นิวัฒน์ธำรงยืนยันต่อวุฒิสภาว่าลาออกไม่ได้ต้องรักษาการจนมีรัฐบาลใหม่

ผลหารือวุฒิสภา - นิวัฒน์ธำรงยืนยันลาออกไม่ได้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แนะวุฒิสภาเจรจาคู่ขัดแย้งให้จัดเลือกตั้งเร็วที่สุด ขณะที่วุฒิสภาระบุยังมีแนวทางอื่นที่ถูกกฎหมาย และยืนยันจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ

นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี (ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์)

19 พ.ค. 2557 - กรณีที่นายพีระศักดิ์ พอจิตว่าที่รองประธานวุฒิสภา และนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา มาหารือกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรมเข้าร่วมด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์ประเทศนั้น ล่าสุด สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายนิวัฒน์ธำรง ที่ระบุว่า สถานะของคณะรัฐมนตรี และผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน เป็นคณะรัฐมนตรีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้อยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่ ซึ่ง นายนิวัฒน์ธำรง สามารถปฏิบัติหน้าที่ และมีอำนาจเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 10 และมาตรา 48 และคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งได้ เพราะจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ดังนั้น กรณีกลุ่มบุคคลต่างๆ ต้องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง และให้มีอำนาจในการบริหารราชการได้เต็มที่นั้น เห็นว่าไม่สามารถที่จะแต่งตั้งซ้อนได้เช่นกัน อีกทั้ง การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มนั้น ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 และมาตรา 172 ประกอบกับอยู่ในระหว่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา ยังคงบังคับใช้อยู่

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า ทุกฝ่ายควรหาทางแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประเทศชาติ และประชาชนมากกว่านี้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และอื่น ๆ ทางรัฐบาลยินดีปรึกษาหารือกับวุฒิสภาและฝ่ายต่างๆ ตลอดเวลา เพื่อหาทางออกที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย โดยเร็วที่สุดต่อไป

ทั้งนี้ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ รายงานด้วยว่า นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ และว่าที่รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 แถลงผลการหารือของวุฒิสภา ร่วมกับนายนิวัฒน์ธำรงด้วยว่าทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่ปกติ จำเป็นต้องมีรัฐบาลอำนาจเต็มมาบริหารประเทศ แต่ยังเห็นต่างเรื่องข้อกฏหมาย เนื่องจากรัฐบาลยืนยันว่าไม่สามารถลาออกจากรักษาการได้ โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ และไม่สามารถมีรัฐบาลซ้อนได้ อีกทั้งหากลาออกจากตำแหน่ง อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ดังนั้นวุฒิสภาควรเจรจากับคู่ขัดแย้งเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ขณะที่วุฒิสภามองว่าการลาออกเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่สามารถกระทำได้ไม่ผิดกฏหมาย หากรัฐบาลไม่ยอมลาออกวุฒิสภายังมีแนวทางอื่นที่ถูกต้องตามกฏหมายและระบอบประชาธิปไตย ซึ่งยืนยันแนวทางทั้งหมดดำเนินการตามหลักรัฐธรรมนูญ

ส่วนเรื่องอำนาจในการทูลเกล้าฯ เพื่อขอเปิดประชุมวุฒิสภานั้น วุฒิสภายังคงยืนยันว่ารัฐบาลมีอำนาจดำเนินการเรื่องนี้ พร้อมปฏิเสธไม่ได้หารือกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เรื่องผู้รับสนองพระบรมราชโองการเปิดประชุมวุฒิสภา โดยที่วุฒิสภายังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาการทำงาน เนื่องจากมองว่าการกำหนดกรอบเวลาจะยิ่งทำให้สถานการณ์เดินหน้าไปสู่ความขัดแย้ง แต่ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ วุฒิสภาเรียกร้องให้รัฐบาลกำกับดูแลการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังมีหมายเรียกให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานคดีกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ฐานเป็นกบฏ เนื่องจากออกข่าวว่ามีหมายจับ อาจเข้าข่ายเป็นการข่มขู่

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์