‘มาร์ค’ อุบไม่บอกไปเลือกตั้ง 2 ก.พ.หรือไม่ -'ศรส.'เตรียมตำรวจ 5 พันนาย ดูแลหน่วยเลือกตั้ง กทม.

‘สุเทพ’ เชื่อการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ เรียกร้องทหารไม่ให้ความร่วมมือการเลือกตั้ง ผอ.ศรส. เผยนำกำลังตำรวจ 5,000 นาย ดูแล 50 สำนักงานเขต กทม.วันเลือกตั้ง ส่วนรอง ผบ.ตร.เตรียมนำประเด็นข้อห่วงใยของฮิวแมนไรต์วอตช์ไปชี้แจง กปปส.วอนอย่าขวางเลือกตั้ง กกต.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ล่วงหน้า
 
‘สุเทพ’ เชื่อการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ เรียกร้องทหารไม่ให้ความร่วมมือการเลือกตั้ง
 
30 ม.ค.2557 สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์รายงาน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. สวมเสื้อสีแดงขึ้นปราศรัยบนเวทีสี่แยกปทุมวันว่า ขอให้ผู้ชุมนุมสวมใส่เสื้อสีแดงมาร่วมเดินขบวนในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะเดินรณรงค์ในย่านเยาวราช โดยเห็นว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เป็นการเลือกตั้งที่มีการทุจริต ไม่ชอบธรรม เนื่องจากรัฐบาลมีอำนาจในการควบคุมตำรวจให้ร่วมทุจริต รวมถึงการเลือกตั้งดังกล่าวจะเป็นโมฆะ เนื่องจากมีปัญหาในการเลือกตั้ง ทั้งในเขตที่ไม่มีผู้สมัคร และเขตที่มีผู้สมัครคนเดียว การรณรงค์ไม่ไปเลือกตั้งจึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง โดยขอให้ทหารอย่ามีส่วนร่วมกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งตนเองขอร้องอย่านำเจ้าหน้าที่ทหารไปชิงบัตรเลือกตั้งจากผู้ชุมนุมตามคำสั่งรัฐบาล พร้อมย้ำว่า การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จะเป็นการชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง จะไม่มีการนำมวลชนปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลจะให้คนมาลอบทำร้ายผู้ชุมนุม
 
สำหรับการเจรจาขอคืนพื้นที่สี่แยกปทุมวัน ในวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.57) นายสุเทพ ยืนยันว่า จะไม่มีการเจรจาอย่างเด็ดขาด และในวันพรุ่งนี้จะเดินเท้ารณรงค์ให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุม โดยเริ่มที่เวทีแยกลาดพร้าว ไปยังเส้นทางถนนลาดพร้าว และถนนรัชดาภิเษก และเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมในวันที่ 2 กุมภาพันธ์
 
 
"มาร์ค" อุบไต๋ไม่บอกไปเลือกตั้ง 2 ก.พ.หรือไม่ - ยันหากใช้สิทธิ์ไม่ต้องเคลียร์ “กำนันสุเทพ”
 
ข่าวสดรายงาน เมื่อเวลา 14.20 น. วันเดียวกัน (30 ม.ค.2557) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์ภายหลังนางคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบ ว่า สหรัฐอเมริกามีความเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในไทย ทั้งการยิงและปาระเบิด และหวังว่าจะมีทางออก ซึ่งตนอธิบายไปว่า การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.น่าจะมีปัญหาในข้อกฎหมายมาก ซึ่งที่สุดจะต้องตั้งต้นกันใหม่ว่าประเทศจะเดินหน้ากันอย่างไร การที่รัฐบาลอ้างถึงเปอร์เซ็นต์ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนมาก แสดงว่าคนส่วนใหญ่อยากให้มีการจัดเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีการอ้างอย่างไร แต่ตัวเลขที่เกิดขึ้นคือประชาชนที่จะไปใช้สิทธิ์2.1 ล้านคน แต่มีคนที่ไปใช้สิทธิได้ 1 แสนคน เท่ากับว่ามี 2 ล้านคนที่ไปใช้สิทธิ์ไม่ได้ จึงรู้สึกงงในสิ่งที่รัฐบาลอ้าง ทั้งนี้ รู้สึกเป็นห่วงการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อความวุ่นวายทั่วประเทศ
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนได้หารือกับทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เห็นได้ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความไม่ชอบ ประกาศของศรส.ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เป็นต้น โดยความไม่ชอบเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง จึงไม่ต้องรอให้มีการเลือกตั้งก็ได้ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งในปี 2549 ซึ่งพรรคได้รวบรวมข้อกฎหมายเอาไว้แล้ว แต่เป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์ซึ่งเป็นผู้เสียหายจะยื่นร้องต่อไป โดยผู้เสียหายอาจเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งใน 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร
 
เมื่อถามว่าหากมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปใช้สิทธ์เลือกตั้งจะอธิบายกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส.อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องไปอธิบายกับนายสุเทพ หรือคนอื่น เพราะทุกคนมีเอกสิทธิ์ที่จะพิจารณาว่าจะใช้หรือไม่ใช้สิทธ์ โดยที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมอดีตส.ส.เพื่อพิจารณาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะ ถือเป็นสิทธิ์เลือกตั้งเฉพาะตัว พรรคไม่มีหน้าที่ไปสั่งว่าต้องทำอะไร แต่ถ้าไม่ไปใช้สิทธิ์ก็ต้องยอมรับสภาพการเสียสิทธิ์ตามกฎหมาย ดังนั้น จึงให้แต่ละคนตัดสินใจกันเอง และตนก็ตัดสินใจแล้ว แต่ยังไม่บอกว่าตัดสินใจอย่างไร ส่วนที่มีการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กให้รางวัลบุคคลที่ถ่ายภาพตนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 4 หมื่นบาทนั้น ไม่ทราบว่ามายุ่งอะไรกับตน ไม่แน่ใจว่าทำเพื่อข่มขู่อะไรหรือไม่ เพราะกลุ่มที่โพสต์ก็มีพฤติกรรมอย่างนี้
 
 
ผอ.ศรส. เผยนำกำลังตำรวจ 5,000 นาย ดูแล 50 สำนักงานเขต กทม.วันเลือกตั้ง
 
30 ม.ค.57 ศูนย์ข่าวทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.40 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. เผยมีความเป็นห่วงกรณีที่กลุ่ม กปปส. จะขัดขวางการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เพราะถ้า กปปส. ไปแย่งหีบบัตรเลือกตั้ง ไปขัดขวางการเลือกตั้ง จะเกิดเรื่อง เนื่องจากประชาชนกรุงเทพฯ รักประชาธิปไตย แต่มีการนำคนชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา และนครศรีธรรมราช ส่วนหนึ่งมาปิดกั้นการเลือกตั้ง ซึ่งคนกรุงเทพฯ ไม่ยอม เมื่อวานนี้ในการประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็รู้สึกหนักใจว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นเพราะการปลุกปั่นยุยงของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ให้ไปขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผิดกฎหมายเลือกตั้ง และม็อบนายสุเทพเป็นม็อบมีเบื้องหลัง
 
ผอ.ศรส. เผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับการติดต่อจากนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา นักการเมืองอาวุโสภาคใต้ ว่า มีกลุ่มอันธพาลไปปิดไปรษณีย์กลางหาดใหญ่ ไม่ยอมให้เอาบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของ 3 จังหวัดภาคใต้ออกจากไปรษณีย์กลางฯ และยื่นโนติสมาถึงตนว่าแม้อยู่พรรคเดียวกันก็อย่าโกรธ พี่น้องมุสลิมปักษ์ใต้ 3 จังหวัดจะปิดถนนเอเชียและจะประจานการกระทำของ กปปส. ฉะนั้น ตนจึงขอเรียนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าให้ระงับยับยั้ง เพราะตนไม่อยากใช้ความรุนแรง ขอให้บอกนายสุเทพด้วย พร้อมฝากเตือนถึงผู้ที่ไปปิดล้อมไปรษณีย์กลางหาดใหญ่ว่าขอให้เลิก เพราะพี่น้องมุสลิม 3 จังหวัดไม่ยอม จะไปร้องแม่ทัพภาคและตำรวจให้ช่วยนำบัตรลงคะแนนไปให้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้แจ้งต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่อไป ส่วนที่ว่าการจะส่งกำลังเข้าไปช่วยเพื่อเปิดทางให้นำบัตรออกจากไปรษณีย์กลางหาดใหญ่ออกมานั้น ตนเห็นว่ายังทันเวลา
 
ผอ.ศรส. กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงอาวุธปืนเอ็ม 79 ที่บริเวณพื้นที่การชุมนุมลาดพร้าวว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ กปปส. ต้องการให้เกิดความรุนแรง บอกว่าชุมนุมประชาธิปไตย แต่ไปเรียกร้องทหารทำไม โดยการยิงอาวุธปืนเอ็ม 79 ลักษณะอย่างนี้เหมือนกับเหตุการณ์ที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อปี 38 พร้อมกล่าวถึงเหตุการณ์ยิงกันที่หน้าสโมสรทหารบกเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ว่า กองทัพบกยอมได้อย่างไร ตำรวจมีสิทธิ์ไปสืบสวน พอม็อบรู้ว่าเป็นตำรวจก็ไล่กระทืบจนล้มแล้วไปกระทืบต่อ เขาจึงต้องยิงป้องกันตัว อย่างนี้ขอให้ระวังว่าวันหนึ่งตำรวจทนไม่ได้แล้วจะเกิดความบาดหมางซึ่งไม่เป็นผลดี
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศรส. มีความเป็นห่วงกรณีที่นายสุเทพจะนำมวลชน กปปส. เดินขบวนในกรุงเทพฯ 3 วันเพื่อคัดค้านการเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร ผอ.ศรส. กล่าวว่า จะเดิน 3 วัน 7 วัน 100 วันเดินไปเลย ตนไม่ห่วง พฤติกรรมอย่างนี้คนกรุงเทพฯ ไม่เอาด้วย ถ้าจะมีบ้างก็ไม่มากนัก ที่สำคัญอย่าไปปิดสำนักงานเขต อย่าไปยึดหีบเลือกตั้ง อย่าไปยึดบัตรเลือกตั้ง ตนฟันธงล่วงหน้าถ้า กปปส. ไปทำ ไม่ยอมให้เอาบัตรและหีบบัตรออกจากเขต จะตีกันเละ ใครก็ดูแลยาก ถือว่าเป็นการสมัครใจตีกัน ซึ่ง ศรส. ตำรวจและรัฐบาลไม่เกี่ยว ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้า กปปส. ไปปิดเขตตอนเช้ามืด เพื่อปิดกั้นไม่ให้มีการลงคะแนนจะมีการตีกันเละ ส่วนจะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นระหว่างการเดินของมวลชนหรือไม่นั้น ถ้ามีก็ทำไป เพราะตนไม่ทำอยู่แล้ว มีคนต้องการให้เกิดความวุ่นวาย กปปส. ต้องการให้เกิดความรุนแรง ซึ่งตนสั่งห้ามตำรวจว่าอย่ายุ่ง ทำอะไรเชิญเลย แล้วให้ตำรวจตามจับทีหลัง
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า เลขาธิการ กปปส. บอกว่าวันที่ 2 ก.พ.57 จะปิดถนนกรุงเทพฯ ทุกสายจะไม่ให้มีรถวิ่ง ผอ.ศรส. กล่าวว่า แล้วแต่เขา จะทำอะไรก็เชิญ แต่อย่าไปปิดกั้นไม่ให้นำบัตรเลือกตั้ง หีบบัตรเลือกตั้งออกจากสำนักงานเขต เพราะจะมีเรื่องแน่ แต่ถ้าไปปิดถนนให้เงียบสนิทไม่ให้มีรถวิ่งก็ตามแต่ศรัทธา
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าที่จะมีการขอให้ศาลยุบ ศรส. ผอ.ศรส. กล่าวว่า เรียกว่าเป็นการชะลอการใช้ พ.ร.ก. ตนก็มีความเป็นห่วง เพราะไม่มีที่นั่งแล้ว แต่ตนพูดล่วงหน้าไม่ได้ เพราะจะไปเป็นการละเมิดอำนาจศาล ส่วนที่ว่ามีการเตรียมแผนรองรับหรือไม่ว่าถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้นนั้น จริง ๆ แล้วกฎหมายมี แต่วันนี้บ้านเมืองยุ่งเพราะมีองค์กรอิสระมากไป และเป็นองค์กรอิสระที่ต้องการเล่นงานพรรคเพื่อไทยอย่างเดียว
 
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ศรส. ห่วงว่าในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 จะมีการตีกันและคุมสถานการณ์ไม่อยู่ ศรส.จะส่งสัญญาณอย่างไร ผอ.ศรส. กล่าวว่า ก็ส่งสัญญาณว่าอย่าไป ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา กรรมการ ศรส. เป็นหัวหน้าชุดรับผิดชอบเตรียมการ ตำรวจ 5,000 นาย คอยดูแลตั้งแต่ 04.00 น. และ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมดูแลระมัดระวังเหตุเพื่อป้องกันผู้จะไปปิดกั้นหน้าสำนักงานเขต เพื่อให้นำหีบบัตรออกจากสำนักงานเขตได้
 
ส่วนที่ว่าจะถึงขั้นเกิดการสูญเสียเหมือนในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 26 ม.ค. ที่ผ่านมาหรือไม่นั้น คิดว่าจะยิ่งกว่า เพราะเป็นม็อบประชาธิปัตย์ คนกรุงเทพฯ ไม่เอาด้วย พอตนพูดก็ถูกด่า การข่าวบอกว่าต้องการให้มีเรื่อง ที่ด่าตนเพราะเป็นการยั่วยุ ต้องการให้ตนใช้กำลัง
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุเทพบอกว่าจะขอกำลังจากทหาร ผอ.ศรส. กล่าวว่า “อย่ามาถามผม ให้สุเทพไปทำตามแต่ที่เขาอยากทำ ผมไม่แสดงความเห็น อย่าเอาผมไปทะเลาะกับหน่วยงานอื่น อย่าเอาเรื่องทหารมาถามผม”
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกมาแสดงความเห็นเขียนบทความเรื่อง เราควรออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไรบ้าง ผอ.ศรส. กล่าวเป็นเรื่องของท่าน แล้วแต่ว่าใครศรัทธา
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าประชาชนจะไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจนมีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ผอ.ศรส. กล่าวว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน คนใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิอยู่ที่ กกต. แล้ว กกต. รณรงค์ให้คนไปเลือกตั้งหรือไม่
 
 
กกต. ชี้ หาก 2 ก.พ. นี้ มีเหตุให้จัดการเลือกตั้งไม่ได้ สามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้
 
30 ม.ค.2557 สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์รายงาน นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และผู้อำนวยการเขต เพื่อเตรียมความพร้อมการจัด การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.57 ณ ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) ว่า เป็นการประชุมซักซ้อมแนวทางการดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 
ทั้งนี้ ในวันที่ 1 ก.พ.57 จะมีการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดการเลือกตั้ง และเช้าวันที่ 2 ก.พ.57 กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยจะรับวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งไปเตรียมพร้อมสำหรับการลงคะแนน ซึ่งทาง กกต. ได้แจ้งให้ทราบว่า หากถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 08.00 น. มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่ครบให้หน่วยเลือกตั้งนั้นประกาศงดการลงคะแนน รวมถึงในช่วงที่มีการเปิดการลงคะแนนแล้ว แต่หากเกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัย มีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อม หรือขัดขวาง หรือทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงานจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ก็สามารถประกาศงดการลงคะแนนได้เช่นกัน และ กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้ประชาชนไปใช้สิทธิลงคะแนนอีกครั้ง
 
สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา มีเหตุความไม่ปลอดภัยขึ้นจนต้องมีการประกาศปิดการลงคะแนนก่อนเวลา ส่งผลให้ผู้ที่ลงทะเบียนไว้ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ กกต. จึงได้กำหนดวันใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าขึ้นใหม่ โดยให้ผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ไปใช้สิทธิเลือกตั้งใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ.57 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนขอใช้สิทธิ ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งให้ไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.นี้ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่
 
 
คณะเจรจาฯ เตรียมนำข้อห่วงใยขององค์กรสิทธิฯ สากลเข้าชี้แจง กปปส.พรุ่งนี้
 
30 ม.ค.2557 ศูนย์ข่าวทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เพื่อไม่ให้มีการขัดขวางการเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.57 นี้ โดยมี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงตัวแทนองค์กรต่างชาติฮิวแมนไรต์ วอตช์ หรือองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ร่วมคณะไปด้วย ในวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.57) เวลา 14.00 น.ที่บริเวณแยกปทุมวัน
 
ผลการหารือในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการประสานการเจรจา โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ เป็นหัวหน้าทีมเจรจา ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไม่เกี่ยวกับ ศรส.แต่อย่างใด แต่เป็นการทำงานในฐานะตัวแทนประชาชนที่อยากไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยเฉพาะในส่วนของตัวแทนองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ที่จะร่วมคณะทำงานไปด้วย โดยจะนำข้อห่วงใยของฮิวแมนไรต์ วอตช์ ไปชี้แจงให้ กปปส.เข้าใจ และเห็นว่าการขัดขวางการเลือกตั้งเป็นการละเมิดสิทธิ์อย่างรุนแรง
 
"ในการเจรจาเราพร้อมเจรจาทุกจุด ไม่ว่าจะนัดที่ไหนเวลาใด โดยขอแค่ กปปส.ไม่ขัดขวางการเลือกตั้งสถานการณ์ต่างๆ จะได้เรียบร้อย เพราะภาพการขัดขวางการเลือกตั้งในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ทำความสงบให้เกิดขึ้นในประเทศ และเชื่อว่านายสุเทพ เป็นคนมีเหตุมีผลซึ่งน่าจะรับฟัง" พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าว
 
ด้าน พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่าการประสานงานใช้ช่องทางเดียวไม่ได้ต้องร่วมกันทุกช่องทาง ใครก็ได้เป็นผู้ติดต่อก่อนแล้วให้แจ้งมา ส่วนแผนการดูแลการเลือกตั้งได้เตรียมการไว้แล้วโดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ 130,000 นาย รวมถึงเจ้าหน้ารัฐอื่นร่วมด้วย ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 8,000 นาย และหากมีการขัดขวางหรือการปิดล้อมจุดลงคะแนน ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนไว้แล้วโดยเป็นไปตามลำดับขั้นการปฏิบัติ
 
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์