ข้อเสนอนายกรัฐมนตรี "คนกลาง" ที่ไม่ได้มาจาก ม.7

"สุริชัย หวันแก้ว - ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ - โคทม อารียา" และนักวิชาการสันติวิธีรวม 7 รายแถลงข้อเสนอ "รักษาการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลาง แต่ไม่ได้มาด้วย มาตรา 7" หวังลดเงื่อนไขความตึงเครียด เลี่ยงความรุนแรง และรัฐประหาร ระบุชัยชนะโดยเด็ดขาดของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยละเลยการเมืองที่คำนึงถึงจริยธรรมและการอยู่ร่วมกันนั้น จะไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

หมายเหตุ: เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะนักวิชาการ 7 ราย ประกอบด้วยสุริชัย หวันแก้ว, ฉันทนา บรรพศิริโชติ, ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ, สุกัญญา เอมอิ่มธรรม, เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช, โคทม อารียา ได้เผยแพร่ "ข้อเสนอเพื่อเปิดบทสนทนาเรื่อง รักษาการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลางแต่ไม่ได้มาด้วยมาตรา 7" มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

000

ข้อเสนอเพื่อเปิดบทสนทนาเรื่อง
รักษาการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลางแต่ไม่ได้มาด้วยมาตรา 7
ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

เมื่อมีความขัดแย้ง คนส่วนใหญ่จะ (1) ใช้วิธีหลีกเลี่ยง ไม่เผชิญหน้า หรือชะลอปัญหาไว้ก่อน หรือ (2) ใช้วิธีสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะ หรือ (3) ใช้วิธีที่คู่ขัดแย้งมาร่วมกันคิดหาทางแก้ไขปัญหา วิธีที่ (3) นี้ไม่มุ่งหวังชัยชนะโดยเด็ดขาดของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หากเป็นชัยชนะร่วมกันที่ทำให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ วิธีนี้แม้ยังใช้กันน้อยแต่มีโอกาสความยั่งยืนมากกว่า

ความขัดแย้งทางการเมืองรอบนี้ยืดเยื้อมากว่าหกเดือนแล้ว แม้ทุกฝ่ายต่างยืนยันในสันติวิธี แต่สังคมก็ประจักษ์แล้วว่า การประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินส่วนรวมได้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจำต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า มีประชาชนที่คิดเห็นแตกต่างกันจำนวนนับล้านคน ชัยชนะของฝ่ายหนึ่งโดยปฎิเสธการดำรงอยู่ของอีกฝ่ายหนึ่ง ย่อมไม่ใช่หนทางที่ช่วยให้ระบอบประชาธิปไตยยั่งยืนได้ การได้ชัยชนะจึงต้องหมายความว่า คนที่เห็นต่างยังอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ดังนั้น จึงอยากเสนอให้ทุกฝ่าย ซึ่งหมายรวมถึงประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่เลือกข้าง ได้ช่วยกันใช้จินตนาการสร้างสรรค์ในการหาทางออกด้วยการร่วมคิดร่วมตัดสินใจตามข้อ (3) ข้างต้น และพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยงจากการตัดสินใจร่วมกันนั้น

ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส. เสนอให้มีการใช้มาตรา 7 เพื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนกลาง แล้วเดินหน้าปฏิรูป หรือกำหนดที่มาและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปฏิรูปแล้วจึงเลือกตั้ง ส่วนฝ่ายพรรคเพื่อไทยและ นปช. เสนอให้คณะรัฐมนตรีปัจจุบันรักษาการตามมาตรา 181 ต่อไปจนกว่าจะเลือกตั้ง โดยไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 7 แต่ไม่ขัดข้องในเรื่องการปฏิรูป

หลักคิดที่อาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวพ้นความเห็นแย้งข้างต้น แล้วหันมาร่วมกันเปิดบทสนทนาและหาทางแก้ไขปัญหา คือ (1) การอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญโดยที่แต่ละฝ่ายยอมรับได้ว่าเป็นเช่นนั้น (2) การมีคนกลางในความหมายของผู้ไม่ฝักใฝ่ (non-partisan) มาทำหน้าที่เป็นหลักในบริหารราชการแผ่นดินในช่วงวิกฤต และ (3) การมีหลักประกันว่าทุกฝ่ายจะมาร่วมกันปฏิรูปการเมือง ถ้ารับข้อเสนอที่เป็นจุดเริ่มต้นนี้ได้ ก็อาจพิจารณาว่า (1) จะไม่ใช้มาตรา 7 ซึ่งมีข้อโต้แย้งกันมากในเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้มาซึ่งคนกลางดังกล่าว (2) การไม่ใช้มาตรา 7 อาจหมายถึง การที่คนกลางจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีเต็มขั้น แต่เป็นรองนายกรัฐมนตรีผู้รักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ (3) จะมีข้อเสนอที่ชัดเจนในเรื่ององค์กรปฏิรูปการเมืองที่มีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไป โดยเป็นข้อเสนอที่ได้มาก่อนการเลือกตั้ง

ข้อเสนอหนึ่งที่คู่ขัดแย้งควรมาร่วมกันพิจารณาคือ จะสรรหารองนายกรัฐมนตรีผู้รักษาการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลางอย่างไร จากนั้นจึงร่วมมือกันสรรหาบุคคลดังกล่าว เมื่อได้ชื่อที่เห็นพ้องกันแล้ว รักษาการนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ก็นำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี จากนั้นคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้รองนายกรัฐมนตรีคนกลางทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีแทนคนปัจจุบัน

วิธีหนึ่งในการสรรหารักษาการนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลาง คือให้คู่ขัดแย้งแต่ละฝ่าย (สองพรรคการเมือง และสองขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง) เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดมาจำนวนหนึ่ง เช่นฝ่ายละ 3 คน แล้วทุกฝ่ายมาประชุมพิจารณาสรรหาจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าว อาจได้แก่ (1) ไม่มีพฤติกรรมหรือการแสดงออกว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่เสมอ (2) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (3) มีความรู้ความสามารถในการบริหารราชการในยามวิกฤตโดยเป็นที่ยอมรับในแวดวงต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง อาทิ แวดวงข้าราชการ แวดวงธุรกิจ วงการต่างประเทศ และภาคประชาสังคม

เมื่อมีรองนายกรัฐมนตรีที่รักษาการนายกรัฐมนตรีและเป็นคนกลางแล้ว อาจมีการปรึกษาหารือกันเพื่อดำเนินการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนกลางคนหนึ่งมาทำหน้าที่ประสานงานการปฏิรูปการเมือง และอาจมีรัฐมนตรีคนอื่น ๆ อีก (โดยไม่เกินจำนวนรวม 35 คน) ซึ่งอาจดำเนินการแต่งตั้งจากคนกลางหรือจากฝ่ายค้านก็ได้ เพื่อมาทำหน้าที่ช่วยคลี่คลายวิกฤตการเมืองครั้งนี้ ทั้งนี้ ขอให้รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้จัดให้มีการปรึกษาหารือดังกล่าว

จากนั้นขอให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันคิดเรื่องกระบวนการปฏิรูป และร่วมกันจัดทำข้อเสนอที่ชัดเจนในเรื่องที่มาและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปฏิรูป แล้วนำข้อเสนอดังกล่าวไปลงประชามติ ซึ่ง กกต. เป็นผู้จัดอย่างไม่เป็นทางการ ในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง เพื่อประหยัดงบประมาณ ตลอดจนลดขั้นตอนและเวลา หากผู้ออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว ก็จะเป็นข้อผูกพันทางการเมืองต่อผู้มีอำนาจหน้าที่และรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งต่อไป

อนึ่ง ควรมีการปรึกษาหารือและตกลงร่วมกันก่อนการเลือกตั้ง ในเรื่องการแบ่งปันอำนาจบริหารและนิติบัญญัติหลังเลือกตั้ง และการดำรงตำแหน่งเฉพาะกาล เช่น 1 ปี ของรัฐบาลหลังเลือกตั้ง โดยให้มีการยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งเมื่อครบกำหนด 1 ปี

ข้อเสนอนี้จัดทำขึ้นโดยเชื่อว่า การปรับเปลี่ยนท่าทีและการเริ่มยอมรับความจำเป็นของการปรับเปลี่ยนการปฎิรูปการเมืองของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะสร้างความหวังแก่ประชาชนส่วนใหญ่ในชาติได้ ขณะเดียวกันจะเป็นการลดเงื่อนไขของสถานการณ์ที่ตึงเครียด และช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงรวมทั้งการรัฐประหารเข้าแก้ไขปัญหา หากว่าทุกฝ่ายจะช่วยกันคิดต่อจากข้อเสนอนี้ คือมาร่วมกันเปิดบทสนทนาและคิดหาทางแก้ไขปัญหาก็จะเป็นการยกระดับสำนึกว่า ชัยชนะโดยเด็ดขาดของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยละเลยการเมืองที่คำนึงถึงจริยธรรมและการอยู่ร่วมกันนั้น จะไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ในทางตรงกันข้ามหากเป็นชัยชนะร่วมกัน ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสการอยู่ร่วมกันด้วยดีในสังคมการเมืองไทยต่อไป

สุริชัย หวันแก้ว
ฉันทนา บรรพศิริโชติ
ชัยวัฒน์ สถาอานันท์
พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ
สุกัญญา เอมอิ่มธรรม
เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช
โคทม อารียา

13 พฤษภาคม 2557

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์