ยูนิเซฟ-กรรมการสิทธิ ประณามเหตุสังหารเด็กชาย 3 พี่น้องที่นราธิวาส

เด็กนักเรียนที่โรงเรียนหนึ่งในจ. ปัตตานีกำลังเขียนข้อความเพื่อเรียกร้องสันติสุขในชายแดนใต้

© ภาพเอื้อเฟื้อโดยองค์การยูนิเซฟ ถ่ายโดย Jingjai N. 

 ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

สืบเนื่องจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ให้ข้อมูลว่าเกิดเหตุอุกอาจ คนร้ายแฝงตัวในมุมมืดรอดักยิงชาวบ้านกลับจากละหมาด เป็นเหตุให้เด็กชาย 3 คนพี่น้องเสียชีวิตทันที ส่วนพ่อกับแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ผู้เสียหายเป็นจำเลยคดีความมั่นคง(นายเจะมุ มะมัน) คดีหมายเลขแดงที่ 2608/55 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง อัยการอุทธรณ์ อยู่ระหว่างรอกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ 

วันนี้ (5 ก.พ. 2557) องค์การยูนิเซฟออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์สังหารเด็กชายสามพี่น้องในจังหวัดนราธิวาสเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย

“ข้อมูลจากรายงานข่าวระบุว่า เด็กชายทั้งสามคนซึ่งมีอายุเพียง 3 ขวบ 5 ขวบ และ 9 ขวบได้ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านของพวกเขา โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ครอบครัวของพวกเขาหลังกลับมาจากละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้าน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พ่อและแม่ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้รับบาดเจ็บด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนต่อไปว่าเหตุดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้หรือไม่”

“ยูนิเซฟขอประณามการสังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ในครั้งนี้ และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงต่อเด็กในทุกรูปแบบ” นายพิชัย ราชภัณฑารี ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทยกล่าว “เรามีความเป็นห่วงถึงผลกระทบต่อเด็กๆ จากสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนใต้ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำทุกวิถีทางเพื่อประกันความปลอดภัยของเด็กๆ และทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีเด็กคนใดตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง” 

ยูนิเซฟยังระบุถึงข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ว่า ในระหว่างพ.ศ. 2547 ถึงเดือนธันวาคม 2556 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้จำนวนทั้งสิ้น 62 คน และบาดเจ็บอีก 387 คน 

วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของไทยได้ออกแถลงการณ์  เรื่อง ขอประณามการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็กและสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  

โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เคยแสดงความห่วงใยและความกังวลต่อการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยได้มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและติดตาม  รวมถึงการออกแถลงการณ์เพื่อประณามการใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด  จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3กุมภาพันธ์ 2557  ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส จนเป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเด็ก  จำนวน 3 ราย  และได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน  2 ราย และหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นมารดาเด็กที่เสียชีวิตทั้ง 3 รายดังกล่าว ประกอบกับขณะนี้ได้ตั้งครรภ์อยู่ด้วย  ดังปรากฏเป็นข่าวแล้ว นั้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ที่เสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรวมไปถึงครอบครัวของบุคคลดังกล่าว ตลอดจนความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชนในพื้นที่ และขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรมซึ่งเป็นหลักสากลที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ  อีกทั้งห้วงระยะเวลาที่ก่อความไม่สงบ เกิดขึ้นภายหลังที่ผู้สูญเสียกลับจากประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และผู้ที่เสียชีวิตเป็นเด็กสตรี และประชาชนผู้บริสุทธิ์

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  ในอันที่จะส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและปกป้องหลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย สิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคลและส่วนรวมอันจะละเมิดมิได้ จึงขอเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติดังนี้

1.  รัฐบาล  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ต้องเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว  และรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชน

2.  รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย แก่ประชาชนในพื้นที่ให้เข้มงวดยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กลุ่มเด็ก สตรี และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องได้รับการคุ้มครอง เพื่อให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข ด้วยความร่วมมือของภาคประชาชนในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ให้กลับคืนมา

3.  รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาความเสียหาย ฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว  ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะติดตามผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ต่อไป 

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะทำหน้าที่ในการส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน  โดยติดตามตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และนำเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์