ปชป.ยันไม่ขวางการเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคจะลงหรือไม่

‘องอาจ’ รอง หน.ปชป. ชี้ต้องทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายก่อน นำ 2 ก.พ.มาเป็นบทเรียน ยันไม่ขวางการเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคจะลงหรือไม่ อัด ‘เพื่อไทย’ ดิสเครดิตองค์กรอิสระ หวังซื้อเวลายื้ออำนาจ 

20 เม.ย.2550 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เชิญพรรคการเมืองต่างๆ ร่วมหารือถึงการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ ว่า สังคมไม่อยากเห็นการเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกครั้ง ดังนั้นการหารือจึงไม่ควรเป็นการหารือว่าจะต้องเลือกตั้งภายใน 45 หรือ 60 วัน หรือภายในวันที่15มิ.ย.นี้ ตามที่มีการออกมาระบุ เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งที่ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่เกิดปัญหา ก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แต่ต้องทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายก่อน หากยังไม่ได้รับการยอมรับไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครหรือไม่ลงสมัครก็ไม่เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองเพราะเชื่อว่า หนังม้วนเก่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.จะย้อนกลับมาคือมีคนคัดค้านจนการเลือกตั้งเป็นโมฆะอีก และอาจเป็นการเลือกตั้งที่วิกฤตมากกว่าวันที่ 2 ก.พ.อีก

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการเลือกตั้งจะต้องอยู่บนพื้นฐาน 5 ประการคือ 1. ทุกฝ่ายมีความจริงจัง และจริงใจ 2. แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักไม่มีประโยชน์แอบแฝง 3.นำผลการเลือกตั้ง 2ก.พ. 57 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า เป็นโมฆะมาเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีก 4. ต้องอยู่บนพื้นฐานของการเสียสละจากของหลายฝ่าย และ 5. รัฐบาลและ กกต.ต้องให้ความมั่นใจว่า การเลือกตั้งบริสุทธิ์เที่ยงธรรม ไม่มีความรุนแรง โดยพื้นฐานเหล่านี้จะทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับแม้ว่า การหารือในวันที่ 22 เม.ย.นี้จะไม่ใช่บทสรุปแต่ถ้าเริ่มต้นได้ก็จะเป็นโอกาสดี แต่ถ้ายังคิดใช้การเลือกตั้งนำไปสู่การสร้างความชอบธรรมให้ตนเองการพูดคุยในวันดังกล่าวก็ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด

นายองอาจ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศตลอดว่าพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นการเลือกตั้งที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายและหาทางออกให้วิกฤตของประเทศได้เพราะคงไม่สามารถยอมรับการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพรรคจึงยืนยันว่าไม่ขัดขวางการเลือกตั้งไม่ว่าพรรคจะลงสมัครหรือไม่ก็ตามเมื่อถามว่า เหตุใดมองว่า การเลือกตั้งยังส่อเค้าลางว่า ไม่เรียบร้อยเกิดขึ้น นายองอาจ กล่าวว่า ขณะนี้ กปปส.ยังคงคัดค้านการเลือกตั้งโดยต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนดังนั้นข้อหารือจะต้องเป็นที่ยอมรับจากทุก ๆ ฝ่าย และกกต.จะต้องมีข้อมูลที่เพียงพอในการพิจารณาด้วยส่วนจะหารือกับกปปส.หรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่กกต.จะพิจารณา

 

ชี้ ‘เพื่อไทย’ ดิสเครดิตองค์กรอิสระ หวังซื้อเวลายื้ออำนาจ 

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเห็นของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการที่ออกมาสนับสนุนแถลงการณ์ ศอ.รส.และตอบโต้แถลงการณ์ชี้แจงของศาลรัฐธรรมนูญโดยกล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญสับสนบทบาทตัวเองว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้สับสนในบทบาทตัวเอง แต่พรรคเพื่อไทยพยายามทำให้สังคมสับสนด้วยการดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญแทนที่จะชี้แจงข้อกล่าวหา อีกทั้งยังไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญด้วยการพยายามซื้อเวลาออกไปให้นานที่สุดเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้

นายองอาจ กล่าวอีกว่า ส่วนที่โจมตีว่าไม่ดำเนินการกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา กปปส.ที่พูดเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ แต่กลับมีปฏิกิริยากับแถลงการณ์ของ ศอ.รส.ว่า สองกรณีนี้มีความแตกต่างกันไม่สามารถเปรียบเทียบได้ เพราะ กปปส.เป็นภาคประชาชนที่ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตัวเอง หากผิดกฎหมายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ศอ.รส.เป็นหน่วยงานรักษาความสงบที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น จึงไม่สมควรที่จะออกมาสร้างความไม่สงบในบ้านเมือง

 

เรียบเรียงจากเว็บพรรคประชาธิปัตย์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์