ศาล รธน.มีมติเอกฉันท์รับคำร้องวินิจฉัยสถานภาพนายกฯ ปมย้ายถวิล

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้อง ส.ว.ไพบูลย์ นิติตะวัน วินิจฉัยสถานภาพนายกฯ ปมย้าย ‘ถวิล เปลี่ยนศรี’ ให้นายกฯ ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันรับสำเนาคำร้อง

2 เม.ย.2557 ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาคดีที่ประธานวุฒสภาส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภา ขอให้ศาล รธน. พิจารณาวินิจฉัยตาม รัฐธรรมนูญ ม. 91 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีขง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ม. 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบ ม.268 หรือไม่

โดยผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่ากรณีนี้อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะรับไว้พิจารณาวินิจฉัย จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้นายกฯ ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันรับสำเนาคำร้อง

ทั้งนี้คำร้องดังกล่าว นายไพบูลณ์ นิติตะวัน ส.ว.และคณะรวม 28 คน ได้ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิฯ เพื่อของให้ศาล รธน.วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว หรือไม่ เนื่องจากศาลปกครองสูสุดได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.992/2556 หมายเลขแดงที่ อ.33/2557 ลงวันที่ 10 ก.พ.57 ระหว่าง นายถวิล เปลียนศรี ผู้ฟ้องคดี กับนายกฯ ผู้ถูกฟ้งคดีที่ 1 และคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ว่าการโอนผู้ฟ้องคดีจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ตามประกาศสำนักนายกฯ ลงวันที่ 30 ก.ย. 54 เป็นการดำเนินการโดยมิได้คำนึงถึงวัตุประสงค์ของกฏหมายและมิได้อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฏหมาย ทั้งยังไม่มีเหตุผลรองรัยที่มีอยู่จริงและอธิบายได้ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบอันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และมีคำพิพากษาให้เพิกถอนประกาศดังกล่าว มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับ คือ วันที่ 30 ก.ย. 54 โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีดำเนินารให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามนัย ม. 69 วรรคหนึ่ง (8) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ควรที่จะพิจารณาดำเนินการตามกฏหมายเพื่อให้ผู้ฟ้องคดีได้กลับสู่ตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ทั้งนี้ ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า ปัจจัยสำคัญในการโอนนายถวิล พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการ สมช. เชื่อได้ว่าเป็นความประสงค์ที่จะให้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ดำรงอยู่ในขณะนั้นว่างลง เพื่อแต่งตั้งให้บุคคลอื่นดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทน โดยปรากฏพฤติการณ์ที่มิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตนเองและเครือญาติตลอดจนพรรคเพื่อไทยที่ผู้ถูกร้องสังกัดอยู่ จึงเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นนายกรัฐมนตรีเข้าไปแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ในการแต่ตั้งหรือโอนข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง และเป็นการให้ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมืองพ้นตำแหน่ง โดยมิใช่เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาและมิได้เป็นไปตามที่ กฏหมายบัญญัติ อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ม.268 ประกอบ ม.266 (2) และ (3) อย่างชัดแจ้ง มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ ม. 182 วรรคหนึ่ง(7)

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์