ชาวปากแพรกเฮศาลปกครองสั่งเพิกถอนโรงไฟฟ้าชีวมวล

ชี้คำสั่งคณะกรรมการอุทธรณ์ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอนุญาตให้สร้างโรงไฟฟ้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจที่จะกระทำการได้ สั่งเพิกถอนให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่วินิจฉัย
 
 
26 ก.พ. 2557 เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ศาลปกครองกลาง นางวาสนา จันทราภรณ์ ตุลาการเจ้าของสำนวน อ่านคำพิพากษาคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวกรวม 290 คน ฟ้องร้องผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 1 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในเขตเทศบาลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 2 ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 3 และบริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด ที่ 4 เป็นผู้ถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ซึ่งยื่นฟ้องมาตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา
 
นายศรีสุวรรณ  จรรยา  นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวตุลาการเจ้าของสำนวน ได้อ่านคำพิพากษาว่า การใช้อำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในเขตเทศบาลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นประธานนั้น เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด
 
ทั้งนี้ เหตุสืบเนื่องมาจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ ดังกล่าวใช้อำนาจสั่งให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากแพรก อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพิกถอนคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้บริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด ก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาด 9.5 เมกกะวัตต์ ตามคำร้องเรียนของโรงไฟฟ้าดังกล่าวเสีย ซึ่งศาลได้วินิจฉัยว่าการขออนุญาตก่อสร้างอาคารโรงงานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เท่านั้น โดยต้องขอความเห็นชอบจากนายก อบต.ปากแพรกเสียก่อนเท่านั้น จึงจะชอบ
 
นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า กรณีความขัดแย้งดังกล่าวของชาวบ้านกับโรงไฟฟ้าปากแพรก ยังมีคดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ในศาลปกครองกลางอีกหนึ่งคดี คือ คดีที่ชาวบ้านตำบลปากแพรกร่วมกันฟ้องนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากแพรกต่อศาลปกครอง กรณีที่ไปเซ็นยินยอมให้ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารโรงงานไฟฟ้าดังกล่าวในภายหลัง โดยไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือมีส่วนได้เสียตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 57 วรรคสองกำหนด คดีดังกล่าวศาลปกครองจะมีคำพิพากษาในวันที่ 11 มีนาคมนี้
 
หลังจากนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจะได้ร่วมปรึกษาหารือในการร้องต่อ ปปช. และหรือเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อาญามาตรา 157 ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์