สายพิณ ศุพุทธมงคล: "ทำไมต้องดูถูกกันด้วย?"

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

นั่งแท็กซี่จากสุวรรณภูมิ ถามคนขับรถว่าเห็นป้ายติดไว้ว่าจุดต่อไปนี้มีการชุมนุม หมายความว่าผู้โดยสารไม่อาจเรียกรถไปจุดเหล่านี้? หรืออย่างไร?

คนขับบอกว่าไปได้ แต่บางทีไม่สามารถไปส่งให้ถึงที่เพราะรถเข้าไม่ได้ ฝรั่งบางคนก็ไม่พอใจเพราะต้องลากกระเป๋าเดินไปโรงแรม แต่การ์ดไม่ให้เข้าจะทำยังไงได้ เขาบอกยิ่งแท็กซี่ยิ่งพูดไม่ได้ เขาจะตีเอา และคนมักคิดว่าคนขับแท็กซี่เป็นเสื้อแดง

ข้าพเจ้าเพิ่งตื่น ยังไม่ได้อยากคุยอยากซัก แต่ไม่ซักถามคนขับรถก็เล่าเอง

ว่าเขาไม่ใช่พวกใคร อะไรดีก็ว่าดี อะไรไม่ดีก็ว่าไม่ดี สังคมมีกฎกติกาอะไร เขาให้ทำอะไร ก็ทำ เขาบอกเหมือนในหมู่บ้าน ถ้าไม่ทำตามกติกาก็ต้องอยู่คนเดียว ไม่มีใครคบปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

เขายังพูดเรื่องการซื้อเสียงขายเสียง เขาบอก(คงหมายถึงผู้ที่ปราศรัยในการชุมนุมที่กำลังดำเนินไป)ทำไมคิดว่าชาวบ้านโง่ ใช้เงินซื้อได้ ที่ไหนๆ ถึงเวลาเลือกตั้ง ก็ต้องไปเลือกอยู่ดี ให้เงินหรือไม่ให้เงินก็ต้องไป ไม่เอาเงิน-คนก็ว่าโง่ อย่างนั้นทำไมจะไม่เอาล่ะ แต่เราจะเลือกใครก็เรื่องของเรา ไม่มีใครรู้ ต้องโทษหัวคะแนนที่เอาเงินมาแจก และถ้าหัวคะแนนจะไปสัญญาอะไรกับใคร จะถูกยิงหรืออะไร ก็เรื่องของหัวคะแนน

เขาบอกชาวบ้านไม่โง่ ทุกจาน(ดาวเทียม)จานใหญ่จานเล็กมีหมด เวลาฟัง ก็ฟังทั้งสองฝ่าย ดูว่าอะไรดีก็เอาอันนั้น

ยกตัวอย่างเช่น การรักษาพยาบาลฟรีนี่ดี มีประสบการณ์กับตัวเอง เคยปวดท้อง ไปโรงพยาบาลเอกชน หมอสงสัยว่าไส้ติ่งอักเสบ ให้นอนดูอาการหนึ่งชั่วโมง เขาถามว่าถ้าอักเสบต้องทำยังไง หมอบอกต้องผ่า ค่าใช้จ่ายเท่าไร หมอบอกค่าผ่าตัดสี่หมื่น เขาคิดว่าผ่าตัดสี่หมื่น นอนโรงพยาบาลอีกอาทิตย์หนึ่ง หมดเป็นแสนแน่ ไม่มีเงิน จึงขอกลับ แค่นั้นยังเสียไป 2,500 บาท

พอกลับบ้าน เขาก็เรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลของรัฐ ใช้สิทธิรักษาพยาบาลฟรี รักษาฉุกเฉินปีละสองครั้ง หมอเคาะที่ท้องสองสามที อีกชั่วโมงก็ส่งเข้าห้องผ่าตัด บล็อคหลัง จึงรู้ว่าไส้ติ่งแตกแล้ว ได้ยินหมอพยาบาลบ่นว่าเหม็น เขาบอกโชคดีที่รอดชีวิตมาได้เพราะเคยรู้มาว่าถ้าไส้ติ่งแตกอาจตายเพราะติดเชื้อ แถมไม่เสียค่าผ่าตัดสักบาท เสียเฉพาะตอนไปดูแผล แต่ก็ไม่มากไม่มายอะไร

คนบ้านนอกไม่โง่ แต่คนกรุงชอบดูถูก เขาเล่าว่าเขารับผู้โดยสารคนหนึ่ง เผอิญรายการวิทยุที่ฟังเปิดเพลงสากล ผู้โดยสารจึงพูดทำนอง "ฟังเพลงฝรั่งด้วยหรือ?" นี่ ดูถูกกันไหม

เขาบอกเขาไม่ได้ตั้งใจฟัง ฟังข่าว ข่าวจบแล้วคนจัดเขาเปิดเพลง ยังไม่ทันฟังทันอะไรก็ถูกทักอย่างนี้ เขาจึงตอบว่าเขาก็รู้ภาษาอังกฤษบ้าง เป็นคำบ้างเป็นประโยคบ้าง เพราะต้องรับผู้โดยสารต่างชาติ ไหนๆ ก็ไหนๆ เขาเลยบอกว่าที่รู้จักมีคำไหนประโยคไหน

"บางคำที่ผมบอก เขายังไม่รู้จัก แล้วมาดูถูกผมได้ยังไง"

ผู้โดยสารเมื่อเสียทีจึงเปลี่ยนเรื่อง ถามว่านอกจากภาษาอังกฤษแล้วรู้ภาษาไหนอีก คนขับตัวดีก็บอกว่ารู้ภาษาญี่ปุ่นนิดหน่อย

"ผมเลยพูดภาษาญี่ปุ่นให้เขาฟัง เขาฟังไม่รู้เรื่อง"

คนขับบอกคนบ้านนอกไม่โง่ ถึงจะเรียนจบแค่ป 4 ก็เถอะ และว่าคนมีความรู้นอกจากดูถูกคนต่างจังหวัดแล้ว ทำไมเวลาพูดจาจึงหยาบคาย ตรงนี้ ข้าพเจ้าสังเกตว่าเวลาเขาพูดถึงญาติ เขาใช้ "ภรรยา" แทนเมีย พ่อแม่ย่ายาย มี "คุณ" ทุกคน และตั้งแต่คุยกัน เขาไม่ใช้คำสบถสักคำเดียว

จู่ๆ เขาเปลี่ยนมาคุยเรื่องคอร์รัปชั่น และว่าเขาเองก็เคยทำ เคยเอาเงินสองร้อยบาทให้เจ้าหน้าที่ที่ดินเพื่อลัดคิวการโอนที่มรดก ที่ขนส่ง เมื่อถึงเวลาต้องตรวจเข็คมิเตอร์ ค่าตรวจจริงๆ 50 บาท ถ้าไม่อยากเสียเวลามีหน้าม้าจัดการให้ เสีย 300 บาท เร็ว ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ไม่มีหน้าม้าแล้วเพราะขนส่งตั้งโต๊ะให้ หน้าม้าหายไป แต่ยังมีบริการเหมือนเดิม ค่าใช้จ่ายลดลง เหลือ 250 บาท หรือเรื่องค่าปรับให้ตำรวจที่เรารู้ๆ กันว่าประหยัดทั้งเวลาและค่าแกส เป็นต้น

ข้าพเจ้าเสนอว่าเรื่องนี้ ข้าราชการนี่แหละตัวดี เขาบอกใช่ และพูดซ้ำว่าเขาเองก็เคยคอร์รัปชั่น

ข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องที่คนขับแท็กซี่พูดมา ล้วนคือประเด็นที่ผู้ชุมนุมยกมาโจมตีรัฐบาลรักษาการ จึงถามอย่างเกรงใจว่าแล้วคิดอย่างไรกับเรื่องจำนำข้าว

เขาบอกจำนำข้าวดีเพราะชาวนาได้เงินมากขึ้น โรงสีกดราคาข้าวไม่ได้ อาจจะต้องรอหน่อย แต่ได้เงินมากขึ้น รัฐบาลจ่ายแน่เพราะมีใบประทวน และเพราะคนแถวบ้านเขา ชาวนาภาคเหนือภาคอีสานก็ได้รับเงินกัน แต่ต้องรอหน่อย

เขายังว่าทางอีสานไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องเงินค่าข้าว เพราะปลูกข้าวกินเอง อย่างเขามีที่ 10 ไร่ ให้คนเช่า ปลูกข้่าวแล้วแบ่งกัน ไม่ได้จ่ายค่าเช่าเป็นเงินอย่างภาคอื่น "เขาเรียกอ้ายสอง น้องหนึ่ง หมายความว่าคนปลูกเอาไปสองส่วน เจ้าของที่เอาไปหนึ่งส่วน" เพราะฉะนั้น อย่างไรเสีย คนอีสานไม่อดข้าวตายแน่

คนอีสานยังปลูกหลายอย่าง ปลูกอ้อย ปลูกปอ ตอนนี้ยังมีปลูกยางพารา ตอนที่รัฐบาลก่อนๆ มีนโยบายอีสานเขียว อีสานไม่เขียว แต่ตอนนี้พอมีปลูกยาง อีสานเขียวพรึ่บ

เราคุยกันเรื่องข้าวต่อ เขาบอกคนอีสานก็อยากปลูกข้าวหลายครั้งเหมือนคนภาคอื่น มีการทดลองใช้ที่สูบน้ำ สูบน้ำจากแม่น้ำผ่านท่อที่ฝังไว้ใต้ดินเพื่อไม่ให้เสียพื้นที่ปลูกข้าว ถ้าการทดลองได้ผลดี ต่อไปอีสานอาจจะทำนาได้ปีละสามครั้งเหมือนภาคอื่น และนี่เป็นการริเริ่มของ อบต. นะ

คนอีสานเขาไม่โง่ คนขับยืนยัน

ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะไม่เคยคิดว่าคนอีสานหรือคนชนบทโง่ ยิ่งการทำงานภาคสนาม ที่ทำให้ต้องขอความรู้ขอข้อมูลจากคนอื่นเสมอๆ กระทั่งนักศึกษาที่ข้าพเจ้าสอน พวกเขาก็สอนให้ข้าพเจ้าฉลาดขึ้นทุกเทอมทุกปี อย่างนี้แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไรว่าคนอื่นโง่

ถ้าจะมีอะไรที่ข้าพเจ้าเชื่อ ในกรณีนี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าพเจ้าไม่มีทางไม่โง่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางเรื่องบางทีโง่มาก บางเรื่องบางครั้งก็โง่น้อยหน่อย

และจนบัดนี้ ข้าพเจ้าก็ยังภูมิใจกับความโง่ของตัวเองค่ะ

 

 

เกี่ยวกับผู้เขียน: ดร.สายพิณ ศุพุทธมงคล สอนอยู่ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ที่มา: แฟนเพจ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ( สปป.)

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์