‘จากหมอถึงหมอ’ บทสัมภาษณ์คนร่วมวงการ กรณี ‘เสื้อกาวน์’ ชัตดาวน์กรุงเทพ

 
23 ม.ค.2557 เว็บไซต์ไทยอีนิวส์เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แกนนำกลุ่มพลเมืองก้าวหน้าราชบุรี และ นพ.อิราวัต อารีกิจ หรือ หมออั้ม ต่อกรณีที่มีกลุ่มแพทย์ออกมาร่วมการชุมนุมของ กปปส.อย่างเปิดเผยในช่วงเวลานี้ อาทิ การตั้งกลุ่มกองทัพเสื้อกาวน์ ชัตดาวน์กรุงเทพฯ และเกิดเป็นปรากฏการณ์เสื้อกาวน์แสดงพลัง ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง 
 
นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล
 
Q: เห็นกลุ่มแพทย์ออกมาเดินขบวนตามสุเทพแล้วคิดเห็นอย่างไร?
 
นพ.พงษ์ศักดิ์: คือ แพทย์มาเดินขบวนตามสุเทพ สำหรับผมไม่แปลกนะครับ ก็เหมือนคนกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่เห็นด้วย กับสุเทพก็ออกมา แต่ที่แปลกใจและตกใจคือพวกเขานัดกันใส่เสื้อกาวน์ ใส่ชุดทำงาน บางคนใส่ชุดผ่าตัดด้วย อันนี้น่าแปลกมากที่คนกลุ่มนี้ใช้ความเป็นวิชาชีพแพทย์แสดงจุดยืนทางการเมือง
 
พวกเขาคิดอะไร ทำไมต้องแสดงถึงขนาดนี้ หรือพวกเขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วสิ่งที่สุเทพและคณะคิดจะทำจะได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น พวกเขากำลังใช้ความเป็นแพทย์มาเป็นจุดขายความคิดทางการเมืองไหม  และรวมถึงกลุ่มคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ 8 สถาบันด้วย ผมเห็นว่าพวกเขากำลังดึงสถาบันมาสู่สนามความขัดแย้ง ด้วยหลักการเดียวกันคือใช้สถาบันมาเป็นเครื่องมือ มาเป็นจุดขาย
 
แล้วที่อยากรู้คือว่า แพทย์กลุ่มนี้ทั้งในฐานะส่วนตัวและฐานะสถาบัน พวกเขาอยู่ไหน? เมื่อเหตุการณ์ เมษา-พฤษภา 53 ที่เกิดกรณีคนเสื้อแดงโดนสลายและตายไปเกือบร้อย เจ็บกว่าสองพัน เพราะในฐานะแพทย์ที่ทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ และทั้งรับรู้และเข้าใจปัญหาต่างๆ ได้มากมาย และแสดงออกทางการเมืองมากขนาดนี้ พวกเขาคิดอย่างไรต่อความตาย การบาดเจ็บของคนเสื้อแดง แล้วทำไมไม่ออกมาเรียกร้อง หรือเรียกหาความรับผิดชอบของรัฐบาล ณ เวลานั้น เหมือนที่พวกเขากำลังทำอยู่วันนี้ 
 
มันทำให้ผมทำใจลำบากที่จะให้เครดิตต่ออะไรก็ตามที่แพทย์เหล่านี้จะออกมาเรียกร้อง บนฐานะที่เอาความเป็นแพทย์ และสถาบันทางการแพทย์มาเสนอ
 
 
Q: ทำไมแพทย์จึงเป็นข้าราชการเพียงกระทรวงเดียว (นับจากปลัดกระทรวง) ที่เข้าร่วมมือสุเทพไล่รัฐบาลนายแพทย์
 
นพ.พงษ์ศักดิ์: ผมว่า คงมีคำอธิบายได้หลากหลายมุม แต่สำหรับผม ผมขออธิบายว่า มันเป็นภาพสะท้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างดี หมายถึงว่า เราต่างรู้กันอยู่ว่าปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตอนนี้ พื้นฐานเป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ระหว่างกลุ่มพลังต่างๆ
 
พวกแพทย์นี่ ที่จริงก็คือตัวแทนของกลุ่มผู้ได้เปรียบ เป็นชนชั้นนำ เป็นเครือข่ายระบบอำมาตย์ จึงอธิบายได้ว่าแพทย์ส่วนหนึ่งคิดเห็นทางการเมืองแบบไหน แต่ที่แพทย์พวกนี้กล้าออกมาเปิดหน้าชัดๆ ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะความเป็นลักษณะเฉพาะของวิชาชีพนะครับ ที่พวกหมอๆ มักคิดว่าตัวเองเก่ง มีอัตตาสูง และเป็นอิสระในการทำงานมากระดับหนึ่ง แม้อยู่ในระบบราชการก็ตาม และพวกเขาโดยเฉพาะระดับนำคงคิดและสรุปกันแล้วว่าต้องทุ่ม ต้องทำให้เต็มที่ ที่จะหยุดการเมืองให้ได้
 
ส่วนตัวแล้ว ผมยินดีเลยนะครับ ที่หมอกล้าแสดงออกทางการเมือง แต่ต้องไม่พ่วงความเป็นแพทย์ออกมาเป็นจุดขาย อย่างที่เขาทำๆ กัน
 
และสำหรับเรื่อง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกมานี่ ผมเห็นว่าแกน่าจะแมนๆ กว่านี้นะครับ คือกระโดดออกมาเลยตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ทำม็อบที่สามเสน หรือตอนนี้ก็น่าจะแสดงสปิริตยื่นใบลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงให้เป็นตัวอย่างไปเลย
 
 
Q: แพทย์ควรมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร
 
นพ.พงษ์ศักดิ์: วิชาชีพแพทย์ ถูกสอน ถูกฝึก ให้คิดและทำงานแบบวิทยาศาสตร์ มีเหตุ มีผล มีงานวิชาการรองรับ และการทำงานให้ยึดผู้ป่วยเป็นหลัก และที่สำคัญที่ผมยึดถือคือให้รักษาผู้ป่วยแบบเสมือนเป็นญาติเราเอง ถามตัวเองว่าถ้าคนไข้คนนี้เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นลูกเรา เราจะรักษาเขาแบบนี้ไหม ถ้าทำก็แสดงว่าจุดยืนและการทำงานเรายังเดินต่อไปได้
 
พอมาเรื่องการเมือง แพทย์จะมีความรัก ความเกลียดใคร ไม่ใช่ปัญหา ตราบใดที่ข้อสรุปของตนเองอธิบายได้แบบหลักการที่ตนเองใช้ทำงานในวิชาชีพแพทย์ คือเป็นเหตุผล เป็นวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญคือยึดถือผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก
 
ผมคงไม่อาจเอื้อม ไปบอกว่าแพทย์ควรมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร แต่สำหรับผม ผมใช้หลักการข้างต้นครับ และดูว่า จุดยืนทางการเมืองผม ต้องสอดคล้องและเอื้อประโยชน์แก่คนยากคนจนผู้ด้อยโอกาสในสังคม และเป็นไปตามทิศทางที่เป็นประชาธิปไตย เห็นคุณค่าของทุกคน เท่าเทียมกันในทางการเมือง ง่ายๆ แค่นี้ครับ
 
 
Q: แพทย์ในอดีตได้ชื่อว่ามีอุดมการณ์ข้างประชาชนผู้ยากไร้
 
นพ.พงษ์ศักดิ์: ครับ ผมเองโดยส่วนตัวมีความภาคภูมิใจในวิชาชีพแพทย์มากที่สุดก็คือช่วงการออกไปทำงาน รพ.อำเภอ และทำให้ผมซาบซึ้งกับคำว่า "รับใช้ประชา คือปลายทางเรา ที่เล่าเรียน" และช่วงเวลานั้น "แพทย์ชนบท" ถือได้ว่า ได้สร้างคุณูปการต่อการพัฒนาชนบทอย่างมาก และดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดสายเสรีนิยมมาก ผมจึงถือว่า อุดมการณ์ "หมอชนบท" ที่ผมมีส่วนร่วมเล็กๆ นั้นยิ่งใหญ่มาก
 
จนมาถึงช่วงความขัดแย้งทางการเมือง ที่องค์กรอย่าง "ชมรมแพทย์ชนบท" จะด้วยเหตุใดก็ตาม ได้ลากเอา "แพทย์ชนบท" มามีบทบาทที่ชัดเจนว่ายืนอยู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากในความคิดผม เพราะคนที่เป็นแพทย์ ทำงานที่ รพ.อำเภอ กลับถูกองค์กรนำ ที่ชื่อ "ชมรมแพทย์ชนบท" ลากเข้าไปยืนคนละข้างกับความคิด ความคาดหวังของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
 
แต่ทั้งนี้ ผมยังเชื่อว่าต่อให้ "แพทย์ชนบท" วันนี้จะถูกกระทำโดยผู้นำของ "ชมรมแพทย์ชนบท" ทำให้ดูเป็นอย่างไรก็ตาม แต่อุดมการณ์ของแพทย์ที่เป็นหมอชนบท จริงๆ นั้นมีอยู่มากมาย หมอชนบทที่มองเห็นชาวบ้านว่าเป็นคน มีสิทธิ มีเสียงเท่าเทียมกันยังมีอยู่มากมาย เพราะถ้าไม่เป็นแบบนี้เราก็คงสิ้นหวังครับ
 
 
Q: ในฐานะแพทย์ด้วยกัน อยากฝากอะไรถึงวงการแพทย์บ้าง
 
นพ.พงษ์ศักดิ์: ผมไม่มีไรมาก ครับ แค่อยากฝากถึงแพทย์ ด้วยกันว่า 1. แพทย์ที่ออกมาเคลื่อนไหวขอปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลว่าการเมืองไทยแย่มากๆ นักการเมืองโกงกิน ผมมีคำถามถึง ท่านๆ สองข้อนะครับ
 
ข้อแรก สำหรับหมอที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัฐบาลทั้งหลาย รพ.โรงเรียนแพทย์ และรพ.ต่างจังหวัด ทั่วประเทศ ผมขอถาม ท่าน ผอ.ว่า รพ.ที่ท่านบริหารอยู่ ได้รับเงินพิเศษจากบริษัทยา บริษัทขายเครื่องมือและวัสดุการแพทย์ ที่เราเรียกติดปากกันว่า "เงินสวัสดิการ" เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดการสั่งซื้อ ปีละกี่ล้าน เงินก้อนนี้แน่นอน ไม่เข้าบัญชีปกติ แล้วเงินไปไหน ไปใช้อะไร เกิดประโยชน์กับประชาชนไหม เข้ากระเป๋า ผอ.เท่าไร?
 
ข้อสอง ขอถาม แพทย์ทุกท่านในทุกตำแหน่งของ รพ.รัฐบาล ทั้ง ผอ.และแพทย์ประจำที่ออกมาไล่รัฐบาลว่า ในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา ที่ท่านเดินทางไปเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขอถามว่าค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรมหรูๆ ค่าอาหารดีๆ บริษัทยาหรือเครื่องมือแพทย์ออกค่าใช้จ่ายให้ท่านกี่ครั้ง หรือถ้าให้ผมเดา คงทุกครั้งที่ไป ถูกต้องหรือไม่
 
สุดท้ายจริงๆ คือ อยากบอกว่า การทำงานของแพทย์ต้องได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยเป็นสำคัญที่สุด การที่แพทย์ ตัดสินใจออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง โดยเอาความเป็นแพทย์มาผูกติด ผมเห็นว่าแพทย์กำลังทำลายศรัทธา ความเชื่อถือที่คนไข้และสังคมมีให้ต่อแพทย์ และเรื่องนี้จะส่งผลเสียหายระยะยาว อยากให้แพทย์พิจารณา
 
000
 
นพ.อิราวัต อารีกิจ หรือ หมออั้ม
 
Q: เห็นกลุ่มแพทย์ออกมาเดินขบวนตามสุเทพแล้วคิดเห็นอย่างไร
 
หมออั้ม: จริงๆ เป็นสิ่งที่กระทำได้อย่างสวยงาม ในระบอบประชาธิปไตยครับ รักใคร ชอบใคร เราแสดงออกได้อย่างเปิดเผย แต่ไม่ควรจะโกรธกัน หรือดูถูกเหยียดหยามกัน
 
สิ่งที่อยากให้ปรับสักนิด คือ ไม่ควรใส่โลโก้องค์กรหรือสถาบันแบบนี้ จะใส่เสื้อกาวน์ ก็ไม่ว่ากัน จะห้อยหูฟัง ติดป้ายชื่อตนเอง ก็ไม่ว่ากัน แต่ไม่ควรนำโลโก้ มหาวิทยาลัย องค์กร ชื่อโรงพยาบาล หรือแม้แต่สัญลักษณ์ "กาชาด" เอานำหน้าออกมาเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางการเมืองแบบที่เห็น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่คิดแบบคุณ ไม่ใช่ทั้งองค์กร ที่คิดแบบคุณ แบบนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติบุคคลอื่นๆ ในองค์กร ในสถาบันนั้นๆ ไปด้วย ทั้งที่เขาอุตส่าห์ให้เกียรติพวกคุณในการแสดงความเห็นครั้งนี้ แม้เขาจะคิดต่างจากคุณ... จำนวนไม่น้อย
 
 
Q: ทำไมแพทย์จึงเป็นข้าราชการเพียงกระทรวงเดียว (นับจากปลัดกระทรวง) ที่เข้าร่วมมือสุเทพไล่รัฐบาล
 
หมออั้ม: ไม่แปลกหรอกครับ ที่ข้าราชการจะออกมาแสดงความเห็นแบบที่เป็นเปิดเผยความจริงในก้นบึ้งหัวใจว่าไม่ชอบ และต้องการขับไล่รัฐบาลที่ตนเองไม่ได้เลือกมา หรืออาจจะบอกว่าเลือกมาก็ตาม บอกว่าเปลี่ยนใจที่หลังอะไรก็ตามแต่…
 
เมื่อแสดงสิทธิ ก็ต้องอย่าลืมหันมองหน้าที่ของตน ในฐานะ "ข้าราชการของประชาชน” ในระบอบประชาธิปไตย อันมี "พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ด้วย และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งที่ตนกระทำ กับสิ่งที่ตนต่อต้านรัฐบาลที่มาจากประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ
 
คนเป็นหมอ มีอีโก้ และอคติ สูง… แค่คนไข้ หรือใครก็ตาม เรียกชื่อคุณเฉยๆ ไม่เรียก "คุณหมอ" นำหน้าชื่อ หมอบางคนก็ถึงกับโกรธจนตัวสั่น... เก็บอาการไว้ไม่อยู่ สิ่งนี้บ่งบอกถึง​ "ความเป็นชนชั้น" ในใจแต่แรกอยู่แล้ว
 
หมอดีดี หมอที่ยอมรับเสียงของประชาชนแม้จะคิดต่างก็มีอีกมากครับ ที่กล่าวถึงนี้เป็นกรณีส่วนบุคคล ไม่ได้เหมารวมถึงหมอทั้งประเทศนะครับ
 
 
Q: แพทย์ควรมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร
 
หมออั้ม: อะไรก็ตาม ที่เป็นวิชาชีพ มีความเสี่ยงในการแสดงจุดยืนทางการเมืองอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตย เพราะมีโอกาสถูกผลักไปฝ่ายโน้นนี้ อย่างง่ายดาย
 
สิ่งที่ควรแสดงออก คือ แสดงความเห็นได้ตามปุถุชน แสดงความคิดชอบ คิดต่างได้เต็มที่ ตราบใดที่เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ไปสบประมาทใส่ร้ายใคร หรือบิดเบือน และต้องยึดมั่นในกติกา และเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นเช่นกัน
 
เขาไม่เชื่อเรา เขาก็ไม่ผิด... เพราะไม่ใช่หมอทุกคนที่จะเข้าใจการเมือง บางคน... ก็แห่ตามรุ่นพี่ หัวหน้าสายบังคับบัญชา บางคนก็แห่ตามกระแสสื่อเท่านั้น…
 
ไม่อยากให้ลุกลาม ไปถึงขนาดไปด่าว่าคนคิดต่างจากเรา ว่าโง่ ว่าไม่มีการศึกษา เหมือนอย่างที่หมอท่านหนึ่ง ชูป้ายด้วยถ้อยคำผรุสวาท ด่ารัฐบาล ด่านายกฯ แบบนี้ คุณหมอท่านนั้นท่านคงไม่รู้ตัวว่าท่านกำลังประจานตนเอง สร้างความเสื่อมให้กับตนเอง ในฐานะที่ท่านสวมเสื้อกาวน์ออกมา ใส่สัญลักษณ์อะไรๆ ออกมา
 
หากรู้จักขอบเขตการแสดงออก และเคารพความเห็นของผู้อื่น ไม่ก้าวก่ายใส่ความ หรือหมิ่นประมาทหยามอะไรใคร แค่นี้บรรยากาศ การแสดงออกใดๆ ก็จะดีขึ้นแล้วครับ...
 
 
Q: แพทย์ในอดีตได้ชื่อว่ามีอุดมการณ์ข้างประชาชนผู้ยากไร้ ปัจจัยอะไรทำให้เปลี่ยนแปลงไปในเวลานี้
 
หมออั้ม: คงยังบอกว่า เปลี่ยนแปลง หรือไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอกครับ เราเองอาจไม่เคยรู้ "อคติ" ลึกๆ ของพวกเขา แล้วเหมาว่าหมอคือ "เทวดา" แต่แรก ไปเทิดทูนเขาเองแต่แรก... จริงๆ แล้วหมอ ก็เป็นแค่คนธรรมดา ที่ประกอบอาชีพแพทย์ รักษาโรค รักษาคน แค่นั้น มีรัก โลภ โกรธ หลง ได้ตามปกติ มีง่วง หิว เบื่อหน่าย อะไรๆ ได้ปกติ เหมือนคนทั่วไป
 
ผมจึงไม่ให้น้ำหนักเรื่องอุดมการณ์อะไรๆ มากครับ ตราบใดที่ "หมอ" ยัง "ไม่เลือกรักษาคนไข้" ไม่เลือกปฏิบัติกับคนไข้ เพียงแค่ความเห็นต่างทางการเมือง แค่นี้ก็ดีถมเถแล้ว
 
 
Q: อยากฝากอะไรถึงวงการแพทย์บ้าง
 
หมออั้ม: ก็คงฝากแค่ว่า ต้องอย่าลืมว่าท่านก็เป็น "ประชาชน" คนหนึ่งในแผ่นดิน สิ่งที่ท่านมีมากกว่าคนอื่นก็คือ "โอกาส" และ "การศึกษา" ซึ่งไม่ได้บ่งบอกหรือการันตีการกระทำว่า "ท่านวิเศษ" กว่าใคร
 
ชีวิตพวกท่านสบายกว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศมากอยู่แล้ว ท่านที่ไม่เปิดใจรับฟัง ก็อยากให้เปิดใจให้กว้างขึ้น อย่ามองการเมืองจากความเดือดร้อนส่วนตัวอย่างเดียว หรือมองการเมืองจากสื่อที่เลือกเสพแค่ด้านเดียว มองภาพรวม ความต้องการของประชาชนทั้งประเทศด้วย มองใจเขา ใจเรา ให้ดี
 
ลองเริ่มต้นจาก "คิดว่าเราเท่ากับเขา" ก่อน แล้ว "ลาภยศ สรรเสริญ จะตกแก่ท่านเอง… ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์...” ดั่งพระราชดำรัส พระบรมราชนก พระบิดาแห่งวงการแพทย์ไทยนี้

 

ที่มา: เว็บไซต์ไทยอีนิวส์

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์