'ศรีสุวรรณ จรรยา' ค้าน คสช.ฟื้นโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน

27 พ.ค.2557 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คัดค้านการรื้อฟื้นโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน โดยระบุว่าขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

ในแถลงการณ์กล่าวว่า ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้รับฟังความคิดเห็นหรือให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างทั่วถึง และต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA รวมทั้งยังมีกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอีกหลายฉบับ  เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ 2550 พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 2548

นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ยังกล่าวด้วยว่า โครงการบริหารจัดการน้ำเคยถูกคัดค้านจากประชาชนในหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ และการเร่งดำเนินการโดยไม่ผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย อาจสร้างความขัดแย้งและสร้างภาพลบต่อ คสช.


...............................


แถลงการณ์สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

เรื่อง คัดค้านการรื้อฟื้นโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน


ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวนโยบายที่จะรื้อฟื้นโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ขึ้นมาเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยอ้างว่าจะมีการพิจารณาเป็นรายโครงการ โดยจะพิจารณาโครงการที่มีความจำเป็นขึ้นมาดำเนินการก่อนนั้น เห็นว่า คสช. กำลังจะดำเนินงานที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของการทำรัฐประหารแล้ว

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ขอคัดค้านนโยบายและแนวการดำเนินการดังกล่าว และขอเตือนให้ คสช. อย่าใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่การคัดค้าน ต่อต้าน จากภาคประชาชนทั่วทุกหัวระแหง เพราะโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในอดีตศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาไว้ชัดเจนแล้วว่าจะต้องกลับไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง หรือเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเสียก่อน อีกทั้งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ อีเอชไอเอ (EHIA) ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2552 และตามประกาศของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ฉบับเมื่อปี 2552 เสียก่อนอีกด้วย แม้ คสช.จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 บางหมวดไปแล้ว แต่ทว่ายังมีกฎหมายรองอีกมากที่การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพอนามัยของประชาชนจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามรูปแบบ ขั้นตอน วิธีการที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน เช่น ตาม พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 พรบ.สุขภาพแห่งชาติ 2550 พรบ.การปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 2548 เป็นต้น

นอกจากนี้โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านล้วนเป็นโครงการที่ภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบหลายจังหวัด ได้คัดค้านมาอย่างเปิดเผยก่อนหน้านี้แล้ว เช่น โครงการสร้างเขื่อน 21 เขื่อนในโมดูล A1 โครงการแม่น้ำสายใหม่หรือฟลัดเวย์ในโมดูล A5 ดังนั้นการรื้อฟื้นโครงการต่างๆ ดังกล่าวมาเร่งรีบดำเนินการโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมเป็นความคิดที่ไม่ฉลาด รังแต่จะสร้างความขัดแย้งและสร้างภาพลบให้เกิดขึ้นกับ คสช.อย่างแน่นอน และหาก คสช.ยังจะเดินหน้าดำเนินโครงการดังกล่าว สมาคมฯ และชาวบ้านก็จักนำเรื่องดังกล่าวฟ้องร้องต่อศาลแน่นอน อย่าคิดว่ามีอำนาจล้นฟ้าแล้วสมาคมฯ จะกลัว...


ประกาศมา ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2557

นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน