ชูวิทย์ ยื่นศาลรธน.คุ้มครองสิทธิผู้มาเลือกตั้ง 20.4 ล้านคน

ชูวิทย์ ชี้หากศาลสั่งเป็นโมฆะ ถือว่าริดรอนสิทธิปชช. นปช.ประกาศเดินหน้าต่อสู้ ไม่ยอมให้ ลต.เป็นโมฆะ ภูมิใจไทยพอใจผลตล. ขณะที่ พท.ออกแถลงการณ์ระบุมีขบวนการทำลายประชาธิปไตย

 

5 ก.พ.2557 เว็บไซต์รายการเรื่องเล่าเช้านี้รายงานว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ศาลพิจารณาเรื่องการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ให้รอบคอบ เพราะถ้าสั่งให้เป็นโมฆะ จะเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ และจะกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต หากใครไม่อยากให้มีการเลือกตั้งก็รวบรวมมวลชนมาปิดล้อมศาลากลาง สำนักงานเขต และหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้นจึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิของประชาชน 20.4 ล้านคนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งการคุ้มครองสิทธิของผู้สมัคร ส.ส. และขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งในเขตที่ยังไม่สามารถลงคะแนนได้ ภายใน 180 วัน

 

นปช.ประกาศเดินหน้าต่อสู้ ไม่ยอมให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

สำนักข่าวไทย รายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงข่าวประจำวัน ร่วมกับ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.และนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า นปช.จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพราะขณะนี้มีความพยายามจะล้มการเลือกตั้ง โดยทำให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ หลังจากการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ามีการเลือกตั้งไม่พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวิธีการใช้อำนาจตุลาการภิวัฒน์

“ขอเตือนว่าระบอบประชาธิปไตย จะต้องตีความในเจตนารมณ์ตามหลักสากล และเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ลงสมัครรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ก็ไม่ควรมีสิทธิ์ในการฟ้องร้องไม่ว่าทางใดก็ตาม” นางธิดา กล่าว

นางธิดา กล่าวว่า วิธีการขัดขวางการเลือกตั้งดังกล่าวยังถูกประณามจากนักวิชาการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกติกาและอย่าฉีกรัฐธรรมนูญอย่างที่เคยทำ เพราะไม่มีอำนาจใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าอำนาจของประชาชน

ด้านนายวรชัย เรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเข้ามาแก้ปัญหาในขณะนี้ เพื่อไม่ให้ความแตกแยกขยายวงกว้าง ขออย่าให้ท้ายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพราะเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย และให้ทุกฝ่ายหันมาเคารพกติกา และอย่าให้เกิดการปฏิวัติอย่างในอดีต รวมถึงอย่าใช้องค์กรอิสระมาแทรกแซงในการแก้ปัญหา

“ขอเรียกร้องให้นายสุเทพ หยุดการชุมนุม เพราะทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย ขอให้กลับเข้ามาสู่กติกาประชาธิปไตยร่วมกัน” นายวรชัย กล่าว

 

พท.ออกแถลงการณ์ระบุมีขบวนการทำลายประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักข่าวไทยรายงานว่า เวลา 13.15 น. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ถึงขบวนการทำลายประชาธิปไตยและปล้นสิทธิของประชาชนว่า แม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.ได้ผ่านไปแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียใจที่ยังมีกระบวนการทำลายประชาธิปไตยและสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิสำคัญที่สุดคือ สิทธิเลือกตั้ง เป็นขบวนการภายใต้แนวคิดเผด็จการ โดยร่วมมือกันหลายฝ่าย ตั้งกลุ่มอนาธิปไตยปิดกรุงเทพฯ ขัดขวางการเลือกตั้ง กลุ่มการเมืองและองค์กรต่างๆ การขับเคลื่อนขบวนการมีจุดมุ่งหมายทำลายรัฐบาลและพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากเพื่อสถาปนาอำนาจของกลุ่มขบวนการ โดยพยายามทำรัฐประหาร และพยายามให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ผู้บริหารมีความโยงใยกับการรัฐประหารปี 2549 เพื่อมุ่งทำลายพรรคเพื่อไทย

“ขบวนการนี้ต้องการเวลาประมาณ 2-4 เดือนจึงต้องขัดขวางการเลือกตั้งทุกอย่าง โดยก่อความไม่สงบ คุกคามรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ องค์กรธุรกิจและประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวเบื่อหนายประชาธิปไตยด้วยการใช้วิธีใส่ร้ายป้ายสีทุกรูปแบบให้ประชาชนคลางแคลงใจ เมื่อจัดการกับพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาลได้แล้ว จะมีการเลือกตั้งอีกครั้งโดยหวังทำลายพรรคเพื่อไทยไม่ให้ชนะการเลือกตั้งได้อีกต่อไป ซึ่งในช่วงเวลา 2-4 เดือนนี้อาจมีวิธีการนอกรัฐธรรมนูญและนอกกฎหมายอีกหลายประการ รวมถึงมีความพยายามตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีขบวนการทำลายสิทธิของประชาชนโดยให้การลงคะแนนไปแล้วเป็นโมฆะ ด้วยการไปร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทย โดยอ้างการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 นอกจากนี้ ยังมีความพยายามร้องศาลปกครองโดยใช้กระบวนการตุลาการภิวัฒน์ ซึ่งจะเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น พรรคเพื่อไทยขอให้ประชาชนตระหนักและติดตามการเคลื่อนไหวของขบวนการนี้อย่างต่อเนื่องและร่วมกันต่อสู้คัดค้านแนวทางทำลายประชาธิปไตย

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงผลการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นในสถานการณ์ไม่ปกติ ทำให้ผู้สมัครไม่ได้หาเสียงอย่างเต็มที่ เพราะมีกระแสว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ รวมทั้งกระแสรณรงค์ไม่ให้ไปเลือกตั้งหรือโหวตโน ดังนั้นพรรคจึงตั้งเป้าแค่ว่าให้ ส.ส.เดิมได้กลับเข้ามา แต่เมื่อผลอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่ามีบางพื้นที่ ส.ส.ภูมิใจไทยไม่ได้กลับเข้ามา และบางพื้นที่ที่ไม่เคยได้รับเลือกกลับมี ส.ส.ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เช่น จ.ปัตตานี และกาญจนบุรี พรรคจึงพอใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้

ส่วนพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ที่มีแกนนำพรรคลงสมัครแต่ไม่ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามา นายศุภชัย ยอมรับว่า ในจังหวัดดังกล่าวผู้สมัคร ส.ส.ออกมาประกาศก่อนการเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ว่าจะไม่หาเสียง เพราะไม่มั่นใจกับสถานการณ์ ดังนั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้สมัครไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ถ้าดูจากคะแนนจะเห็นได้ว่าผู้สมัครของพรรคไม่ได้ถูกทิ้งห่างมากนัก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์