'อย่าลืมฉัน' กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดร่อน จม.ถึง 'ผู้มีอำนาจ' เร่งช่วยเหลือคนในพื้นที่

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ DSI อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ผู้กำกับฯ วังสะพุง นายกอบต.เขาหลวง และคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ทวงถามการดำเนินการ หลังถูกกองกำลังเถื่อนเข้ามาปิดล้อมหมู่บ้าน 


เช้านี้ 22 พฤษภาคม 2557 ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านยังรวมกลุ่มกันเฝ้าระวัง และตรวจตรารถที่ผ่านไปมาบริเวณทางเข้าออกหมู่บ้านอย่างเข้มข้น ระบุไม่ได้ปิดถนน ชี้เป็นภารกิจที่ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการขู่วางระเบิดในหมู่บ้าน แต่ตั้งแต่เช้าวันที่ 16 เป็นต้นมาคนงานเหมืองไม่ได้มาผ่านทางโดยใช้ถนนเส้นนี้ขึ้นไปยังเหมืองแต่อย่างใด

 

22 พ.ค.2557 ประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง และคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อร้องเรียน ทวงถามคำตอบ และการดำเนินการ จากหน่วยงานต่างๆ ข้างต้น โดยระบุว่า ที่ผ่านมา เกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่หลายครั้ง แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือ

00000

รายละเอียดมีดังนี้

จดหมายเปิดผนึก
วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

เรื่อง        ขอร้องเรียน ทวงถามคำตอบ และการดำเนินการ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามจดหมายและข้อเรียกร้องที่ผ่านมาของ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด

เรียน       ผู้บัญชาการทหารบก
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ
อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
อุตสาหกรรมจังหวัดเลย
ผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
              
จากเหตุการณ์เลวร้ายในคืนวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง เช้าวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านได้ถูกกองกำลังเถื่อนติดอาวุธ ประมาณ 300 คน เข้ามาปิดล้อมหมู่บ้าน ทำลายกำแพงชุมชนของหมู่บ้าน และได้ขู่ฆ่า กักขัง โดยมัดมือไขว้หลังให้คว่ำหน้ากับพื้น และรุมซ้อมทรมานทำร้ายร่างกายไม่เว้นผู้หญิงและคนชรา จำนวน 40 คน รวม 7 ชั่วโมง โดยมีแผนการ คนสั่งการ และลักษณะของการปฏิบัติการคล้ายการจู่โจมของทหาร เพื่อเปิดทางในการขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เป็นเหตุให้ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด บาดเจ็บหลายสิบราย ถูกขโมยและทรัพย์สินถูกทำลาย โดยไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือในขณะเกิดเหตุ

และเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 – 22 เมษายน 2557 ที่ พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค และผู้ติดตามอีก 16 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นทหาร ได้เดินทางเข้ามาที่หมู่บ้านนาหนองบง “คุ้มใหญ่” โดยขบวนรถที่ใช้มีรถตู้คันหนึ่ง หมายเลขทะเบียน ฮก 4700 กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนในชื่อ ปรมินทร์ ป้อมนาค เมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านของ นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ ก็ได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านและแสดงพฤติกรรมข่มขู่คุกคามคนในบ้าน และประชาชน กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ที่มาเฝ้าดูเหตุการณ์ หลังจากนั้นได้เปิดเผยความต้องการที่จะขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ผ่านถนนสาธารณะของชุมชน

และกรณีการทำลายกำแพงใจครั้งที่ 1 ที่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อปกป้องชุมชนโดยกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธในยามวิกาล และการขู่วางระเบิด 2 จุดในหมู่บ้าน บริเวณหน้าบ้านนายสรุพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ และบนกำแพงใจ

ต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเหล่านี้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ดำเนินการแจ้งความ และส่งจดหมายร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

19 กันยายน 2556 ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้แจ้งความกรณีชายชุดดำติดอาวุธเข้ามาทำลายกำแพงใจในยามวิกาล ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง

คดียังไม่มีความคืบหน้า

13 ตุลาคม 2556 ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้แจ้งความกรณีถูกขู่วางระเบิด 2 จุด ในหมู่บ้าน ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง

คดียังไม่มีความคืบหน้า

24 เมษายน 2557 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ยื่นจดหมายเปิดผนึก ร้องเรียนการละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนและกรณีปัญหาการข่มขู่คุกคามในหมู่บ้าน

1. ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำเนินการสอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนต่อกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน 

การตอบรับ ไม่มีหนังสือตอบ แต่ได้รับการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ในช่วงอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม แจ้ง กรรมการสิทธิจะลงพื้นที่ในวันที่ 3 มิถุนายน 2557

2.ขอให้ผู้บัญชาการทหารบกดำเนินการสอบสวนวินัยกลุ่มนายทหารดังกล่าวในข้อความข้างต้น

การตอบรับ หนังสือจาก สำนักงานเลขานุการกองทัพบก ที่ กห 0400/2263 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 (ได้รับเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557) เนื้อความว่า การพิจารณาเรื่องร้องเรียนนั้นจะต้องมีข้อมูลและรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับ ชื่อ บุคคล และวันเวลาสถานที่เกิดเหตุการณ์ ซึ่งท่านแจ้งว่าขบวนรถตู้ของกลุ่มนายทหารเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น หากท่านมียังมีความประสงค์จะร้องทุกข์เรื่องดังกล่าว ขอให้ท่านได้ทำหนังสือร้องทุกข์อีกครั้ง โดยระบุข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อที่จะสามารถทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

3. ขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดำเนินการสอบสวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จากคดีวางระเบิด 2 จุดในหมู่บ้านที่ไม่มีความคืบหน้า

การตอบรับ ไม่มีหนังสือตอบและความคืบหน้าในการดำเนินการ

4. ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนการซื้อ-ขาย-ขนแร่ และดำเนินการด้านความปลอดภัยของแกนนำและชาวบ้านเป็นคดีพิเศษ

การตอบรับ ไม่มีหนังสือตอบและความคืบหน้าในการดำเนินการ

5. ขอให้อุตสาหกรรมจังหวัดเลยดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด

การตอบรับ หนังสือจาก อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ที่ ลย. 0033(2)/0852 ลงวันที่ 28 เมษายน 2557 (ได้รับเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557)  จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดเลย เนื้อความว่า บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ขออนุญาตขนแร่ทองแดง มีทองคำและเงินเจือปน จำวน 476 เมตริกตัน โดยใช้รถบรรทุก 15 คัน ไปยังสถานที่เก็บแร่ที่ 2/2557 ของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 294/3 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ได้ออกใบอนุญาตขนแร่เลขที่ 01930 – 01944 โดยมีอายุวันที่ 22 – 23 เมษายน 2557

หมายเหตุ หนังสือตอบไม่ตรงประเด็นที่ถาม ไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเรื่องใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่

6. ขอให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดในการใช้รถบรรทุกขนย้ายแร่ที่มีน้ำหนักเกินกฎหมายกำหนด 

การตอบรับ ไม่มีหนังสือตอบและความคืบหน้าในการดำเนินการ

15 พฤษภาคม 2556 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ยื่นจดหมายขอให้ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด

เนื้อความว่า จดหมายชี้แจงจากการตรวจสอบของท่าน มิได้แจงรายละเอียดเรื่องใบอนุญาตการซื้อ – ขายแร่ ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด กับบริษัท ผู้ซื้อแร่ให้ทางกลุ่มฯ ดังนั้นกลุ่มฯ จึงใคร่ขอให้ท่านดำเนินการตรวจสอบและแจ้งเรื่องมายังกลุ่มฯ อีกครั้ง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

- ใบอนุญาต ที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ซื้อแร่ มีสิทธิ หรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อ–ขายแร่
- ใบอนุญาตผู้ขายแร่ ที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ขายแร่ มีสิทธิหรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อ–ขายแร่
- ใบอนุญาตให้ทำการซื้อ–ขายแร่ จำนวน 476 เมตริกตัน
- หนังสือ สัญญาการซื้อ–ขายแร่ จำนวน 476 เมตริกตัน ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายแร่
- ใบอนุญาต ที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ขนแร่มีสิทธิในการขนย้ายแร่
- ใบอนุญาตในการขนแร่ จำนวน 476 เมตริกตัน     

หมายเหตุ 15 พฤษภาคม 2557 เป็นวันเกิดเหตุรุนแรง

17 พฤษภาคม 2556 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ยื่นจดหมายถึง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ขอให้ระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน และขอตรวจสอบและขอสำเนาใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นมา

ได้แก่

- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ซื้อแร่ มีสิทธิ หรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตผู้ขายแร่ ที่แสดงให้เห็นได้ว่า ผู้ขายแร่ มีสิทธิหรือมีใบอนุญาตให้เป็นผู้มีสิทธิในการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตให้ทำการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และหนังสือสัญญาการซื้อ–ขายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ขนแร่มีสิทธิในการขนย้ายแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตในการขนแร่
- หนังสือ และเอกสารขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง และใบอนุญาตรับช่วงการขนแร่

หมายเหตุ ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง และขอดูเอกสารใบอนุญาตในการขนแร่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในคืนวันที่ 15 รักษาการแทนอุตสาหกรรมจังหวัดเลย กล่าวกับตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดว่า “ทุ่งคำได้ใบอนุญาตขนแร่วันที่ 16 ถึง 17 พฤษภาคมแล้ว ส่วนเอกสารอื่นๆ ขอประชุมก่อน เอกสารไหนให้ได้จะให้ เอกสารไหนให้ไม่ได้ก็ไม่ได้ (21 พฤษภาคม 2557)”

21 พฤษภาคม 2557 ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดไปขอเอกสารที่อุตสาหกรรมจังหวัดเลยอีกครั้ง ได้รับคำตอบจาก นายกำพล วงศ์ธนสมบัติ หัวหน้าฝ่ายงานอุตสาหกรรมฯ ว่า “ไม่สามารถให้ได้เพราะนายไม่อยู่ ต้องรอนายมา ไม่มีเอกสารอยู่ที่จังหวัดเลย”

ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ถามว่า จะระงับใบอนุญาตใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากมาตรา 103 ในกฎหมายแร่ บัญญัติว่า อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหากมีเหตุอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชน และการขนแร่ที่ใช้กองกำลังติดอาวุธ 300 คนมาทำร้ายชาวบ้าน เป็นการขนแร่เถื่อนใช่หรือไม่ นายกำพล ตอบว่า ระงับใบอนุญาตที่ผู้ประกอบการจะขอไม่ได้ มาตรา 103 จะทำได้ก็ต่อเมื่อการทำเหมืองหรือโรงงานส่งผลกระทบต่อชุมชนเท่านั้น” และบ่ายเบี่ยงไม่ตอบเรื่องการใช้กองกำลังขนแร่
              
ด้วยความล่าช้า ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ และไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่ตกอยู่ในอันตราย สถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมานี้ ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จึงยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคุกคามและทำร้ายจากกลุ่มอิทธิพลมืดที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จากการขนแร่และการขายแร่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เนื่องจากข้อมูลจากสื่อมวลชนระบุว่า ยังมีแร่ทองแดงที่ค้างอยู่ในเหมืองทองคำแห่งนี้อีก 1,900 ตัน และแร่ที่ยังไม่ได้แต่งแร่อีก 20,000 ตัน

ยิ่งเมื่อกองทัพบกได้ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ในขณะที่ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านได้รวมกลุ่มกันจัดเวรยามเพื่อตรวจสอบดูแลความปลอดภัยของประชาชนในหมู่บ้านด้วยตนเองอย่างเข้มงวด สถานการณ์ดังนี้ได้สร้างความหวั่นวิตกต่อประชาชนในหมู่บ้าน  เนื่องจากความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกคุกคามทำร้ายมีมากยิ่งขึ้น เพราะการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด มีความเกี่ยวข้องชัดเจนกับนายทหาร โดยที่ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีการขนแร่โดยใช้กองกำลังเถื่อนติดอาวุธเข้ามาทำร้ายประชาชนในหมู่บ้านอีกหรือไม่ หรือในเวลาใด

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จึงเรียนย้ำมา เพื่อขอให้หน่วยงานที่ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มฯ มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน

1.       ขอให้ผู้บัญชาการทหารบกเร่งดำเนินการตรวจสอบนายทหารนอกรีต ทั้งที่ปลดประจำการแล้ว และอยู่ระหว่างรับราชการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจหรือข้ออ้างภายใต้สถานการณ์การประกาศกฎอัยการศึกในการขนแร่ และปราบปรามประชาชนที่ปกป้องสิทธิชุมชนในการคัดค้านเหมืองแร่ทองคำ และให้มีการลงโทษทางวินัยและกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด

2.     ขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการสอบสวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ ให้อายัดแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ถูกขนออกไปโดยกองกำลังเถื่อนติดอาวุธทำร้ายประชาชน และให้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อกรณีดังกล่าวในข้างต้นให้ถึงที่สุดอย่างเร่งด่วน

3.      ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งดำเนินการสอบสวนการซื้อ-ขาย-ขนแร่ ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ให้อายัดแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ถูกขนออกไปโดยกองกำลังเถื่อนติดอาวุธทำร้ายประชาชน ให้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อกรณีดังกล่าวในข้างต้นอย่างเร่งด่วน และดำเนินการด้านความปลอดภัยของแกนนำและชาวบ้านเป็นคดีพิเศษ

4.      อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ต้องระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ ใบอนุญาตขนแร่ และระงับการออกใบอนุญาตขนแร่ให้แก่ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดเอาไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน และให้สำเนาใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน แก่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด

5.      ขอให้ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง อายัดแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ถูกขนออกไปโดยกองกำลังเถื่อนติดอาวุธทำร้ายประชาชน และเร่งดำเนินการสอบสวนสืบสวนคดีของผู้ถูกทำร้ายร่างกายและผู้เสียหายจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ต่อทุกกรณีที่ผ่านมา โดยจับกุมและดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุดอย่างเร่งด่วน

6.       ขอให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เร่งดำเนินการตามกฎหมาย บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาตขนแร่โดยการขนแร่ได้ใช้รถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากำหนดในกฎหมายวิ่งบนทางหลวงท้องถิ่น และให้หามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดจากการขนแร่ที่เหลืออยู่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยเคร่งครัด

7.      ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร มีคำสั่งด่วนที่สุดให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่และอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ให้สำเนาเอกสารดังกล่าวในข้างต้นที่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ร้องขอ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดอย่างสูงสุด

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด
86 หมู่ 3 บ้านนาหนองบง
ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย 42130

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์