บรรยากาศและเศษซากที่ถนนอักษะในวันรุ่งขึ้น

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

วันที่ 23 พ.ค. 57

 

ทางเข้าถนนอักษะ ฝั่งถนนพุทธมณฑลสาย 3 (ด้านหลังของเวที) เวลาประมาณ 12.30 น. มีซุ้มทหาร และด่านทหารตั้งอยู่มีทหารประมาณ 20 นาย คนที่รอเข้าไปเก็บเครื่องเสียง ประมาณ 10-15 คน และคนที่มาให้กำลังใจทหาร นำอาหาร น้ำดื่มมาให้ทหาร อีก 2-3 คน  

คนที่รอเก็บเครื่องเสียงเล่าให้ฟังว่า มารอตั้งแต่เช้าประมาณ 8.00 น. แต่เจ้าหน้าที่ทหารยังไม่อนุญาตให้เข้าไปเนื่องจากต้องทำการตรวจพื้นที่ก่อน จนเวลาประมาณ 13.00 น. ทหารจึงเปิดให้ลงทะเบียนรายชื่อพร้อมแลกบัตรประชาชน เพื่อเข้าไปเก็บเครื่องเสียงในพื้นที่   

ชายผู้สังการณ์คนหนึ่งซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์เมื่อวานว่า ทันทีที่รู้ข่าวทหารทำรัฐประหาร ก็รีบเข้ามาในพื้นที่ พร้อมรถแท็กซี่ และรถฟอร์จูนเนอร์ เพื่อช่วยเหลือคนที่หนีแตกกระเจิงออกมา

“ผมช่วยพวกเค้าทั้งคืน นำไปส่งขึ้นรถที่หมอชิต หัวลำโพง และที่วัดศาลาแดงบ้าง”

ด้านฝั่งพุทธมณฑลสาย 4  เวลาประมาณ 14.30 น. พ่อค้าแม่ค้าและผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้ามาเก็บของและสำรวจความเสียหาย  โดยพ่อค้าเจ้าของถังน้ำแข็งที่กำลังทยอยขนของขึ้นรถได้เล่าเหตุการณ์เมื่อวานว่า ได้ยินเสียงคล้ายประทัดและเสียงปืนจากบริเวณเวที (สะพานถนนอักษะ) ทหารเข้ากุมแกนนำและทยอยนำชาวบ้านออก

เจ้าของร้านค้าเล่าให้ฟังว่า เมื่อเย็นได้ยินเสียงคล้ายประทัด และรู้ข่าวว่ามียึดอำนาจ จับแกนนำ ทหารให้ออกจากพื้นที่จึงรีบออกจากพื้นที่  และมารอเก็บของในตอนเช้าของวันที่ 23 พ.ค. ในตอนเช้าพ่อค้าแม่ค้าจำนวนกว่า 100 คน ยืนรวมตัวกันเพื่อขอเข้ามาเก็บของ จนช่วงเที่ยงบ่ายๆ จึงได้มาเก็บ ข้าวของหายไปบ้าง เช่น หัวแก๊ส พัดลม อุปกรณ์ทำครัวต่างๆ บางคนที่มีโน้ตบุ๊ค จอฉายก็หายไป

แม่ค้าขายของที่มาจากจังหวัดนนทบุรีเล่าให้ฟังด้วยความรู้สึกเหนื่อย ว่าของที่หายไปก็ต้องปล่อยมันไป หากให้ประเมินความเสียหายคงประมาณ 10 ,000 บาท ในขณะที่ยังมีของสดอยู่ในเต้นท์จำนวนมาก เช่น มะละกอกองขนาดใหญ่ ปลาหมึกจำนวน 2 ลังโฟม ของสดที่เหลือปลาหมึกเราก็แบ่งกันไป

 “แบ่งให้ทหารบ้างเอาไปทำกิน เพราะทหารก็คุยกันได้ คนอีสานเหมือนกัน เราซะอีกที่เราเหนื่อยโมโหแล้วไปต่อว่าเค้า  ..” แม่ค้าจังหวัดนนฯ กล่าว

เจ้าขอร้านค้ารายเล็กอีกรายที่กำลังเก็บของใกล้เสร็จบ่นถึงของที่หายไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ในการทำมาหากิน ขายอาหาร สิ่งที่หายรวมราคาได้ 4,000-5,000 บาท

 “เราจะทำยังไงได้ ก็อาศัยนำของที่พอเก็บได้ไปขาย เมื้อกี้ก็ขนน้ำเปล่าไปขายหนึ่งคันรถ อยากได้อะไรก็เก็บไปขายแล้วกัน”

แม่ค้าบางคนเล่าว่า บางคนก็สวมรอยมาเก็บข้าวของ เป็นต้น

พ่อค้าแม่ค้าและผู้คนที่ไปดูพื้นที่หลายคนสะท้อนความรู้สึกถึงความลำเอียงระหว่างม็อบสองม็อบ

“ม็อบนู้นเค้ามีรถทหารรับส่ง แต่ที่นี่ไม่มีหรอก แตกกระเจิง ตัวใครตัวมัน” แม่ค้าคนหนึ่งกล่าว

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์