กลุ่มผู้บริโภคลุยฟ้องคดีเชฟโรเลตเรียกค่าเสียหาย 7 ล้าน

ลูกค้ารถยนต์ 7 รายฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากความชำรุดบกพร่องของรถยนต์เชฟโรเลต ระบุต้องการให้เป็นคดีตัวอย่างเรื่องการใช้สิทธิของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของการคุ้มครองผู้บริโภค และเสนอให้ปรับปรุงมาตรการเยียวยาจากการหักค่าเสื่อมราคากับ สคบ. ด้วย

22 เม.ย. 2557 - ตามที่คณะทำงานสืบค้นข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้สรุปผลการทดสอบรถยนต์รถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ ว่า พบปัญหาในรถยนต์ทั้ง 12 คัน แต่ปรากฏว่าข้อเสนอจากการไกล่เกลี่ยของ สคบ. จำนวน 3 รายที่ไปเจรจาเป็นกลุ่มแรกไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม จึงเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ได้รับความเสียหาย ไม่เจรจาและตัดสินใจขอยื่นฟ้องคดีกับบริษัท เชฟโรเลตฯ นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (22 เม.ย.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แจ้งว่า ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากความชำรุดบกพร่องของรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ ฟ้องบริษัท เชฟโรเลตฯ ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ทั้งหมด 7 ราย

โดยผู้เสียหายทั้ง 7 ราย ระบุสาเหตุที่ยื่นฟ้องว่าเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ซื้อรถจนถึงปัจจุบัน และมีการแก้ไขบ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เลขาธิการ สคบ. ก็ได้แถลงผลการทดสอบว่า พบปัญหาในรถทุกคันที่ทดสอบ โดยพบปัญหาเกี่ยวกับระบบส่งกำลัง ได้แก่ เกียร์เปลี่ยนขึ้น-ลงกระตุก เกียร์ไม่ Kick-down เกียร์เปลี่ยนขึ้น ๆ ลง ๆ เกียร์กระตุกในสภาวะรถติดเคลื่อนตัวช้า เป็นต้น โดยรถคันที่มีการรายงานอาการซ้ำๆ มากที่สุดคือ 38 ครั้ง  พร้อมยืนยันว่าผลการทดสอบของคณะทำงานสืบค้น ถือเป็นที่สุด และขอให้บริษัทฯ เยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม การเยียวยาความเสียหายตามหลักเกณฑ์ของ สคบ. กลับให้หักค่าเสื่อมราคารถยนต์สูงถึง 40% (20% ในปีที่หนึ่ง  12% ในปีที่สอง และ 8% ในปีที่สาม) ซึ่งไม่แตกต่างจากการขายรถมือสองที่เต๊นท์ เพราะการที่ตัดสินใจจ่ายเงินซื้อรถใหม่มาขับก็หวังจะได้รถยนต์ที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะและมีความปลอดภัย ใช้งานได้หลายๆ ปีตามอายุการใช้รถยนต์ทั่วไปโดยไม่มีปัญหา แต่กลับกลายเป็นว่าซื้อรถมาเพื่อซ่อม และต้องกังวลว่าจะเกิดอาการขัดข้องในระหว่างขับขี่จนอาจนำไปสู่อุบัติเหตุ ผู้ฟ้องคดีทั้ง 7 รายจึงตัดสินใจนำคดีสู่ศาลยุติธรรมเพื่อปกป้องสิทธิของตนและเชื่อมั่นว่าจะได้รับความยุติธรรมจากคดีดังกล่าว  โดยขอให้ศาลมีคำสั่งดังนี้

หนึ่ง ขอให้รับผิดชอบคืนเงินดาวน์และค่างวดเช่าซื้อที่ชำระไปแล้วทั้งหมด

สอง ขอให้บริษัทฯ รับผิดชอบค่าใช้สอยรถยนต์ต่อผู้ให้เช่าซื้อเต็มจำนวนแทนผู้บริโภค เนื่องจากสาเหตุที่ต้องบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและเรียกเงินคืนนั้นเพราะสินค้าชำรุดบกพร่องจากการผลิต ไม่ใช่จากการใช้งานปกติของผู้บริโภค

สาม ขอให้ศาลห้ามบริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์รุ่นพิพาท และให้เรียกเก็บสินค้าดังกล่าวจนกว่าจะได้เปลี่ยนแปลงให้มีความปลอดภัย แต่หากแก้ไขไม่ได้ ให้ห้ามผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่าย

สี่ ขอเรียกค่าเสียหายต่อจิตใจที่ต้องหวาดกลัว วิตกกังวล ตลอดเวลาในการใช้รถยนต์พิพาท

นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคต้องการให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างในเรื่องการใช้สิทธิของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยต่อไป จะมีการยื่นข้อเสนอในการปรับปรุงมาตรการเยียวยาจากความชำรุดบกพร่องในเรื่องการหักค่าเสื่อมราคา เพื่อการไกล่เกลี่ยที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ต่อคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน และคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคอีกอีกทางหนึ่ง

ผู้เสียหาย 7 รายนี้ เป็นกรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 25 ราย เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา กรณีซื้อรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ และรุ่นแคปติวา แล้วเดือดร้อนเสียหายจากความชำรุดบกพร่องของสินค้า ซึ่งบริษัทฯ เสนอขอแก้ไขปัญหาและเจรจากับผู้ร้อง แต่ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมด ยังผลไปสู่การทดสอบรถยนต์ที่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จ.เพชรบุรี ในเดือนตุลาคม 56 โดยคณะทำงานสืบค้นข้อเท็จจริงซึ่งแต่งตั้งโดยสคบ.  มีผู้เสียหายที่สมัครใจนำรถยนต์เข้าทดสอบในครั้งนั้นทั้งหมด 12 คันและทุกคันเป็นรถยนต์รุ่น เชฟโรเลต ครูซ  ที่ผลิตในปี 2011-2012 จนกระทั่งได้มีผลการทดสอบดังกล่าว

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น