กานดา นาคน้อย: โปร่งใสไม่พอเพียง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ข้อหาคลาสสิคที่คณะรัฐประหารและผู้เพรียกหารัฐประหารใช้ล้มล้างการปกครองคือการทุจริตของรัฐบาล ข้อหานี้ฟังดูดีมีจริยธรรมทำให้เคลิ้ม แต่ถ้าัไม่มาพร้อมข้อเสนอเป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหาทุจริตก็เป็นเพียงข้ออ้างยึดอำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน การบิดเบือนรัฐธรรมนูญหรือฉีกรัฐธรรมนูญไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาทุจริต วิธีการแก้ปัญหาทุจริตที่นานาชาติใช้กันคือการยกระดับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในองค์กร

องค์กรที่ใช้งบประมาณภาษีเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและสรรค์สร้างความสุจริตควรเป็นผู้นำในการยกระดับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในองค์กร กล่าวคือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ศาลสถิตยุติธรรม และศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าแม้แต่องค์กรต่อต้านการทุจริตยังไม่โปร่งใสก็แก้ปัญหาการทุจริตกันไม่ได้

การทำบัญชีรายการทรัพย์สินของผู้บริหารองค์กรเป็นเพียงก้าวแรกของการยกระดับความโปร่งใส ก้าวต่อไปยกระดับได้ด้วยการเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนและสวัสดิการผู้บริหารองค์กรต่อผู้เสียภาษี อาทิ ผู้บริหารและพนักงานได้เงินเดือนและเบี้ยประชุมเท่าไร? ผู้บริหารและพนักงานเบิกงบเดินทางไปไหนเท่าไร? เพดานการเบิกค่าอาหารค่าโรงแรมวันละเท่าไร? ใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งหมดค่าน้ำมันเท่าไร? เงินบำเหน็จเท่าไร? ยังไม่ต้องว่ากันถึงความโปร่งใสด้านการจัดซื้อ ความโปร่งใสด้านผลตอบแทนและสวัสดิการเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า การเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนและสวัสดิการของผู้บริหารและพนักงานต่อผู้ตรวจบัญชีแค่นั้นไม่เพียงพอ ต้องเปิดเผยต่อผู้เสียภาษีด้วย ถ้าเรื่องแค่นี้ยังตอบผู้เสียภาษีไม่ได้ก็แสดงว่าไม่จริงใจในการแก้ปัญหาทุจริต

แม้ว่ารัฐบาลเป็นผู้กำหนดงบประมาณประจำปีข้าราชการและพนักงานองค์กรสาธารณะมีบทบาทในการกระจายทรัพยากรเทียบเท่ากับนักการเมือง การแก้ปัญหาทุจริตต้องอาศัยความโปร่งใสของหน่วยราชการและองค์กรสาธารณะอื่นๆที่ใช้ภาษีด้วย อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทีวีไทยพีบีเอส และมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

การเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนและสวัสดิการในองค์กรสาธารณะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในประเทศทุนนิยมสากลอย่างสหรัฐฯ ผู้เสียภาษีที่สหรัฐฯสามารถหาข้อมูลผลตอบแทนและสวัสดิการได้จากเว็บไซต์ขององค์กรสาธารณะหรือเวบไซต์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น การทำเว็บไซต์ฐานข้อมูลเพื่อเปิดเผยให้ผู้เสียภาษีตรวจสอบได้ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากมาย ทางเทคนิคก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเพราะองค์กรเหล่านี้มีบัญชีการใช้จ่าย ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ไม่จำเป็นต้องปกปิดเป็นความลับภายในองค์กร แม้แต่องค์กรสาธารณะที่ไม่ใช้ภาษีอย่างแบงค์ชาติสหรัฐฯ(และแบงค์ชาติยุโรป)ก็เปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนและสวัสดิการเช่นกัน ถ้าเปิดเผยกันไม่จุใจผู้เสียภาษีก็ยื่นคำร้องให้เปิดเผยเพิ่มได้ตราบใดที่เป็นข้อมูลของรายจ่ายที่มาจากงบประมาณรัฐ การเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนและสวัสดิการช่วยกดดันให้ผู้บริหารองค์กรสาธารณะลงจากตำแหน่งเมื่อผู้เสียภาษีพบว่าได้ผลตอบแทนและสวัสดิการมากเกินไป และช่วยกดดันให้ผู้บริหารองค์กรสาธารณะลดผลตอบแทนและสวัสดิการเมื่อรัฐบาลเก็บภาษีได้น้อย

ถึงเวลาแล้วที่นักต่อต้านการทุจริตในไทยต้องยกระดับความโปร่งใสของตนเอง !!! 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์