข็งกร้าวมากขึ้นทุกวัน
 
โดยเฉพาะเหตุกราดยิง 6 ศพ ที่บ้านโคกม่วง ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อค่ำวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียชีวิตมีทั้งพี่น้องไทยพุทธ มุสลิม คนพิการและเด็กอายุ 2 ขวบ ชื่อ น้องไตเติ้ล
 
เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีการพูดคุยกันในกลุ่มคนไทยพุทธวงเล็กๆ ที่เห็นว่า คนไทยพุทธต้องต่อสู้ทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กลับคืนมาให้ได้ ต่างคนต่างอยู่ทำมาหากินโดยไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว คงไม่ได้แล้ว เพราะที่จริงเป็นเรื่องของเราทุกๆคน
 
การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ พี่น้องไทยพุทธไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะหรือในเวทีต่างๆ ไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น ได้แต่จับกลุ่มพูดคุยกัน 3-4 คนในช่วงพักรับประทานอาหารว่างเท่านั้น ไม่กล้าแม้แต่ถ่ายรูป
 
มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้พี่น้องไทยพุทธไม่กล้าแสดงจุดยืนหรือความต้องการของพี่น้องไทยพุทธต่อสาธารณะ เช่น เพราะกลัวอันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตนเองหรือคนในครอบครัว
 
เมื่อมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ก็ทำให้เครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ความหวาดกลัวหรือหวาดระแวงลดลง เมื่อความกลัวลดลงก็ยังทำให้พื้นที่แคบๆของการเรียกร้องสันติภาพของคนพุทธก็มีความหมายมากขึ้น
 
ที่ผ่านมา เครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้ได้จัดเวทีนอกพื้นที่ 3 จังหวัด ปรากฏว่ามีพี่น้องไทยพุทธให้ความร่วมมือมาระดมความคิดเห็นจำนวนมาก ในเวทีมีข้อสรุปว่าจำเป็นต้องเชิญวิทยากรมุสลิมที่มีความรู้ด้านการขับเคลื่อนสันติภาพในพื้นที่มาบรรยาย แต่เมื่อติดต่อไปแล้วปรากฏว่ากลับถูกปฏิเสธหลายครั้ง ทำให้การขับเคลื่อนขาดความต่อเนื่อง
 
“การเรียกร้องสันติภาพของพี่น้องมุสลิมทำอย่างมีขั้นตอนและชัดเจน เห็นได้จากการจัดเวทีพูดคุยในเรื่องสันติภาพที่มีหน่วยงานราชการหนุนเสริม ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนาและองค์กรระหว่างประเทศ อย่างโอไอซี (องค์กรความร่วมมืออิสลาม: OIC) ก็สนับสนุน”
 
การตั้งเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้ อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการได้รู้จักกับ ลม้าย มานะการ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างสันติภาพในพื้นที่ กระบวนการทำงาน การสร้างเครือข่าย ทำให้วันนี้เครือข่ายคนพุทธฯ มีความรู้ มีทางนำและมีความเชื่อมั่นในการเดินหน้าเรียกร้องสันติภาพในพื้นที่มากขึ้นด้วย
 
หลังจากตั้งเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้ มีการจัดเวทีย่อยอีกประมาณ 5 ครั้ง เวียนกันไปตามพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นชุมชนคนพุทธ เช่น บ้านลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
 
กิจกรรมล่าสุดคือ เข้าร่วมกิจกรรมในงาน Pesta Patani : Masyarakat Madani ถือเป็นครั้งแรกที่มาร่วมงานกับคนมุสลิมและเป็นครั้งแรกที่มาจัดบู๊ธในงานของมุสลิมด้วย
 
เป้าหมายของเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้ คือ ต้องการให้พี่น้องพุทธและมุสลิมได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันให้มาก มีการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน สามารถนำสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจ และลดความหวาดระแวงต่อกันได้ในที่สุด
 
มุมมองต่อกระบวนการสันติภาพในความหมายของคนพุทธคือ การอยู่ร่วมกันอย่างเดิม คือความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ไม่มีความหวาดระแวงต่อกัน ตัดคำว่าพื้นที่พิเศษออกไป ให้เหลือแค่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
 
“ต้องเอาคำว่า อธรรมออกไป เพราะที่ผ่านมาเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐรังแกและเอาเปรียบประชาชนก็ไม่เคยถูกลงโทษตามกฎหมาย วันนี้พี่น้องในพื้นที่ก็ยังถูกกระทำเหมือนเดิม ทำให้การก่อความไม่สงบก็ยังมีอยู่”
 
ขณะเดียวกัน ในการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพื้นที่นี้ คนสอนก็ไม่ควรใส่ความรู้สึกส่วนตัวเข้าไป เพราะถ้าใส่ความรู้สึกที่รุนแรง นักเรียนที่จบออกมาก็จะรับทัศนคติที่รุนแรงนั้นมาด้วย
 
ตัวอย่าง มีนักศึกษาคนหนึ่งลุกขึ้นพูดในเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพครั้งหนึ่งว่า “ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยคิดว่าผมเป็นคนไทยเลย ผมสำนึกอยู่เสมอว่า ผมเป็นคนปาตานี” แสดงว่าเด็กซึมซับประวัติศาสตร์ที่ผิดๆมาตลอด
 
“จนถึงวันนี้ เราต้องยอมรับแล้วว่า เราเป็นคนไทย เราเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ส่วนจะนับถือศาสนาใดนั้นก็แล้วแต่ เพราะเป็นสิทธิของแต่ละคน ไม่ควรเอาประวัติศาสตร์มาเป็นเครื่องมือใช้ความรุนแรง” ผู้ประสานงานเครือข่ายคนพุทธสนับสนุนสันติภาพชายแดนภาคใต้บอกเล่าความคิด
 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์