องค์กรสิทธิฯ แนะ คสช.สั่งควบคุมตัวภายใต้หลักกติกาสิทธิพลเมือง

24 พ.ค.2557 องค์กรสิทธิมนุษยชน 4 องค์กร ได้แก่ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.), สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.), มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ออกจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ คสช.เคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและนิติธรรม ที่กำหนดในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม โดยระบุว่าผู้ถูกควบคุมตัวมีสิทธิทราบสถานที่กักตัวและสามารถสื่อสารกับญาติ, มีสิทธิพบนักกฎหมายและพบแพทย์เมื่อเจ็บป่วย ให้ คสช.ประกาศสถานที่กักตัวให้สาธารณชนทราบ และการควบคุมตัวให้เร่งสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัดและโดยเร็ว และให้ปล่อยตัวทันทีหากไม่มีเหตุในการควบคุมตัว

...........................

จดหมายเปิดผนึก

วันที่ 24 พฤษภาคม 2557

เรื่อง คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการให้บุคคลมารายงานตัวและควบคุมตัวบุคคล

 

เรียน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ตามที่ได้มีประกาศให้บุคคลไปรายงานตัวตามอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการประกาศควบคุมอำนาจการปกครองประเทศตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และมีการควบคุมตัวบุคคลตามอำนาจพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 นั้น

การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกต้องเคารพและปฏิบัติอยู่ภายใต้หลักการด้านสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม โดยได้มีการกำหนดไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามที่ระบุว่ามีมาตรการการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานโดยห้ามมิให้ควบคุมตัวบุคคลตามอำเภอใจ แม้ว่าจะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย จึงมีข้อเสนอแนะต่อการปฏิบัติภายใต้กฎอัยการศึกดังนี้

1. ผู้ถูกเรียกให้รายงานตัว และ/หรือผู้ถูกควบคุมตัว ผู้ถูกกักตัว ต้องมีสิทธิที่จะได้รับแจ้งสถานที่กักตัว สิทธิที่จะได้พบญาติหรือสามารถติดต่อสื่อสารกับญาติหรือบุคคลอื่นให้ทราบว่าถูกควบคุมอยู่ที่ใด และเมื่อหมดความจำเป็นในการกักตัวบุคคล ต้องมีการปล่อยตัวบุคคลโดยมีญาติรับทราบ ทำบันทึก ทั้งนี้ต้องมีการทำรายงานการควบคุมตัวและการปล่อยตัวต่อ คสช. อย่างเคร่งครัด

2. ให้ผู้ถูกเรียกให้รายงานตัว และ/หรือผู้ถูกควบคุมตัว ผู้ถูกกักตัว สามารถมีสิทธิในการพบและปรึกษานักกฎหมาย พบแพทย์ และได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย

3. ให้มีการกำหนดสถานที่ควบคุมหรือกักตัวตามกฎอัยการศึกอย่างเป็นทางการและประกาศผ่านสื่อมวลชนให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน เพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความโปร่งใส

4. หากมีการดำเนินคดีกับผู้ถูกเรียกให้รายงานตัว และ/หรือผู้ถูกควบคุมตัว ผู้ถูกกักตัว ให้เร่งทำการสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัดโดยเร็ว และหากไม่มีเหตุในการควบคุมตัวให้ดำเนินการปล่อยตัวโดยทันที

 

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์