YPD ร้องยกเลิกประกาศ คสช. 'ให้ขึ้นศาลทหาร' ชี้ปชช.ควรมีสิทธิสู้คดีในศาลปกติ

26 พ.ค.2557 ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD.) ออกแถลงการณ์ “คัดค้านรัฐประหาร ต่อต้านการกระทำอันกระทบต่อประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ” โดยเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจอธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็ว และขอร้องให้ยกเลิก "ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557” อย่างเร่งด่วน เพราะประชาชนควรมีสิทธิต่อสู้คดีในศาลยุติธรรมตามปรกติ การชุมนุมเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานและการต่อสู้ปกป้องสิทธิของภาคประชาชนในกรณีต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากแนวทางการดำเนินการด้านเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หอการค้าไทยและกิจการภาคเอกชน เป็นสิทธิที่ประชาชนพึงมี อีกทั้งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะสร้างความสงบสุข สังคมที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง

 

แถลงการณ์
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย
(Young People for Social-Democracy Movement, Thailand (YPD.) )
“คัดค้านรัฐประหาร ต่อต้านการกระทำอันกระทบต่อประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ”

ตามที่แถลงการณ์ “คัดค้านรัฐประหาร ต่อต้านการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตย” ของศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย ซึ่งเรียกร้องให้เยาวชน ประชาชน และผู้มีใจเป็นประชาธิปไตยทั้งหลาย ร่วมกันเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการใช้อำนาจของ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” นั้น

ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” มี "ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557” เรื่องความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงประกาศให้บรรดาคดีความผิดตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ ซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตราชอาณาจักรและในระหว่างที่ประกาศนี้ใช้บังคับ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร

1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
1.1 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา 107 ถึงมาตรา 112
1.2 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118 ยกเว้นความผิดซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 หรือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

2.ความผิดตามประกาศหรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ซึ่งตามแถลงการณ์ฉบับแรกนั้น ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย ตั้งข้อสังเกตเพื่อการจับตาติดตามตรวจสอบ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ประการหนึ่งไว้ว่า “ให้จับตาสภานิติบัญญัติที่จะตั้งขึ้นใหม่โดยอำนาจของคณะรัฐประหารว่าจะออกกฎหมายใดๆก็ตามที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนและไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชนหรือไม่”

ทั้งนี้ทางศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย เห็นว่าประกาศดังกล่าว ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนและไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน

“โดยเฉพาะตามความในมาตรา 117 ประมวลกฎหมายอาญา ผู้ใดยุยงหรือจัดให้เกิดการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงาน งดจ้าง หรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขาย หรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับรัฐบาลหรือเพื่อข่มขู่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดทราบความมุ่งหมายดังกล่าว และเข้ามีส่วนหรือเข้าช่วยในการร่วมกัน หยุดงานการร่วมกันปิดงาน งดจ้าง หรือ การร่วมกันไม่ยอมค้าขาย หรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใดๆ นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดทราบความมุ่งหมายดังกล่าว และใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือทำให้หวาดกลัวด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลเข้ามีส่วนหรือเข้าช่วยในการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงาน งดจ้าง หรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขายหรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใดๆ นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ซึ่งขณะเดียวกัน ผลการประชุมวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 ระหว่าง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หอการค้าไทยและกิจการภาคเอกชน กลับมีแนวทางการดำเนินการด้านเศรษฐกิจที่จะดำเนินการตามนโยบายเศรษฐกิจเสรีตามปกติ ครอบคลุมทั้ง 6 ประเด็นต่อไปนี้

1.ให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าออกอย่างเสรี
2.ส่งเสริมนโยบายการค้าเสรี และเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนทั้งด้านการค้า การผลิต และบริการ
3.ขจัดอุปสรรคของการค้าระหว่างประเทศเพื่อรองรับ AEC และการขยายตัวของตลาดโลก
4.ส่งเสริมการลงทุนในประเทศรวมทั้งการลงทุนของเอกชนไทยในต่างประเทศ
5.ลงทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในโครงการที่เหมาะสมและไม่มีข้อกังขา
6.จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน

ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตยมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินนโยบายดังกล่าวข้างต้นภายใต้กฎหมายที่ไม่ก่อให้เกิดการรวมตัวเจรจาต่อรองอย่างเป็นธรรม จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อ สวัสดิภาพและความเป็นอยู่ ความมั่นคงในการจ้างงาน ของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งในสถานการณ์ที่เป็นประชาธิปไตยก็ย่ำแย่หนักอยู่แล้วจากการที่รัฐบาลทุกยุค ทุกสมัยไม่เคยให้สัตยาบันลงนามในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ฉบับที่ 98 ซึ่งว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองร่วม แต่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ กลับทำให้สิทธิเหล่านี้ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานถดถอยลงไปอีก ขณะที่นายจ้างและบริษัทข้ามชาติยังได้รับการประกันสิทธิทางเศรษฐกิจอย่างดีจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ทางศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD.) จึงขอแสดงจุดยืน “คัดค้านรัฐประหาร ต่อต้านการกระทำอันกระทบต่อประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ”

โดยขอเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจอธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็ว และขอร้องให้ยกเลิก "ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557” อย่างเร่งด่วน เพราะประชาชนควรมีสิทธิต่อสู้คดีในศาลยุติธรรมตามปรกติ การชุมนุมเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานและการต่อสู้ปกป้องสิทธิของภาคประชาชนในกรณีต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากแนวทางการดำเนินการด้านเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หอการค้าไทยและกิจการภาคเอกชน เป็นสิทธิที่ประชาชนพึงมี อีกทั้งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะสร้างความสงบสุข สังคมที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพื่อการเฝ้าระวังและจับตา ติดตาม ตรวจสอบการใช้อำนาจของ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ทางศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD.) จึงขอให้ เยาวชน ประชาชน และผู้มีใจเป็นประชาธิปไตยทั้งหลาย ร่วมกันเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการใช้อำนาจของ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" ต่อไป

ทั้งนี้อยากให้สังคมไทยคำนึงถึงบทเรียนของนานาประเทศและประเทศไทยเอง ว่าหลังเกิดการทำรัฐประหารเกิดอะไรขึ้นกับสังคมบ้าง ใช้เหตุใช้ผลในการขับเคลื่อนและรักษาระบอบประชาธิปไตย ยกระดับคุณภาพของประชาธิปไตย สร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึกในระบอบประชาธิปไตย
เพราะเราจะสร้างสังคมประชาธิปไตยไม่ได้เลย หากขาด อิสรภาพ ความยุติธรรม และความสมานฉันท์

เพื่อประชาธิปไตยและความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD.)
26 พฤษภาคม 2557

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์