เชียงใหม่รวมตัวเป็นวันที่ 3 ชูป้าย-จุดเทียนค้านรัฐประหาร

ประชาชนในเชียงใหม่ราว 50 คน รวมตัวกันชูป้ายและจุดเทียนคัดค้านการทำรัฐประหารที่ประตูช้างเผือก ส่วนทหารเข้าคุมพื้นที่และขอให้สลายตัว - ด้านนิติ มช. เสวนาเรื่องกฎอัยการศีก-แม้เจอ ผู้บริหาร มช. ขวางใช้สถานที่ - ผู้ร่วมเสวนาชูป้ายค้านรัฐประหาร - ด้านนักศึกษามหาวิทยาลัยพะเยาแต่งดำจุดเทียนไว้อาลัยประชาธิปไตยไทย

เชียงใหม่นัดต่อต้านรัฐประหารที่ประตูช้างเผือก - ทหาร ป.พัน 7 ขอให้แยกย้ายกลับบ้าน

22 พ.ค.2557 เวลา 19.00 น. บริเวณประตูช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มประชาชนจำนวนราว 50 คนได้ รวมตัวกันชูป้ายและจุดเทียน เพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านการรัฐประหารของกองทัพ โดยระหว่างการรวมตัวได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาพูดคุยขอให้กลับบ้าน และสังเกตการณ์กิจกรรมด้วย

ประชาชนบางส่วนที่ออกมารวมตัวกันได้มีการชูป้ายข้อความต่อต้านการรัฐประหาร หลายคนได้ตะโกนแสดงออกถึงความไม่พอใจการยึดอำนาจของกองทัพในครั้งนี้ รวมทั้งบางส่วนมีการนำอาหารมารับประทานร่วมกันด้วย

จากนั้นเวลาราว 19.30 น.ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมรถฮัมวี่และรถจีเอ็มซี จากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 (ป.พัน 7) ค่ายพระปิ่นเกล้า เดินทางเข้ามายังพื้นที่ มีตัวแทนทหารเข้ามาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุม ร้องขอให้เดินทางกลับบ้าน ประชาชนบางส่วนได้พูดแสดงความไม่พอใจการรัฐประหารในครั้งนี้ โดยมีผู้ชุมนุมบางคนท้าทายให้ใช้อาวุธที่นำมายิงใส่ประชาชนเลย รวมทั้งบางคนได้ชูป้ายไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารต่อหน้าทหารด้วย

ประชาชนคนหนึ่งชูป้าย “เราไม่เอารัฐประหาร” ต่อหน้าทหารที่มาสังเกตการณ์อยู่อีกฝั่งถนนหนึ่ง

จากนั้นเวลาราว 20.00 น. จึงได้มีผู้นำเทียนมาจุดเพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการยึดอำนาจในครั้งนี้ และเรียกร้องการใช้แนวทางประชาธิปไตยในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ก่อนที่กลุ่มคนเหล่านี้จะค่อยๆ แยกย้ายสลายตัวไป

"คุณบี" (ขอสงวนนาม) หนึ่งผู้ร่วมกิจกรรม กล่าวว่าได้ขับรถผ่านมาและได้ทราบข่าวการรัฐประหาร จึงเข้ามาร่วมแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และคิดว่าการยึดอำนาจนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ระยะยาวบ้านเมืองจะมีปัญหาต่อไป โดยการแสดงออกต่อต้านรัฐประหารนี้เป็นไปอย่างสงบและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ตนจึงไม่กลัว และอยากให้ประชาชนออกมายืนยันถึงสิทธิเสียงของตนเอง และอยากให้บอกต่อๆ กันให้รวมพลังแสดงออก

 
 
 

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไปได้รวมตัวทุกๆ เย็นที่ประตูช้างเผือกเพื่อคัดค้านการประกาศใช้กฎอัยการศึก (ดูข่าวก่อนหน้านี้) ก่อนที่จะมีการทำรัฐประหารเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยการรวมตัวต่อต้านรัฐประหารในครั้งนี้ไม่ได้มีการนัดหมายชัดเจนล่วงหน้ามาก่อน

 

นิติศาสตร์ มช.เสวนาเรื่องกฎอัยการศีก-แม้เจอ ผู้บริหาร มช. ขวางใช้สถานที่ - ผู้ร่วมเสวนาชูป้ายค้านรัฐประหาร

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา เวลา 16.00 น. บริเวณสนามข้างสำนักงานคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดเสวนาวิชาการเรื่อง "อนาคต? สังคมไทยภายใต้กฎอัยการศึก" โดยมีวิทยากร ได้แก่ ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี, เก่งกิจ กิติเรียงลาภ, ชำนาญ จันทร์เรือง, พิภพ อุดมอิทธิพงศ์, ภัควดี วีระภาสพงษ์ ดำเนินรายการโดย สมชาย ปรีชาศิลปกุล

โดยก่อนหน้านี้ทางผู้จัดงานได้ขอใช้ห้องประชุมชั้น 4 อาคารปฏิบัติการ คณะสังคมศาสตร์ เป็นสถานที่ในการจัดเสวนาในครั้งนี้ แต่ได้ถูกทางมหาวิทยาลัยปฏิเสธไม่ให้ใช้สถานที่ ทำให้ต้องเปลี่ยนมาใช้บริเวณสนามหญ้าใต้อาคารแทน และยังมีการแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยว่าขอให้งดการจัดเสวนาด้วย แต่สมชาย ได้กล่าวก่อนเริ่มงานว่าการจัดงานนี้ มีขึ้นเพื่อยืนยันถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของคนในสังคม ไม่ใช่เฉพาะของนักวิชาการ แต่เป็นเรื่องเสรีภาพที่จะพูดเรื่องบ้านเมืองของคนทุกคนในสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสวนามีคนให้ความสนใจค่อนข้างมาก ราว 100 คน และระหว่างการเสวนาเริ่มไปได้ราว 15 นาที รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล ได้แจ้งกับผู้ฟังว่าได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐขอให้ยุติการจัดเสวนา โดยหากไม่ยุติจะไม่รับรองว่าจะมีการส่งกำลังเข้ามาตามกฎอัยการศึกหรือไม่ แต่ผู้จัดงานได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการเสวนาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสวนาดำเนินไปโดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง โดยไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเข้ามาควบคุมการเสวนาแต่อย่างใด วิทยากรแต่ละท่านใช้เวลาพูดเพียงสั้นๆ และมีการแสดงออกทางสัญลักษณ์ในระหว่างการเสวนาด้วย เช่น การใช้สก๊อตเทปปิดปาก การชูป้ายข้อความ “เหตุใดจึงไม่ให้พูด” และ “สนับสนุนการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปกองทัพไทย” รวมทั้งยังมีกลุ่มนักศึกษาใช้เทปดำปิดปาก และชูป้ายคัดค้านการใช้กฎอัยการศึกในระหว่างการเสวนาอีกด้วย

จนเมื่อการเสวนาสิ้นสุดลง จึงได้เริ่มมีการแจ้งข่าวการรัฐประหาร ทำให้มีกลุ่มผู้ร่วมเสวนาบางส่วนได้ร่วมกันเขียน แล้วชูป้ายคัดค้านการรัฐประหารยึดอำนาจโดยกองทัพในครั้งนี้ด้วย

 

กองทัพเรียกแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่ไปรายงานตัว - นิสิตพะเยาแต่งดำไว้อาลัยประชาธิปไตย

นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการรัฐประหาร ทางกองทัพได้เรียกตัวแกนนำเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่รวม 7 คน ไปรายงานตัว และควบคุมตัวไว้ยังมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเวลา 19.00 น. รวมทั้งได้มีเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธราว 10 นาย บุกเข้าตรวจค้นบ้าน ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการรัฐศาสตร์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่ ศ.ดร.ธเนศวร์ไม่ได้อยู่ในบ้านแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 20.30 น. ที่บริเวณป้ายหน้ามหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา นิสิตบางส่วนของสาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชาพัฒนาสังคมและสาขาวิชาการศึกษา ราว 20 คน ได้รวมตัวกันใส่ชุดสีดำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตยไทย ก่อนร่วมกันจุดเทียนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงการยืนยันการใช้แนวทางประชาธิปไตยในการแก้ปัญหาบ้านเมือง และเรียกร้องไม่ให้มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหนสีใด

นักศึกษาที่ จ.พะเยา รวมตัวกันใส่ชุดดำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตยไทย และยืนยันการใช้แนวทางประชาธิปไตยในการแก้ปัญหาบ้านเมือง และเรียกร้องไม่ให้มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหนสีใด