เปิดประชุมนานาชาติ คุยเรื่องสิทธิผู้บริโภคยุคดิจิตอล

3 เม.ย. 2557 กสทช. ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล จัดการประชุมนานาชาติ: การคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิตอล ระหว่างวันที่ 3-4 เม.ย. ที่โรงแรมดิเอมเพรส จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บริโภคจากทั่วโลกกว่า 200 คน จาก 81 องค์กร 32 ประเทศเข้าร่วม

อแมนดา ลอง ผู้อำนวยการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล หนึ่งในองค์กรร่วมจัด ชี้ถึงผลกระทบยุคดิจิตอลต่อประชาชน โดยยกตัวอย่างโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กมีมากกว่าประชากรอินเดีย มูลค่าทางการเงินมากกว่า 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่า GDP ของนิวซีแลนด์ พร้อมระบุว่า ประเด็นที่ต้องให้ความสนใจในยุคดิจิตอล ได้แก่ การคุ้มครองผู้บริโภคในประเด็นความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย การปกป้องอัตลักษณ์ของบุคคล ความปลอดภัยของเด็ก การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต สิทธิที่จะเลือกสินค้า และการสอดแนมข้อมูลที่ส่งผ่านทางดิจิตอล 

สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า งานนี้เป็นครั้งแรกของการรวมตัวกันของผู้บริโภคจากทั่วโลกในไทย จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะได้รับประโยชน์ ความรู้ จากประเด็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิตอล รวมทั้งการเชื่อมโยงประเด็นและปัญหาของผู้บริโภคในระดับสากล ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงยุคดิจิตอลซึ่งโลกทั้งโลกเชื่อมกัน แต่ละประเทศจึงไม่สามารถมีกฎหมายของตัวเองตามลำพัง แต่ต้องมีมาตรฐานที่เป็นสากลด้วย

สุภิญญา กล่าวด้วยว่า การเข้าสู่ยุคดิจิตอล เป็นเหมือนการเปิดหน้าต่างออกไปเห็นข้างนอกที่กว้างขึ้น ได้รับอากาศดี ขณะเดียวกัน ก็มีมลพิษเข้ามาด้วย แต่เราก็ไม่สามารถปิดหน้าต่างได้อีก จึงต้องมีเครื่องปกป้องมลพิษ หรือคือ กสทช.ที่จะทำหน้าที่กำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันและการเท่าทันสื่อ ขณะที่คนในบ้านหรือคือผู้บริโภคนั้นก็ต้องเข้มแข็งพอที่จะปกป้องตัวเองด้วย

5 ข้อเรียกร้องของคนใช้โทรศัพท์มือถือ
ด้าน อินดรานี ทูรายสิงทาม หัวหน้าสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง กล่าวในหัวข้อ "วันคุ้มครองผู้บริโภคโลก" ว่า วันคุ้มครองผู้บริโภคโลกปีนี้ กำหนดวาระเรื่อง Fix Our Phone Rights หรือ "กู้สิทธิ พิชิตโทร" เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 6.8 พันล้านคนทั่วโลก โดยมีการใช้โทรศัพท์มือถือในการทำงานหลายอย่าง ตั้งแต่ติดต่อสื่อสาร ติดตามข่าวสารการเลือกตั้ง การกีฬา ไปจนถึงทำธุรกรรมออนไลน์ โทรศัพท์มือถือจึงเป็นเครื่องมือส่งเสริมอำนาจและเพิ่มพลังให้พลเมืองผู้บริโภค ขณะที่เรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุดก็คือเรื่องโทรคมนาคมเช่นกัน

สำหรับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิด้านโทรศัพท์มือถือมี 5 ประเด็น ได้แก่

หนึ่ง สัญญาที่ยุติธรรมและเป็นธรรม เนื่องจากพบว่า ที่ผ่านมา มีการเซ็นสัญญาที่คลุมเครือ บางครั้งมีการต่อสัญญาอัตโนมัติ ไม่รู้ว่าถูกล็อคให้อยู่ในสัญญาเป็นเวลานาน บางครั้งต้องจ่ายเงินเมื่อจะยกเลิกสัญญา

สอง การให้บริการที่คุ้มค่า เพราะพบว่ามีบริการที่ไม่ครอบคลุม สายหลุดบ่อย ไม่มีบริการรับเรื่องร้องเรียน-แก้ปัญหาให้ผู้บริโภค ร้องเรียนไม่ได้

สาม ผู้บริโภคต้องได้รับใบแจ้งหนี้ที่ยุติธรรมและโปร่งใส เช่น แจกแจงค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด เนื่องจากมักมีค่าบริการแฝง ค่าบริการโรมมิ่งสูง

สี่ อำนาจกับผู้บริโภคในการดูแลข้อมูลตัวเอง เนื่องจากบางครั้งผู้บริโภคได้รับ SMS จากการที่ข้อมูลส่วนตัวถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ในสหรัฐฯ มีการสอดแนมทางมือถือ

ห้า ความเป็นจำเป็นที่ต้องรับฟังและตอบสนองข้อร้องเรียนของผู้บริโภค หลายประเทศผู้บริโภคไม่มีช่องทางร้องเรียน บางประเทศต้องฟ้องร้องในศาล ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายจำนวนมากตามมา

สารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคม กสทช. และเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบัน ไทยมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 90.96 ล้านคน เท่ากับบางคนมีโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดย ปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนในไทยมากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ มาตรฐานการให้บริการที่ดี เช่น การเปลี่ยนสัญญาการใช้บริการ ถูกระงับบริการ อันดับ 2 พรีเพดกำหนดวันหมดอายุ อันดับ3 ค่าบริการไม่ถูกต้อง อันดับ 4 บริการเสริมที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้สมัคร อันดับ 5 คุณภาพการให้บริการ อันดับ 6 ปฏิเสธการยกเลิกบริการ อันดับ 7 ข้อมูลการให้บริการไม่ชัดเจน โฆษณาเกินจริง อันดับ 8 ข้อความspam อันดับ 9 คิดค่าบริการเกินกว่าอัตราขั้นสูงที่เกินกว่าที่ กสทช. กำหนด และอันดับ 10 การไม่คืนเงินคงเหลือในระบบเมื่อยกเลิกบริการ

สารีกล่าวว่า สิ่งที่เป็นความท้าทายการแก้ปัญหาในปัจจุบัน ได้แก่ บริการคงสิทธิเลขหมาย แม้ว่าผู้ให้บริการสามารถโอนย้ายได้วันละ 4 แสนเลขหมาย แต่ยังพบปัญหาเกิดขึ้น รวมทั้งปัญหาค่าบริการที่มีราคาเกินกว่านาทีละ 99 สตางค์ ตามกฎหมายกำหนด และปัญหาการตั้งเสาสัญญาณโทรคม ที่ผู้ให้บริการติดตั้งโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ผู้บริโภคเองกำลังเผชิญกับข้อท้าทายในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ การรับเรื่องร้องเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้บริโภคเองไม่มีความรู้ด้านสิทธิ ในขณะที่ผู้ประกอบการจะปฏิบัติตามกฎหมาย ของ กสทช. แต่กลับเลือกที่จะฟ้องศาลเพื่อเพิกถอนประกาศ รวมทั้งเรื่องการแข่งขันที่ควรให้เกิดมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกและเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค

ทั้งนี้ การประชุมในวันแรก (วันที่ 3 เมย.) มีหัวข้อน่าสนใจได้แก่ วันคุ้มครองผู้บริโภคโลก  ปี  2014 การรณรงค์เรื่อง  “กู้สิทธิพิชิตโทร” (Fix our phone rights!) และการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม อาทิ การชำระเงินออนไลน์  & การผลิตเนื้อหาดิจิตอล ข้อตกลง TPP (Trans-Pacific Partnership Agreement) :  การคุ้มครองผู้บริโภคในประเด็นกฎหมายลิขสิทธิ์และเนื้อหา และ มาตรฐาน ISO/IEC เกี่ยวกับข้อตกลงเรื่องรูปแบบบริการ และการดำเนินงานด้านการจ่ายเงินผ่านมือถือของ W3C   เป็นต้น

ส่วนวันที่สอง (4 เมย.) มีหัวข้อประชุม ได้แก่ คุณภาพบริการของผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมเกี่ยวกับ ประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการบรอดแคส อาทิ สิทธิในการรับชมทีวีของผู้บริโภค:  มาตรฐานใหม่ในยุคดิจิตอล แนวโน้มและทิศทางของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ในระบบ ดิจิตอลและการจัดการช่องว่างของคลื่น นโยบายและทิศทางการกำกับดูแล และ ทบทวนบทเรียนจากแนวทางสหประชาชาติสำหรับการคุ้มครองผู้บริโภค 

ทั้งนี้ ติดตามและรับฟังการถ่ายทอดสดการประชุมทั้งสองวันได้ทาง www.nbtc.go.th และความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม ดาวน์โหลดเอกสารประกอบได้ทาง www.facebook.com/DigitalConsumerRights  และทวิตเตอร์ @NbtcRights

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์