สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 5 - 11 มี.ค. 2557

แรงงานเหนือแห่สมัครสอบภาษาเกาหลีแน่น

รายงานข่าวจากจังหวัดลำปางแจ้งว่า กรมการจัดหางานได้เปิดรับลงทะเบียนเพื่อสมัครทดสอบความสามารถภาษาเกาหลี EPS-TOPIK ครั้งที่ 16 ขึ้นทั่วประเทศ 4 แห่ง โดยในพื้นที่ภาคเหนือได้เปิดขึ้นที่จังหวัดลำปาง ตั้งแต่ 4 มี.ค. จนถึงวันนี้ (5 มี.ค.) ที่สนามหญ้าภายในศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง ก่อนที่จะมีการทดสอบในวันที่ 6 เม.ย. 57 และประกาศผลในวันที่ 18 เม.ย. 57      

ซึ่งปรากฏว่าวันแรกของการเปิดรับลงทะเบียนที่ลำปาง บรรดาผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานในเกาหลีจำนวนมากต่างพากันนำเอกสารส่วนตัวมารอคิวลงทะเบียนยาวเหยียด    

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีขึ้นหลังประเทศไทยทำบันทึกความเข้าใจในการจัดส่งแรงงานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งกำหนดให้คนงานที่จะเดินทางไปทำงานหลังวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ต้องสอบผ่าน (EPS-TOPIK) ก่อน โดยกระทรวงแรงงานสาธารณรัฐเกาหลีมอบหมายให้หน่วยงานของทางการสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการสอบ ในประเทศไทย      

ผู้สมัครต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการสอบ โดยที่ผ่านมาเรียกเก็บคนละ 25 เหรียญสหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยโดยประมาณ 750 บาท) ในปัจจุบันมีการจัดสอบในประเทศไทยมาแล้ว แบบปกติ จำนวน 14 ครั้ง แบบปกติ ด้วยคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 ครั้ง กรณีพิเศษ จำนวน 7 ครั้ง ซึ่งข้อสอบจะประกอบด้วย 2 ส่วน จำนวนทั้งหมด 50 ข้อ คะแนนเต็ม 200 คะแนน (โดยตัดคะแนนผู้สอบผ่านไม่ต่ำกว่า 80 คะแนน)      

หลังจากทดสอบเสร็จกรมการจัดหางานจะทำการบันทึกข้อมูลคนงานที่สอบผ่านความสามารถ EPS-TOPIK ในโปรแกรม SPAS ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่บันทึก และจัดส่งบัญชีรายชื่อให้ทางการสาธารณรัฐเกาหลี อายุประกาศนียบัตรการสอบผ่านความสามารถภาษาเกาหลี (EPS-TOPIK) มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี ผู้สอบผ่าน EPS-TOPIK จะได้รับการจัดส่งข้อมูลให้ทางการเกาหลี แต่ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะได้ทำงานในสาธารณรัฐเกาหลีหรือไม่      

หากผู้ที่สงสัยในการจัดการทดสอบ หรือต้องการสอบถามในรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานยังประเทศเกาหลี สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-5426-5049, 0-5426-5051-52 ในเวลาราชการ

(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 5-3-2557)

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 25

ด้วย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มีกำหนดการจัด พิธีเปิดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 25 (WorldSkills Thailand 2014) เพื่อเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถของกำลังแรงงานของประเทศไทย การสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน พร้อมสร้างศักยภาพกำลังแรงงานให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งระดับชาติ และระดับสากล รวมทั้งให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการทรงงานของพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย        

โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 25 (WorldSkills Thailand 2014) พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง “หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พร้อมด้วย นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบเครื่องหมายมาตรฐานฝีมือแรงงานและโล่ให้กับสถานประกอบกิจการดีเด่นประจำปี พ.ศ.2556         

ในการนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนเข้าร่วมงานพิธีเปิดดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2557 เวลา 13.00 น. ณ ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

(กระทรวงแรงงาน, 5-3-2557)

พบแล้วเหตุตึก รพ.รามาฯถล่ม เพราะนายจ้างสุดชุ่ย ปล่อยผู้รับเหมาลักไก่สร้างตึกไร้แผนปลอดภัย กสร.เตรียมแจ้งความเอาผิด

(5 มี.ค.)นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคานปูนทางเชื่อมอาคารโครงการก่อสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลถล่ม จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 26 ราย ว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ทางสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด สมุทรปราการ ได้เชิญนายจ้างมาสอบถามข้อมูลพบว่า ทางผู้รับเหมาคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด ไม่มีการยื่นแผนความปลอดภัยต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ตามประกาศของกระทรวงแรงงาน ที่ประกาศให้โครงการก่อสร้างที่มีงบประมาณ 300 ล้านบาทขึ้น ไปจะต้องจัดทำและแนบแผนงานดังกล่าวไปกับสัญญาจ้างงาน ทาง กสร.จึงเตรียมจะยื่นแจ้งความเอาผิดกับนายจ้าง      

นายพานิช กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุของการไม่ยื่นแผนความปลอดภัยของนายจ้างเพื่อให้เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย (จป.) นำมาควบคุมการก่อสร้างให้ถูกต้องและปลอดภัยตามแผนที่วางไว้ ต้องมีการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ จป.ว่าทราบเรื่องนี้หรือไม่ เหตุใดจึงไม่เตือนให้นายจ้างจัดทำแผนนี้ ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าวทำให้ กสร.พบข้อบกพร่องของคุณภาพและมาตรฐานการปฏิบัติงานของ จป.ซึ่งจากการประเมินทั่วประเทศพบว่ายังมีจุดอ่อนในเรื่องนี้ จึงเตรียมจะปรับมาตรฐานของ จป.ทั่วประเทศเพื่อให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานในการปฏิบัติงาน ซึ่งขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 อยู่ระหว่างการจัดทำกฎกระทรวงในการกำหนดโทษและคุณภาพต่างๆ ของ จป.รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับแก้ระยะเวลาของใบอนุญาต จป.จากตลอดชีพเป็นกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้ในเรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับ จป.ทั่วประเทศถึงความจำเป็นในการออกข้อกำหนดดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาว่าลิดรอนสิทธิเดิมของ จป.

(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 5-3-2557)

เตือนบัณฑิตใหม่ไร้งาน 1-2 แสนคน ผลพวง ศก.ชะลอ-การเมืองยื้อ ธุรกิจประคองตัวลดจ้างงาน

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง "ประเทศไทยขาดอะไรในการเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี" ว่า ขณะนี้ผลสำรวจของผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มีแผนที่จะไม่รับพนักงานหรือลดปริมาณการรับพนักงานใหม่ เนื่องจากได้รับผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้นักศึกษาที่จบใหม่ทั้งในระดับปริญญาตรี ปวส. ปวช. ที่จบการศึกษาในปี 2557 ประมาณ 50% มีแนวโน้มจะตกงาน

"ตอนนี้ผู้ประกอบการชะลอการขอสินเชื่อเพื่อขยายกิจการจึงมีการรับเด็กใหม่ไม่มาก เพราะต้องประคองกิจการจนกว่าเศรษฐกิจและการเมืองจะดีขึ้น ดังนั้น เด็กจบใหม่ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพให้พร้อมที่จะทำงาน เนื่องจากผลสำรวจพบว่าในปัจจุบันผู้ประกอบการต้องการรับเด็กที่พร้อมทำงานทันทีและมีคุณธรรมมากกว่าเด็กที่เก่ง เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการฝึกอบรมมากนัก" นางเสาวณีย์กล่าว

นางเสาวณีย์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังพบว่า ในส่วนของพนักงานรายวัน มีการลดหรือไม่ต่อสัญญาจ้างแล้ว 31.2% เพื่อต้องการลดต้นทุนของบริษัทในช่วงที่จำหน่ายสินค้าได้ไม่ดีนัก ส่วนการพิจารณารับเด็กจบใหม่ในแต่ละสาขา เช่น พนักงานระดับปริญญาตรีขึ้นไปด้านสังคมศาสตร์ บริหารธุรกิจ บัญชี มนุษยศาสตร์ เป็นต้น พบว่ามีผู้ประกอบการจะไม่จ้างงานเด็กใหม่เลย 10.5% จ้างน้อยลง 50.6% จ้างเท่าเดิม 28.4% และจ้างเพิ่มขึ้น 10.5%, ส่วนพนักงานระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ไม่จ้างเด็กใหม่เลย 12.8% จ้างน้อยลง 50.9% จ้างเท่าเดิม 29.1% รับเพิ่มขึ้น 7.2%

สำหรับคุณสมบัติในปัจจุบันที่ผู้ประกอบการต้องการจากบัณฑิตจบใหม่มากที่สุด คือ มีความพร้อมในการทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องสอนเพิ่ม มากที่สุด รองลงมาคือ เด็กที่มีความขยันและตั้งใจทำงาน, มีจริยธรรมและคุณธรรม, เก่งภาษาอังกฤษ, อดทนและรับแรงกดดัน, เก่งภาษาประเทศเพื่อนบ้าน, ภาษาจีน, ใช้อุปกรณ์สำนักงานได้ทุกชนิด เป็นต้น

นางเสาวณีย์กล่าวว่า ผู้ประกอบการเสนอว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องปรับปรุงเพื่อเข้าสู่เออีซีมากที่สุด คือ เรื่องการเมืองที่ต้องมีเสถียรภาพ รองลงมาเป็นการวิจัยและพัฒนา, การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค, ภาษาอังกฤษ, จำนวนแรงงานที่ไม่มีทักษะ, คุณภาพของแรงงานที่มีทักษะ, คุณภาพการศึกษา, โครงสร้างภาษีที่สามารถแข่งขันได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ประมาณการจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ ระดับปริญญาตรี ระหว่างปี 2550-2559 โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ปีละประมาณ 5 แสนคน และในช่วงปีเดียวกัน จะมีบัณฑิตระดับปริญญาตรีจบใหม่ปีละ 3-4 แสนคน ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์แรงงานในปี 2555-2559 มีความต้องการแรงงานประมาณ 1.5 แสนคนต่อปี

(ประชาชาติธุรกิจ, 5-3-2557)

รุกสอนเสมอภาคหญิงชาย-ใส่ใจชีวิตแรงงาน

นายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย สค.กำหนดจัดงานวันสตรีสากลประจำปี 2557 ภายใต้แนวคิด “แตกต่างอย่างเข้าใจ สังคมไทยเสมอภาค” ในวันที่ 7 มี.ค. ที่ห้องรอยัล จูบิลี่บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ในงานมีเสวนาหัวข้อ “พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ:เส้นทางไปสู่ความเสมอภาค” และการมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่สตรีดีเด่น 16 สาขา 34 รางวัล อย่างไรก็ตาม แม้รัฐธรรมนูญรวมถึงกฎหมายต่างๆ จะมุ่งส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย แต่ในทางปฏิบัติผู้หญิงก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ เห็นได้จากผู้บริหารระดับสูงในภาครัฐหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจในฝ่ายการเมืองเป็นสตรีเพียง 10% กว่าเท่านั้น ทั้งนี้สค.พยายามผลักดันให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมระดับการตัดสินใจทางการเมืองให้ได้ 30% ภายในปี 2555 แต่ก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ปัจจัยหลักยังเป็นเรื่องทัศนคติของผู้ชายที่มองถึงการมีอำนาจเหนือกว่า แนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาคือการให้การศึกษา ขณะนี้จึงได้มีความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรความเสมอภาคหญิงชายเพื่อสอนตั้งแต่เด็กเล็ก ซึ่งอยู่ระหว่างนักวิชาการร่างหลักสูตร

ด้านนางสมบุญ สีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นสตรีดีเด่นด้านการปกป้องสิทธิประจำปี 2557 กล่าวว่า 20 ปีได้ต่อสู้ปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ตัวเองและเพื่อนแรงงานได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานซึ่งถูกนายจ้างล่วงละเมิด จนถึงขั้นตนเป็นโรคปอดเสื่อม แรงงานบางคนเป็นโรคมะเร็ง บ้างถึงขั้นเสียชีวิตโดยไม่ได้รับการเยียวยา จึงอยากให้สถานประกอบการ ภาครัฐ ฝ่ายการเมืองได้ดูแลส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานด้วยไม่ใช่เห็นแต่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานต่างด้าว ก็ควรได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน.

(ไทยรัฐ, 6-3-2557)

แรงงานพม่านับหมื่น เริ่มทยอยเดินกลับไปทำสำมะโนประชากร

พ.ต.อ.พงษ์นคร สันติภาพ ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานพม่าจากต่างจังหวัด และกรุงเทพมหานคร เดินทางกลับไปภูมิลำเนา หรือ ประเทศพม่า ผ่านด่านพรมแดนไทย - พม่า ที่บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จำนวนมากผิดปกติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ได้ทำการสุ่มสำรวจ และสอบถามพบว่า แรงงานพม่า ที่กลับไป ต้องการเข้าสู่กระบวนการสำรวจสำมะโนประชากร ตามนโยบายของรัฐบาลเมียนม่าร์ ขณะที่เงื่อนไขของการทำงานในประเทศไทยก็ครบ 4 ปี ตามมติของคณะรัฐมนตรี ที่แรงงานต่างด้าวต้องเดินทางกลับ แต่บางรายหนังสือเดินทางยังไม่หมดก็กลับไป ซึ่งเชื่อว่า แรงงานพม่าบางส่วนคงไม่กลับมาอีก เนื่องจาก ทำงานจนมีเงิน และมีฐานะ สามารถกลับไปอยู่ภูมิลำเนาได้

ทั้งนี้แรงงานพม่า เริ่มทยอยเดินทางกลับประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีแรงงานพม่ามาดำเนินการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ในการเดินทางออกนอกประเทศ จำนวน 8,000 คน ในวันที่ 4 มีนาคม 57 มีแรงงานต่างด้าว สัญชาติพม่ากลับไป 6,000 คน และในวันที่ 5 มีนาคม 2557 กลับไป กว่า 4,000 คน จากเดิมมีแรงงานต่างด้าว สัญชาติพม่า กลับภูมิลำเนา วันละ กว่า 2,000 คน เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางกลับของแรงงานพม่า ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยกันบริการแรงงานต่างด้าว ขณะที่สถานที่ ในการดำเนินการพิธีการก็คับแคบ แรงงานพม่าต้องมานั่งกลางแดด จนต้องย้ายให้ไปใต้ถุนสำนักงานแทน

(เนชั่นทันข่าว, 6-3-2557)

'เฉลิม 'สั่ง บ.สยามโภชนากรรับ 450 ลูกจ้างกลับเข้าทำงาน

นายพนิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวานที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ลงนามในคำสั่งตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 35 ที่ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกคำสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน โดยในครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ออกคำสั่งให้นายจ้างบริษัท สยามโภชนากร จำกัด จ.สมุทรปราการ รับลูกจ้างทั้งหมดจำนวน 450 คน ที่อยู่ระหว่างการเรียกร้อง และเกิดข้อพิพาทแรงงาน กลับเข้าทำงานทั้งหมด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนข้อเรียกร้องต่างๆ ทั้งเรื่องเงินตอบแทนพิเศษประจำปี หรือโบนัส และเงินช่วยเหลือที่ลูกจ้างเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายเงินช่วยเหลือในระหว่างที่ยังไม่รับกลับเข้าทำงาน วันละ 150 บาท โดยเริ่มวันที่ 1 มีนาคม แต่นายจ้างพร้อมจ่ายเพียง 100 บาทต่อวัน ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติในการเจรจาเมื่อวานนี้ ที่ จ.สมุทรปราการ ได้มอบให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เป็นผู้วินิจฉัย

ขณะที่บรรยากาศที่ กระทรวงแรงงาน หลังได้รับการแจ้งเรื่องนี้ ลูกจ้างบริษัทสยามโภชนากร ที่ชุมนุมเรียกร้องโดยไม่ได้รับเงินเดือน กว่า 68 วัน และเดินทางมาปักหลักเรียกร้องอยู่ภายในกระทรวงแรงงานเกือบ 2 สัปดาห์ ต่างส่งเสียงดีใจ พร้อมปรบมือแสดงการขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และทยอยเก็บของเพื่อกลับบ้าน และขึ้นรถบัสกลับไปแล้ว

(ไอเอ็นเอ็น, 6-3-2557)

ก.แรงงาน ประกาศผลสตรีทำงานดีเด่นปี 2557

นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานโดยกสร.ได้คัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น ประจำปี 2557 เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนของสังคมตระหนักถึงความสำคัญของสตรีทำงาน เนื่องในวันสตรีสากลในวันที่ 8 มี.ค.ของทุกปี

ซึ่งนายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงานได้การลงนามประกาศผลการคัดเลือกมีรายชื่อดังนี้ 1.สตรีผู้บริหารดีเด่น สาขาสตรีผู้บริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่น นางจันทิรา โกประพัฒน์พงศ์ ผอ.ภาค 16 ธนาคารออมสินภาค 16 จ.สุราษฎร์ธานี

สาขาสตรีผู้บริหารภาคราชการดีเด่น นางอำมร เชาวลิต เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) สาขานักบริหารภาคเอกชนดีเด่น นางฐาปณี เตชะเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด(มหาชน) กรุงเทพฯ นางนิรมล รุจิราโสภณ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน) กรุงเทพ สถานประกอบกิจการขนาดกลาง นางบัณจง ธนาแพสย์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลร้อยเอ็ด-ธนบุรี จ.ร้อยเอ็ด สถานประกอบกิจการขนาดเล็ก น.ส.ณัฐชยา คุปตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สามัคคีกรุ๊ป จำกัด จ.ชลบุรี และนางโสภิดา โทโสภี ประธานกรรมการบริษัทโกลเด้นท์ ไพน์ รีสอร์ท เชียงราย จำกัด จ.เชียงราย

2.สตรีผู้ปฏิบัติงานดีเด่น สาขาสตรีผู้ปฏิบัติการรัฐวิสาหกิจดีเด่น นางระพีพรรณ ประวัติวงศ์ รองผอ.ฝ่ายสินเชื่อขนาดกลาง1 ธนาคารพัฒนาวิสาหิกจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สาขาสตรีนักวิชาการภาคราชการดีเด่น รศ.ดร.วิจิตรศรี สงวนวงศ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ สาขาสตรีผู้ปฏิบัติการภาคเอกชนดีเด่น สถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ นางประไพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารและบุคคล บริษัทอินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)

และนางพจนีย์ บุญประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารพนักงานสัมพันธ์ บริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด(มหาชน) กรุงเทพฯ สถานประกอบกิจการขนาดกลาง สถานประกอบกิจการขนาดกลาง น.ส.กาญจนา มีงาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล บริษัทปัตตานีปลาป่น (1988) จำกัด จ.ปัตตานี น.ส.สาวิตรี เรืองศรี ผู้จัดการแผนกความปลอดภัยอาชีวอนามัยฯ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน)(ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมกุ้งปะทิว) จ.ชุมพร สถานประกอบการกิจการขนาดเล็ก น.ส.ภคพร วังศรี หัวหน้าแผนกทรัพยากรบุคคล บริษัทโปรดักส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เมนูแฟคเจอร์ริง จำกัด จ.สมุทรสาคร และนางบุญญรัตน์ เพ็งตะโก ผู้จัดการคุณภาพและหัวหน้าการเงิน-บุคคล-ธุรการโรงพยาบาลแพร่-ราม จ.แพร่

อธิบดีกสร. กล่าวอีกว่า 3.สตรีเครือข่ายการคุ้มครองแรงงานดีเด่น สาขาที่ปรึกษาแรงงานหญิงดีเด่น สถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ น.ส.สนธยา นาคสกุล ผู้จัดการแผนกความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม บริษัทชัวร์เท็กซ์ จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.ศุภางค์ โสภณ ผู้ช่วยผอ.กลุ่มงานปฏิบัติการทุนมนุษย์ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) สถานประกอบกิจการขนาดกลาง นางณิชกุล เพ็ชร์ทศ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัทสรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ และนางนวรัตน์ ยินดี หัวหน้าส่วนฝึกอบรมและพัฒนาประสิทธิภาพงานบริษัทแวนต้าพรีเสิร์ฟฟู้ด จำกัด จ.กาญจนบุรี

4.สตรีผู้ประกอบการอาชีพอิสระดีเด่น ได้แก่ ภาคเหนือ นางอาภรณ์ แสงชาติ เกษตรอินทรีย์และอาหารพื้นบ้าน จ.แม่ฮ่องสอน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นางรุจิรา อุ้ยปัชณาวงศ์ ผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากดินไทย-ญีปุ่น จ.ชัยภูมิ ภาคกลาง นางจินตนา สระสำอาง ผลิตกล้วยน้ำว้าดิบแปรรูป กลุ่มสตรีพัฒนากล้วยน้ำว้าไทย จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ นางอาสาน๊ะ อินตัน ผลิตภัณฑ์ถักโครเชต์ จ.ระนอง และ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ นางรัตนา ดือเระซอ ผลิตภัณฑ์เครื่องจักสาน จ.ปัตตานี นางสิริภา มะดากะกุล ผลิตเครื่องแต่งกายมุสลิม จ.นราธิวาส และนางสุจี บุญลิ่มเต็ง ประดิษฐ์ของที่ระลึก จ.ยะลา

5.ศิลปินสตรีดีด่น สาขานักร้องสตรีดีเด่น นางสุนิสา มณีนิล (จิตติมา เจือใจ) กรุงเทพฯ6.สื่อมวลชนสตรีดีเด่น น.ส.ชัยศิลป์ คนคล่อง นักสื่อสารมวลขนชำนาญการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ 6.นักกีฬาสตรีดีเด่น น.ส.ปลื้มจิตร์ ถินขาว นักกีฬาวอลเล่ย์บอลและ7.สตรีองค์กรพัฒนาเอกชนดีเด่น น.ส.ศิริวรรณ ว่องเกียรติไพศาล ทนายความ ทั้งนี้ กสร.ได้จัดงาน”วันสตรีสากลประจำปี 2557” ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ เวลา 07.00-16.00 น.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารเป็นองค์ประธานในพิธีประทานโล่รางวัลแก่สตรีทำงานดีเด่น

(กรุงเทพธุรกิจ, 8-3-2557)

เมียนมาร์-แจกฟรีซิมการ์ดภาษาเมียนมาร์ให้แรงงาน

แรงงานเมียนมาร์ที่จะเดินทางเข้ามาทำงานในไทย หรือต่อวีซ่า จะได้รับซิมการ์ดและบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่บริการเป็นภาษาเมียนมาร์ฟรี เมื่อทำหนังสือเดินทางที่สำนักงานชายแดนไทย-เมียนมาร์

พิธีลงนามการให้บริการซิมการ์ด และบัตรโทรศัพท์แก่แรงงานเมียนมาร์มีขึ้นเมื่อวานนี้ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสมาพันธ์การว่าจ้างแรงงานระหว่างประเทศของเมียนมาร์และบริษัท AEC Voice Gateway จำกัดของไทย ในฐานะผู้ให้บริการซิมการ์ดที่เป็นภาษาเมียนมาร์ สำหรับแรงงานที่ต้องการเดินทางเข้ามาทำงานในไทย หรือต่อวีซ่า เนื่องจากไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ นอกจากนี้ยังเสนอวงเงินประกัน 5 หมื่นบาทให้กับผู้ใช้บริการ และมีแผนจัดตั้ง call center หรือศูนย์ช่วยเหลือแรงงานตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้จะแจกซิมการ์ดให้ฟรีเมื่อแรงงานเมียนมาร์มาทำหนังสือเดินทางหรือต่อวีซ่าที่สำนักงานหนังสือเดินทางชายแดนไทย-เมียนมาร์

กรรมการผู้จัดการบริษัท AEC Voice Gateway กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการอำนวยความสะดวกแก่แรงงานเมียนมาร์ ซึ่งขณะนี้ธุรกิจการสื่อสารระหว่างประเทศกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับค่าบริการโทรศัพท์จากไทยกลับไปยังเมียนมาร์อยู่ที่นาทีละ 8 บาท

ปัจจุบัน มีแรงงานเมียนมาร์กว่า 5 ล้านคนในไทย โดยมากกว่า 4 พันคนเดินทางไปทำงานในไทยทุกเดือน

(ครอบครัวข่าว, 10-3-2557)

หวั่นนักลงทุนชะลอตั้งโรงงาน

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ยอดการตั้งโรงงานประกอบกิจการใหม่ในเดือน ก.พ.57 มีจำนวนรวม 312 แห่ง ลดลง 9.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 346 แห่ง จ้างงานใหม่ 6,927 คน เพิ่มขึ้น 2.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 6,752 คน เงินทุน 27,159.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนลงทุน 17,512.50 ล้านบาท

สำหรับจำนวนขยายกิจการเดือน ก.พ.57 อยู่ที่ 30 แห่ง ลดลง 45.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 55 แห่ง จ้างงานใหม่ 2,880 คน เพิ่มขึ้น 104.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ประมาณ 1,407 คน เงินทุน 4,044.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 3,211.24 ล้านบาท และจำนวนเลิกกิจการเดือน ก.พ.อยู่ที่ 21 แห่ง ลดลงประมาณ 67.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เลิกจ้างงาน 539 คน ลดลง 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เงินทุนประมาณ 144.41 ล้านบาท ลดลง 91.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1,635.93 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายณัฐพล ระบุว่า จำนวนโรงงานที่ตั้งใหม่และขยายกิจการเพิ่มเติมต่างลดลง แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น โดยอุตสาหกรรมที่โดดเด่นคือ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ฟาร์ม เนื่องจาก มีมูลค่าสูงในหลัก 100 ล้านบาทขึ้นไป ในภาพรวมนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยน่าจะชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพราะยอดการตั้งและขยายกิจการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เพราะรอดูความชัดเจนทางการเมือง เนื่องจากต้องการให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ และส่วนหนึ่งกำลังรอความชัดเจนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ในการพิจารณาให้บัตรส่งเสริมการลงทุนก่อนจะตั้งโรงงานจริง

(บ้านเมือง, 10-3-2557)

แนะคนหางานเตรียมพร้อมก่อนสอบภาษา เตือนอย่าเชื่อคนแอบอ้างช่วยสอบผ่าน

นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้เปิดรับสมัครทดสอบความสามารถภาษาเกาหลี (EPS - TOPIK) เพื่อจัดส่งไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) ในประเภทกิจการอุตสาหกรรมการผลิต เกษตรกรรม และปศุสัตว์ ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้นจำนวน 10,761 คน ซึ่งผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกจากนายจ้างเกาหลีให้ไปทำงานได้นั้น ต้องสอบผ่านความสามารถภาษาเกาหลีก่อน โดยจะทำการทดสอบคัดเลือกในวันที่ 6 เมษายน 2557 ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี นครราชสีมา ลำปาง และกรุงเทพฯ โดยการทดสอบจะแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบเช้า ทดสอบเวลา 10.30-11.40 น.และรอบบ่าย ทดสอบเวลา 15.00-16.10 น. ซึ่งผู้มีสิทธิจะต้องเข้าห้องทดสอบก่อนเวลาทดสอบ 1 ชั่วโมง เพื่อรับฟังคำชี้แจงการทดสอบ หากไปถึงสถานที่เกินเวลาที่กำหนดจะไม่อนุญาตให้เข้าทดสอบ โดยจะทำการสอบทั้งความสามารถในการฟัง และการอ่าน ดังนั้น ในระหว่างที่รอการทดสอบผู้สมัครควรจะเตรียมความพร้อมโดยศึกษาภาษาเกาหลีเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ไม่ผ่านการทดสอบเป็นจำนวนมาก       

อธิบดี กกจ.กล่าวอีกว่า กระบวนการทดสอบภาษาเกาหลีจะมีความเข้มงวด จึงขอเตือนคนหางานว่าอย่าได้หลงเชื่อผู้มาแอบอ้างว่ามีข้อสอบภาษาเกาหลีดังกล่าว โดยยอมเสียเงินเพื่อซื้อข้อสอบ ซึ่งจะช่วยให้สอบผ่านในครั้งนี้ได้ เพราะข้อสอบจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยไม่สามารถรั่วไหลได้

(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 11-3-2557)

 

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์