พระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จแทนพระองค์ให้ทหาร-ตำรวจชั้นนายพลเฝ้าปฏิญาณตน

พระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จแทนพระองค์ให้นายทหาร-นายตำรวจชั้นนายพล 874 นายที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น-เฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยทรงให้นายทหารทบทวนพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่าทหารและตำรวจต้องภูมิใจในเกียรติและรักษาวินัย

ที่มาของภาพ: ข่าวในพระราชสำนัก/โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

11 พ.ค. 2557 - สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายงานข่าวในพระราชสำนักวันที่ 10 พ.ค. ว่าวันนี้ เวลา 15.44 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออกแทนพระองค์ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายทหารชั้นนายพลจำนวน 755 นาย และนายตำรวจชั้นนายพลจำนวน 119 นาย ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น ประจำปี 2556 เฝ้าทูลละอองพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระราโชวาท ความว่า ทหารและตำรวจนั้นมีหน้าที่สำคัญ คือการรักษาความมั่นคงของประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นภาระอันหนักและยากลำบาก ทุกคนจึงต้องมีหลักยึดเหนี่ยวสำหรับเป็นเครื่องรักษาตน และกำกับประคับประคองให้งานทุกอย่างดำเนินไปอย่างถูกต้องเที่ยงตรง สิ่งนั้นก็คือเกียรติและวินัย ในเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เคยพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ที่ประชุมนี้ครั้งหนึ่งนานมาแล้วว่าทหารและตำรวจย่อมต้องมีเกียรติและมีวินัย คือมีความภูมิใจในเกียรติของตนที่มีหน้าที่สำคัญ และรักษาวินัย เพราะว่าเป็นงานที่จะต้องใช้ความรู้ด้านหนึ่ง ใช้ความกล้าหาญด้านหนึ่ง ใช้ความซื่อสัตย์สุจริตด้านหนึ่ง เพื่อสามารถที่จะทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันจากภัยอันตรายทั้งหลายที่จะมาจากภายนอกประเทศ ภายในประเทศ ภายนอกตัวเอง และภายในตัวเอง จึงขอให้พิจารณาทบทวนพระบรมราโชวาทดังกล่าวให้ทราบโดยตระหนัก แล้วน้อมนำไปเป็นหลักในการประพฤติตนปฏิบัติงาน เพราะเกียรติและวินัยทั้งสองประการนี้ เป็นปัจจัยอย่างสำคัญที่จะคุ้มครองตนให้รอดพ้นจากความผิดพลาดและความเสื่อมเสียทั้งปวงได้ ทั้งจะเกื้อหนุนให้ประสบความสำเร็จ ได้รับความเชื่อถือยกย่องในเกียรติในศักดิ์ศรี และในความสามารถพร้อมทุกประการ