ปากคำจากญาติกรณีถล่มเวทีแจ้งวัฒนะ: พี่ผมเป็นเหยื่อ

จากข่าวครึกโครมกรณีคนร้ายกราดยิงเวที กปปส. แจ้งวัฒนะ พร้อมซุกระเบิดในรถยนต์ ล่าสุดน้องชายของผู้ตกเป็นข่าวยืนยันว่าพี่ชายไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆ แต่ขับรถหลงเข้าไปในด่านที่ชุมนุม ก่อนถูกการ์ดชิงทรัพย์ ทำร้าย และถูกยิงจนอาการสาหัส

กรณี "ถล่มเวที กปปส." กลายเป็นพาดหัวครึกโครมตามสื่อต่างๆ ในเช้าวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุดน้องชายของผู้ถูกพาดพิง ยืนยันว่าพี่ชายที่เพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งของเพื่อน ไม่ได้เข้ามาก่อเหตุใดๆ ทั้งสิ้นแต่ถูกรุมทำร้ายและชิงทรัพย์

นายมารุต จันทร์นวล ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้กำลังพักรักษาตัว ทั้งนี้น้องชายยืนยันว่าพี่ชายของเขาที่เพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งของเพื่อน ไม่ได้เข้ามาก่อเหตุใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถูกรุมทำร้ายและชิงทรัพย์<--break->

จากกรณีที่มีข่าวว่าเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557 เวลาประมาณ 02.20 น. มีชาย 2 คนขับรถเก๋งยิงใส่การ์ดของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ยิงสวนกลับ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และหนีไปได้ 1 ราย

ซึ่งต่อมาทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้แถลงเพิ่มเติมว่า ได้ตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน สฎ 4578 กทม. โดยระบุว่าเป็นรถยนต์ที่คนร้ายขับเข้ามาก่อเหตุยิงปืนใส่เต็นท์แกนนำและเต็นท์นักข่าว ด้านหลังเวทีปราศรัย พบว่ารถคันดังกล่าวมีระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างแบบทำเอง1 ลูก โดยรถยนต์คันดังกล่าวเป็นของนายมารุต จันทร์นวล

ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อกับครอบครัวของนายมารุต จันทร์นวล โดยสุดท้ายได้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนายธรรมรัตน์ จันทร์นวล ผู้เป็นน้องชายของนายมารุต โดยได้ให้ข้อมูลพื้นฐานของนายมารุต รวมถึงคำบอกเล่าของนายมารุตจากเหตุการณ์ดังกล่าวดังนี้ 

น้องชายของมารุต กล่าวว่า "ตอนนี้พี่ผมถูกผลักใสว่าเป็นคนเสื้อแดง เป็นขี้ข้านู่นนี่นั่น เป็นลูกน้องโกตี๋ เป็นควายแดง ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น พวกผมเป็นกลางนะไม่ได้เหลืองไม่ได้แดง"

โดยธรรมรัตน์กล่าวต่อไปว่า ในวันเกิดเหตุ มารุตได้มางานเลี้ยงแสดงความยินดีกับเพื่อนที่ทำงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง  ในเวลาเกิดเหตุได้ขับรถมาส่งคนที่บริเวณแยกหลักสี่ มีภาพในเฟซบุ๊กชัดเจน  มารุตไม่คุ้นเคยกับเส้นทางเนื่องจากบ้านอยู่  จ.ปทุมธานี เมื่อขับไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอแผงเหล็กกั้นมารุตจึงลงจากรถมาเพื่อที่จะได้ยกแผงเหล็กออกเพื่อที่จะได้ขับรถไปต่ออีกทางหนึ่ง แต่เมื่อลงมาจากรถมารุตก็ได้ถูกคนไม่ทราบจำนวนเข้ามารุมทำร้ายโดยไม่ได้สอบถามหรือบอกสาเหตุแห่งการทำร้ายแต่อย่างใด
 

มีทรัพย์สินติดตัวถูกโขมยไปด้วยดังเช่น โทรศัพท์ไอโฟน  สร้อยคอทองคำหนักสองบาท พระเลี่ยมทองมูลค่าประมาณห้าหมื่นบาทและเงินสดติดตัวอีกประมาณห้าพันบาท  มารุตฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเที่ยงของวันที่ 8  เขาไม่ทราบว่าใครนำเขาส่งโรงพยาบาล  รู้แต่ว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ส่งต่อนำร่างกายที่ไม่ได้สติของเขามารักษาที่ รพ.ศิริราช

สภาพอาการบาดเจ็บ ธรรมรัตน์ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวประชาไทฟังว่า นายมารุตมีอาการหน้าบวมปูด จมูกเบี้ยวผิดรูป กระดูกบริเวณใบหน้าหลังจากที่เอ็กซเรย์แล้วหักหลายตำแหน่ง หนังตาบวมปิด ลืมตาได้เพียงเล็กน้อย มีเลือดออกภายในตา กระจกตาถลก เลือดออกภายในโพรงช่องหูและเยื่อแก้วหู  ปัสสาวะเป็นเลือด  มีแผลรอยกระสุนและเมื่อเอ็กซเรย์พบว่ามีกระสุนฝังอยู่ในขา

สำหรับเรื่องระเบิด ธรรมรัตน์ บอกว่าทั้งมารุตกับครอบครัวไม่รู้เรื่องเลย มารู้ข้อกล่าวหาก็ตอนที่มีข่าวออกสื่อไปแล้ว 

ธรรมรัตน์เล่าข้อมูลของมานิตย์ให้ฟังเพิ่มเติมว่า มารุตอายุ 35 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ปัจจุบันมารุตประประกอบอาชีพเป็นเซลเอ็นจิเนียร์ มารุตพึ่งได้แต่งงานกับเพื่อนสาวที่มีอาชีพวิศวกรเหมือนกันได้เพียงปีเศษ  ปัจจุบันเธอกำลังตั้งครรรภ์ และหากไม่มีอะไรผิดพลาด ปลายเดือนนี้มารุตก็จะได้เป็นพ่อคน

แสดงความคิดเห็น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์