‘ปวิน-พรชัย’ ดีเบตว่าด้วย กปปส. และการเลือกตั้ง

ดีเบตผ่าน 'สรยุทธเจาะข่าวเด่น' ประเด็นการเมืองหลังขวางเลือกตั้งล่วงหน้า ‘ปวิน’ ชี้เลื่อนเลือกตั้งไม่มีหลักประกันว่า กปปส.จะยุติ ‘พรชัย’ สวนเลือกตั้งเสร็จ แต่เกิดรัฐบาลล้มเหลว พร้อมถกเถียงวิธีคิดเกี่ยวกับประชาธิปไตย คุณภาพและปริมาณ ฯลฯ

28 ม.ค.2557 รายการสรยุทธเจาะข่าวเด่น เมื่อวานนี้(27 ม.ค.)เวลา 17.25 น. ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นการเมืองหลังเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งมีผู้ร่วมรายการคือ รศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากสถาบันเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และ รศ.พรชัย เทพปัญญา อดีต ผอ.สถาบันพระปกเกล้า ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยถกเถียงกันในประเด็นการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. การเลือกตั้ง ดังนี้

0000

เลื่อนเลือกตั้งไม่มีหลักประกันว่า กปปส.จะยุติ

ปวิน ยืนยันว่า วันที่ 2 (ก.พ.)ยังคงมีการเลือกตั้ง เพราะมันไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าการเลื่อนเวลาออกไปแล้ว ความรุนแรงทางด้านการเมืองจะยุติ เชือว่า กปปส.ไม่ว่าจะก้าวข้ามอะไรไปแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นมวลมหาประชาชนที่มีคุณภาพอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในที่สุดคือการสร้างสถานการณ์ของความไม่สามารถปกครองได้ เพื่อให้เกิดการแทรกแซงของสถาบันอะไรก็แล้วแต่

เพราะฉะนั้นจะเลื่อนไปมากน้อยแค่ไหน มันไม่เกิดการเลือกตั้ง เพราะว่ากลุ่มฝ่ายตรงข้ามเขาไม่ต้องการการเลือกตั้งอยู่แล้ว และการเลื่อนออกไปเท่ากับเป็นการต่ออายุให้กับกลุ่ม กปปส. ยังคงดำเนินการทางด้านการเมืองอยู่แบบที่ผิดกฏหมายตลอดเวลา สร้างความวุ่นวานอย่างมาก

"มันจะมีวิธีใดที่ดีกว่าการเลือกตั้งในเมื่อเป็นการที่คุณคืนอำนาจให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศในการตัดสิน ทำไมต้องให้อำนาจให้กับกลุ่ม กปปส.เป็นคนชี้นำประเทศไทย ความชอบธรรมคุณมาจากไหน ใครเลือกตั้งคุณเข้ามา คุณภาพของคุณวัดกันได้อย่างไร ถ้ามันไม่ใช่เรื่องการเลือกตั้ง ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่สนับสนุนกลุ่ม กปปส. ทำไมผมต้องให้สิทธิของผมมอบให้กับ กปปส. ในการชี้นำทางออกให้กับประเทศไทย"

เลือกตั้งเสร็จ แต่เกิดรัฐบาลล้มเหลว

พรชัย กล่าวว่า วันที่ 2 ก.พ.ก็เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง มันจะได้จบๆ ถ้าเลื่อนการเลือกตั้งไปมันจะคาราคาซัง เพราะฉะนั้นคำตอบหลังการเลือกตั้งและการเลือกตั้งไม่สำเร็จนี่มันจะมีปรากฏการณ์ที่จะสามารถให้คำตอบได้

เชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่สำเร็จ และจะมีปรากฏารณ์แก้ปัญหาลุล่วงได้ ถ้าสมติเอาประเทศไปรอการเลือกตั้งอีก 4 เดือนข้างหน้าเหมือนเอาประเทศเข้าไอซียู เหมือนประเทศเราป่วยไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย รัฐบาลก็ไม่มีอำนาจ

มองว่าเลือกตั้งเสร็จจะเกิดลักษณะที่รัฐบาลล้มเหลว แต่ไม่ได้พูดว่า failed states เป็นความล้มเหลวของรัฐบาล แล้วจะมีการต่อสู้ มีปรากฏการณ์ที่เกิดความขัดแย้งทางสังคมที่รุนแรงจนกระทั่งสุดท้ายอำนาจที่เป็นอำนาจทางทหาร ทางตุลาการจะเข้ามาตัดสิน

ในจุดยืนของ กปปส. เขาก็มองว่าการเลือกตั้งในช่วงนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วว่ารัฐบาลนี้จะเข้ามาได้ เพราะว่าอีกฝ่ายไม่ได้ลงเลือกตั้งก็คือพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นทาง กปปส. จะต้องคัดค้านการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพราะว่าเลือกตั้งครั้งนี้ผลสุดท้ายก็ได้รัฐบาลเก่าเข้าไปสู่วงจรเก่า เพราะฉะนั้นตรงนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาขัดขวางการเลือกตั้ง

พรชัย เชื่อว่า กปปส. มองข้ามพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว ถึงแม้พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้งไปก็เชื่อว่า กปปส. จะไม่ยินดียินร้ายด้วยกับตรงนี้ จะขัดขวางการเลือกตั้งไปจนกระทั่งเกิดการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

การปฏิรูปของ กปปส. ไม่ได้เริ่มจากความชอบธรรม

ปวิน กล่าวว่า จะไม่ให้ความชอบธรรมได้อย่างไร สมติพรรคเพื่อไทยได้กลับมา โดยได้รับเสียงส่วนใหญ่จากประชาชน ก็ได้รับความชอบธรรมถูกต้องอยู่แล้ว ไม่เห็นว่ามีความเสียหายอะไร กปปส. ไม่ว่าจะก้าวข้ามพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แต่ว่า approach การปฏิรูปที่มีอยู่นี้มันไม่ได้เริ่มจากความชอบธรรม ยังนึกไม่ออกว่ากลุ่มคนที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ดีที่สุดในสังคมกำลังต้องการออกมานำปฏิรูป แต่วิธีของคุณในการทำที่ผ่านมาอย่างเมื่อวาน ในการใช้ความรุนแรงในการลิดรอนสิทธิเลือกตั้งของคนอื่นถูกต้องหรือ 

"ผมกลัว กลัวที่จะให้คนดีประเภทนี้เข้ามาปฏิรูปประเทศ และผมกลัวว่าจะไม่มีใครมาปกป้องสิทธิของผม ดังนั้นผมขอคัดค้านเรื่อทั้หมดและยืนยันว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกที่ดีที่สุด หลังจากนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นมาก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง"

เราเพียงคนของพรรคการเมือง ไม่ได้เลือกคนที่ต้องการ

พรชัย กล่าว่า ไม่ได้เห็นการเลือกตั้งไม่ดี แต่การเลือกตั้งในบริบทของกฏหมายปัจจุบันนี้ มันไม่ดี ไม่ถูกต้อง ถามว่าในชีวิตคุณสรยุทธเคยเลือกตั้งคนที่ต้องการไหม เราเลือกตั้งคนที่พรรคการเมืองส่งมาทั้งนั้น

"ผมไม่สามารถเลือกตั้งคนที่ผมต้อการได้ เสรีชนไม่สามารถที่จะส่งคนลงเลือกตั้งได้ ภาคประชาสังคม ภาคส่วนอื่นๆ ไม่สามารถส่งคนลงเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้นผลสุดท้ายเราเลือกตั้งเราเลือกตัวแทนของผู้อื่นมาในนามของพรรคการเมือง เราเลือกต้องสังกัดพรรค และภาคประชาสังคมส่วนอื่นๆ ก็ไม่สามาถรส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งด้วย คือพูดง่ายๆ เป็นระบบปิดที่ยึดโยงอยู่กับพรรคการเมืองเท่านั้น"

"คุณลองดูสิเป็นประชาธิปไตยมากี่ปีชาวนายังยากจนอยู่ ยังมีปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นความเป็นตัวแทนอย่างที่อาจารย์(ปวิน)พูด บางทีมันมองดูดีงาม มันมองดูใช้ได้ แต่ผลตอบแทน ความเป็นตัวแทนมันมีไหม ถ้าเลือกตั้งแล้วบอกว่านี่คือการเลือกตั้งแล้วบอกว่านี่คือตัวแทน ความเป็นตัวแทนของผู้ที่เลือกตั้งเข้าไป ความยึดโยงไม่มี ผมว่าตรงนั้นต้องกลับมาคิดและอย่าน้อยต้องมองดูการปฏิรูป"

กปปส. เป็นตัวแทนของใคร

ปวิน กล่าว่า แล้ว กปปส. เป็นตัวแทนของใคร สิ่งที่ กปปส. ต้องการคือหนึ่งไม่เอาการเลือกตั้ง ต้องการปฏิรูป แล้ว กปปส. เป็นตัวแทนของใคร ในเมื่อคนทั้งประเทศส่วนใหญ่เขาลงความเห็นแล้วเขาต้องการการเลือกตั้ง แล้วคุณไม่ฟังเสียงคนส่วนหญ่หรือ

พรชัย กล่าว่า เราต้องเคารพเสียงคนส่วนน้อยที่เขาไม่อยากเลือกตั้ง

ปวิน กล่าวว่า แต่คุณไม่มีสิทธิห้ามคนอื่นไม่ให้ไปเลือกตั้ง

พรชัย กล่าวว่า "อันนั้นผมเห็นด้วย แต่ผมบอกว่า 5% คุณต้องเคารพ จาก 100% ของการที่จะเปิดสภาได้ คุณต้องเคารพ 5% ที่เขาไม่ต้องการที่จะไปใช้สิทธิ เพราะฉะนั้น 5% ที่เขาไม่ต้องการไปใช้สิทธิคุณต้องให้เขาสามารถที่จะไม่ใช้สิทธิได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาใช้สิทธิของ 5% แล้วสภาเปิดไม่ได้ คุณต้องเคารพในสิ่งนั้นด้วย

ปวิน กล่าวว่า "ผมไม่แคร์ คุณจะไม่ใช้สิทธิมันเป็นเรื่องของคุณ คุณจะบอยคอตเป็นเรื่องของคุณ คุณเป็น 5% ผมเคารพสิทธิ แต่คุณอย่าละเมิดสิทธิของคนอีก 95% ที่เขาต้องการการเลือกตั้ง คุณมีสิทธิอะไรไปละเมิดเขา"

การปฏิวัติโดยประชาชน ไม่ใช่เรื่องการเคารพสิทธิ

พรชัย กล่าวว่า "ผมตอบแทน กปปส. ผมมองตรงนี้ว่าเป็นการปฏิวัติโดยประชาชน เพราะฉะนั้นในเงื่อนไขของการปฏิวัติมันไม่ใช่เรื่องการเคารพสิทธิหรือไม่เคารพสิทธิ มันเป็นเรืองของการต่อสู้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีการปฏิวัติรัฐประหารโดยทหารขึ้นมามันฉีกรัฐธรรมนูญเลยนะ ฉีกรัฐธรรมนูญหมายความว่าอะไร หมายความว่าล้มล้างสิทธิของคนทั้งประเทศทั้งหมดเลย อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ อำนาจของประชาชนทั้งหมดทุกภาคส่วน การส่วนร่วมต่างๆ แต่นี่เขาแค่ไปยับยั้งการเลือกตั้งเท่านั้นเองส่วนเล็กๆ เพราะฉะนั้นการปฏิวัติภาคประชาชนก็ระงับสิทธิบางส่วนของประชาชนเท่านั้นเอง โดยการที่ยังไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ"

ปวิน กล่าวว่า "ผมมีปัญหากับคำนี้มาก ปฏิวัติประชาชน ใครคือประชาชน ประชาชนคือ 5% หรอ? ที่เราพูดถึง หรือประชาชนอีก 95% ที่เขาต้องการการเลือกตั้ง"

พรชัย กล่าวว่า การปฏิวัติไม่สามารถปฏิวัติได้โดยประชาชนทั้งหมด ประชาชนบางครั้งถ้ามองในฝ่ายของมาร์กซ์ มันมีมวลชนที่ล้าหลัง เพราะฉะนั้นต้องการปัญญาชนเป็นผู้นำ

ปวิน กล่าวว่า "ผมรับอันนี้ไม่ได้  อันนี้เป็นการสร้างวาทกรรมอีกแล้วว่า “ผมดีกว่าคุณ” ดังนั้นผมจบปริญญาเอก ผมเก่งกว่าคุณสรยุทธใช่ไหม ผมควรได้รับสิทธิ 2 เสียงใช่หรือเปล่า"

พรชัย กล่าว่า ในการปฏิวัติประชาชนต้องมีปัญญาชนนำ แล้วก็มีมวลชนล้าหลังที่ติดตามมา เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิวัติประชาชนด้วยการวัดจำนวนตรงนั้น ก็มองลำบาก เพราะฉะนั้นก็ต้องมีผู้นำ  เรื่องเสียงส่วนมาก ถ้าปราศจากเหตุผลปราศจากจิตสาธารณะก็ถือเป็นการปกครองโดยฝูงชน เป็น mob rule

ศตวรรษที่ 21 แล้ว เรายังต้องพูดเรื่องสิทธิเท่ากัน

ปวิน กล่าวว่า เสียงส่วนมากที่เขาต้องการการเลือกตั้งไม่มีเหตุผลตรงไหน แต่กลุ่มคนที่คิดว่าตัวเองมีเหตุผลแล้วออกไปคัดค้านการเลือกตั้ง หากไม่อยากไปใช้สิทธิเลือกตั้งมันเป็นปัญหาของคุณ แต่ไม่มีสิทธิไปคัดค้านคนอื่น และนี่เป็นเหตุผลของคนกลุ่มนี้

"เราอยู่ในศตวรรษที่ 21 แล้ว เรายังต้องพูดกันอีกหรอว่าสิทธิของคุณเท่ากับสิทธิของผม ว่าคนต่างจังหวัดนั้นโง่ไม่ควรมีสิทธิเท่ากับผม นี่เรายังต้องมาเถี่ยงกันเรื่องนี้อีกหรอ ความเป็นมนุษยืมันอยู่ตรงไหน แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่มีความตื่นตัวทางด้านการเมือง ว่าเขาไม่มีความรู้ทางด้านการเมือง คนพวกนี้ผ่านวิกฤติทางด้านการเมืองมาเยอะแยะมากมาย รวมถึงความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้นที่ราชประสงค์ คุณมีสิทธิอะไรไปบอกว่าคุณไม่มีสิทธิเท่าผมเพราะคุณนี้ไม่ใช่ปัญญาชน Oh! my god"

พรชัย กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ใช่เป็นการละเมิดสิทธิ แต่เป็นการต่อสู้ทางการเมือง เพราะฉะนั้นการต่อสู้ก็คือไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิด เพราะฉะนั้นการจำกัดสิทธิหรือไม่ให้สิทธิ เป็นการจำกัดสิทธิหรือไม่ให้สิทธิชั่วคราวเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปฏิรูป และหลังจากนั้นคุณได้ใช้สิทธิอย่างสมบูรณ์ และเป็นสิ่งที่สง่างามสวยงาม และสามารถสร้างสังคมในฝันได้

ปวิน กล่าวว่า "มันเป็นคำสวย แต่ความชอบธรรมอยู่ไหน คุณเอาความชอบธรรมในการระงับสิทธิคนอื่นมาจากไหน ใครให้สิทธิคุณ ผมไม่ให้สิทธินะ เอาความชอบธรรมาจากไหน คุณมีคนแค่หยิบมือ มวลมหาประชาชนมันก็ไม่ใช่ประชาชน"

ความชอบธรรมเกิดขึ้นได้หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลง

พรชัย ตั้งคำถามต่อว่า ปฎิวัติเอาความชอบธรรมาจากไหน แล้วทำไมถึงมีความชอบธรรม ความชอบธรรมมันจะเกิดขึ้นได้หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว คณะปฎิวัติรัฐประหารส่วนใหญ่เวลาเปลี่ยนแปลงการปกครองความชอบธรรมไม่ได้เกิดขึ้นทันที มันเกิดได้หลังจากคุณปกครองแล้ว สามารถปกครองโดยความชอบธรรมให้กับประชาชนหรือเปล่า พอเปลี่ยนแปลงแล้วความชอบธรรมันมาเอง จะไปรอความชอบธรรมตอนนี้มันไม่มีหรอก มันเป็นช่วงการต่อสู้

ปวิน ตั้งคำถามกลับว่า คุณจะชนะด้วยวิธีอะไร คุณไม่เล่นตามกฏกติกามารยาท แล้วคุณอยากจะชนะ ขณะที่คนอื่นเล่นตามกฏกติกามารยาท ทำไมเราต้องให้สิทธิพิเศษกับคุณสุเทพในการที่ไม่เล่นตามกฏกติกามารยาท แล้วอยากก้าวไปเป็นผู้นำ 

"แล้วเรื่องการปฏิวัติความชอบธรรมมันไม่มีและหลังจากนั้นมีความชอบธรรม ผมไม่เคยนะ ในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนวิชารัฐศาสตร์ว่า การปฏิวัติหลังจากนั้นมีความชอบธรรม มันไม่เคยมีความชอบธรรมหรอก ความชอบธรรมอย่างเดียวเท่านั้นคือการที่คุณได้รับอาณัติจากประชาชน"

พรชัย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในโลกนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีการไม่เชื่อฟังรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงการปฏิวัติ แม้กระทั่งประเทศอเมริกากว่าจะประกาศอิสรภาพจากอังกฤษได้ ก็ต้องประกาศอิสระภาพ เพราะฉะนั้นนี่เป็นการประกาศอิสระภาพของมวลชนกลุ่มหนึ่ง

ปวิน กล่าวว่า คุณต้องดูจุดมุ่งหมายของคุณด้วย ในประเทศอื่นๆ เป็นการโค่นล้มระบอบอย่างไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ได้บอกว่าเป็นพรรคที่ Perfect มันยังมีปัญหาคอรัปชั่นอยู่นั้นเข้าใจ แต่วิธีที่จะผลักดันโค่นล้มรัฐบาลเช่นนี้ ในทางที่มันผิดกฏหมายมันเป็นความชอบธรรมตรงไหน

พรชัย กล่าวว่า "ผมไม่ได้เลือกตั้งนานแล้วนะ เพราะผมมองบริบทของสังคมไทยว่ามันไม่เป็นประชาธิปไตย ผมเลือกผมเลือกเฉพาะคนที่ผู้แทนมาจากพรรคการเมืองเท่านั้น ผมไม่สามารถมีโอกาสเลือกอื่นๆ ได้เลย"

ความชอบธรามของ กปปส. นั้น พรชัย มองว่าต้องดูสัดส่วนของประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วม มาดูองค์ประกอบ ในสังคมเราจะมาดูองค์ประกอบโดยเฉพาะบริมาณโดยปราศจากคุณภาพไม่ได้ 

ปวิน ตั้งคำถามกลับว่าคุณภาพอยู่ตรงไหน แล้ววัดกันอย่างไร

สภาในฝันต้องมีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วนของสังคม

พรชัย กล่าว่าสภาในฝันของเขาแทนที่จะให้การเลือกตั้งอย่างปัจจุบัน ก็มององค์ประกอบจากทุกภาคส่วนของสังคม ตัวแทนชาวนา ตัวแทนเกษตรกร ผู้นำประชาสังคมในภาคส่วนต่างๆ

"สิ่งที่อาจารย์(ปวิน)พูดมันดูดีว่ามาจากการเลือกตั้ง เสียงส่วนใหญ่ แต่ผมถามว่าคุณเลือกได้ผู้แทนราษฏรในลักษณะพันธุ์เดียวเท่านั้นเอง แล้วมันไม่สามาถรเปลี่ยนแปลงสร้างประเทศที่ดีขึ้นมา ถ้าสมติฐานที่อาจารย์ถูกต้อง ผมถามว่าชาวนาทำไมยังยากจนอยู่ มีผู้แทนมาตั้งกี่ชุดแล้ว"

ปวิน ตั้งคำถามอีกว่า องค์ประกอบที่มีคุณภาพวัดกันอย่างไร

"สมติผมไม่เอาล่ะ ใครจะฟังเสียงผมล่ะ ผมไม่เอากลุ่มนี้กลุ่มที่คิดว่ามีคุณภาพนี่ แล้วใครจะฟังเสียงผม ผมไม่เอา คุณเป็นตัวแทนจากใคร คนอีกจำนวนมากซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศที่เขาไม่เอา แล้วจะเอาอย่างไร องค์ประกอบที่เป็นคนดีมากๆ นั้นใครเลือกคุณเข้ามา ความดีคืออะไร ทำไมคุณต้องเป็นคนดี ดังนั้นข้อเสนอของอาจารย์ (พรชัย) ผมจึงลัวมากๆ เพราะมันเป็นข้อเสนอที่มันทวนกระแสประชาธิปไตยที่มันเกิดขึ้นทั่วโลก ในที่สุดแล้วผมไม่ได้บอกว่าการเลือกตั้งนี่ Equal ประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยจะไปไม่รอดถ้าไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเป็นตัวแทนของเสียงจำนวนมาก สิ่งทีอาจารย์(พรชัย) เสนอที่มันน่ากลัวคือ คุณไม่เอาการเลือกตั้ง คุณต้องการหยิบเอาบุคคลจากหลายๆ หน่วยงานขึ้นมา ซึ่งคุณสมติว่าเขาเป็นคนดี บอกตรงนี้นสังคมนี้ผมกลัวคนดีมากกว่ากลัวคนชั่ว"

การเลือกตั้งที่มันดีงาม ต้องมีกติกามารยาทใหม่

พรชัย กล่าว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นใหม่ ที่ดีงามจะต้องมีกติกามารยาทใหม่ ถ้าไม่มีกติกามารยาทใหม่แล้วองค์ประกอบเดิมๆ ก็ได้นักการเมือเดิมๆ

"คุณยอมรับไหมว่าประเทศเราที่มันมีปัญหาที่มันคอรัปชั่นโกงกินนี่เพราะนักการเมืองหรือเปล่า ประเทศเราจะพังพินาศลงเพราะนัการเมืองหรือเปล่า แล้วยังเอาบริบทความเท่าเทียมกันโดยปราศจากเหตุผล ปราศจากสติ ปราศจากความนึกคิด แล้วผมถามว่าประเทศเราจะอยู่อย่างไร จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้หรือ ให้นักการเมืองเข้ามาโกงกินประเทศอย่างนี้ตลอดเวลาหรือเปล่า มันต้องมีสติในการกลับคืนมา การที่มองดูประเทศและการก้าวไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบและมีคุณภาพ"

ปวิน ตั้งคำถามกลับว่า ทำไมต้องเป็น กปปส. ทำไม ต้องเป็นคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีชนักติดหลังเกี่ยวกับเรื่องคอรัปชั่น เราจะทำความสะอาดบ้าน แต่เราเอาผ้าขี้ริ้วมาทำความสะอาด จะจับโจรอย่าเอาโจรมาจับโจร ดังนั้นมันไม่ต่างกันเลยกับสิ่งที่คุณบอกว่าต้องการจะล้มล้างปัญหาคอรัปชั่น แต่คุณเอาคนที่เคยมีการเกี่ยวพันกับปัญหาคอรัปชั่นมาแก้ไขปัญหา

พรชัย กล่าวว่า "ไม่ได้มองดูคุณสุเทพ ผมมอง กปปส. สิ่งที่ผมมอง ผมมองดูมวลมหาประชาชน เรามองดูแนวคิดโดยส่วนรวม เพราะฉะนั้นคุณสุเทพไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน ตัวคุณสุเทพการขับเคลื่อน ขับเคลื่อนผ่านมวลมหาประชาชนเท่านั้นเอง สุเทพเป็นเพียงตัวแทนของมวลมหาประชาชนที่เกิดจากการกระทำของรัฐบาลที่สามารถสร้างกระแสมวลมหาประชาชนที่เกิดขึ้นได้ เพราะตัวคุณสุเทพเองไม่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ ตั้งแต่ แก้รัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรม เรื่อจำนำข้าว เรื่องโน้นนี้เต็มไปหมด อันนี้เป็นปัจจัยที่สร้างมวลมหาประชาชน ไม่ใช่ตัวคุณสุเทพ"

จะเอาอะไรไปตรวจสอบคนดี

ปวิน กล่าวว่า อะไรคือระบอบ check and balance (ตรวจสอบถ่วงดุล) คนพวกนี้เข้ามาแล้วก็เครมว่าจะทำ 1 2 3 4 อะไรที่จะเข้าไปตรวจสอบเขา หน่วยงานไหนที่จะเข้าไปตรวจสอบเขา แล้วเขาได้รับสิทธินี้เข้ามาจากใคร

"ผมไม่ให้สิทธิ ผมกลับมาเรื่องเดิมอีกแล้ว คือในที่สุดความชอบธรรมมันอยู่ไหน ทำไมคุณอ้างตัวว่าคุณมีหน้าที่ในการเข้าไปล้างไพ่ทั้งหมดเพื่อทำให้มันเกิดดีขึ้น โดยที่คุณละทิ้งกติกาทั้งหมด  ทำไมเราต้องเชื่อ เขาได้ความชอบธรรมาจากไหน"

พรชัย กล่าวว่า นึกถึงปฏิวัติก็แล้วกัน ปฏิวัติก็ไม่เห็นว่ามวลมหาประชาชนต้องการออกมาชัดเจน ประชาชนเขาก็ไม่ได้แสดงความสนับสนุนอย่างชัดเจน แต่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ถ้ามันนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าคนเขาก็รับได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้อย่ามาพูดเรื่องการเลือกตั้งเป็นหลัก ถ้าพูดเรื่องการเลือกตั้งที่จะไปเลือกต้งครั้งหน้านี้มันก็จะไม่ได้คำตอบ ไปสู่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ประเทศเราดีขึ้นได้ ถ้าเรามีติดชนักกับมายาคติการเลือกตั้ง การเลือกตั้งมันไม่ใช่ตัวประชาธิปไตยโดยเนื้อแท้เป็นการคัดสรรคนเข้าไปทำงานแทนปวงชนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง แล้วเขาไปทำอะไร

การพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สามารถแข่งขันในเกมส์ของการเลือกตั้ง

ปวิน กล่าวว่ามายาคตินี้เป็นเรี่องเกี่ยวกับการพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สามารถแข่งขันในเกมส์ของการเลือกตั้ง เลยจำเป็นต้องใช้ระบบที่อยู่นอกเหนือการเลือกตั้งออกมาสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลโดยการสร้างวาทกรรมของการครัปชั่น ทั้งที่นักวิชาการอย่างพวกเราๆ ทราบกันอยู่ว่าการคอรัปชั่นมันมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ไม่ได้หมายความว่ารับได้กับการคอรัปชั่น ประเด็นก็คือพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งนำไปสู่ กปปส. ไม่สามารถแข่งขันได้ในเกมส์ของการเลือกตั้ง

พรชัย กล่าวตอนท้ายว่า อยากให้เลื่อนเลือกตั้งและอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง แล้วจะได้เห็นว่าพวกนี้เลิกไหม

"ผมมั่นใจว่าเขาไม่เลิก เขาก้าวข้ามไปแล้ว ถ้ายังพูดเรื่องพรรคประชาธิปัตย์อยู่เราก็จะไม่เข้าใจ จะคิดอยู่ว่าเกี่ยวโยงอยู่กับคุณสุเทพ กับพรรคประชาธิปัตย์"