ทหารพบปะผู้นำชุมชน อ.สันป่าตอง ที่แรก ก่อนเดินสายทั่วเชียงใหม่ 25 อำเภอ

แจงความจำเป็นคุมอำนาจ อธิบายผู้นำชุมชนโรดแมป 3 ขั้นตอน สันป่าตองถือเป็นอำเภอนำร่อง ก่อนเดินสายทั่ว จ.เชียงใหม่ ทั้ง 25 อำเภอ จัดกิจกรรม "คืนความสุขให้คนในชาติ" บริเวณข่วงท่าแพ อ.เมือง 6-8 มิ.ย. 18.30 - 21.00 น. ด้านธุรกิจท่องเที่ยวหนุนยกเลิกเคอร์ฟิวเชียงใหม่
 
 
6 มิ.ย. 2557 ASTV ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า ที่ว่าการอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เดินทางมาพบปะกำนัน 11 ตำบล ผู้ใหญ่บ้าน 102 หมู่บ้าน และผู้นำหมู่บ้านต่างๆ ของอำเภอสันป่าตอง เพื่อชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองของทหาร และอธิบายให้ผู้นำชุมชนได้รับทราบถึงโรดแมป 3 ขั้นตอนในการขับเคลื่อนประเทศ โดยการพบปะครั้งนี้ถือเป็นอำเภอนำร่อง ก่อนที่จะดำเนินการในลักษณะดังกล่าวให้ครบทั้ง 25 อำเภอ
       
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้ชี้แจงว่า การเข้าควบคุมอำนาจการบริหารงานของทหารในครั้งนี้เพื่อสร้างกติกาใหม่ให้ทุกคนยอมรับ และเป็นมาตรฐานเดียว หลังจากที่เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของสองฝ่าย
       
ขณะเดียวกันยังได้อธิบายแนวทางการขับเคลื่อนของ คสช.ตามโรดแมป 3 ขั้นตอนเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ และเพื่อให้ทุกคนในชาติอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข พร้อมยังย้ำด้วยว่า การดำเนินงานจากนี้ไป ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด ไม่มีพรรค ไม่มีพวก เราเป็นคนไทยเหมือนกันหมด ไม่มีการแยกกลุ่ม ไม่มีการแยกสี
       
ส่วนการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่เชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธระบุว่า ตอนนี้สถานการณ์ในพื้นที่เรียบร้อยดีมาก ไม่พบว่ามีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ซึ่งก็ได้รายงานไปยัง คสช.ให้ได้รับทราบแล้ว เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาจาก คสช.เป็นลำดับต้นๆ แน่นอน อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ขอให้กำลังพลทุกหน่วยหยุดการเคลื่อนย้ายอาวุธไว้ก่อนเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
       
ขณะที่ตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ได้ร้องขอให้ คสช.ดูแลเรื่องพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะลำไยที่ผลผลิตกำลังจะออกสู่ท้องตลาดเร็วๆ นี้ และมีแนวโน้มว่าราคาจะตกต่ำเพราะปริมาณค่อนข้างมาก
       
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า การพบปะกำนันและผู้ใหญ่บ้านครั้งนี้ได้มีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลค่ายกาวิละด้วย โดยมีการตรวจวัดความดัน การให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพเบื้องต้น ซึ่งพบว่ามีแกนนำชุมชนให้ความสนใจเข้าร่วมตรวจสุขภาพเป็นจำนวนมาก
 
วันเดียวกันนี้ (6 มิ.ย.) สำนักข่าวไทยยังรายงานว่า คสช. จะจัดจัดกิจกรรม "คืนความสุขให้คนในชาติ" บริเวณข่วงท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 6-8 มิ.ย. 18.30 - 21.00 น.
 
ธุรกิจท่องเที่ยวหนุนยกเลิกเคอร์ฟิวเชียงใหม่
 
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2557 ที่ผ่านมาสำนักข่าวไทยรายงานว่า นายพรชัย จิตนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวและการเข้าพักในเชียงใหม่ หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้าควบคุมอำนาจ พบว่ามีผลกระทบประมาณร้อยละ 20 โดยเป็นกลุ่มญี่ปุ่นและยุโรป แต่ภาพรวมนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่วางแผนเดินทางระยะยาว และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยไม่มีผลกระทบ ยังคงเดินทางกันปกติ แต่นักท่องเที่ยวรายใหม่ที่จะซื้อในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องกระทบ ต้องรอดูว่าสถานการณ์จะนานหรือไม่ โดยเฉพาะเคอร์ฟิว
 
ทั้งนี้ หากเชียงใหม่ขยายเวลาเป็น 02.00-05.00 น. น่าจะดีขึ้น หรือยกเลิกก็จะดีมาก และเห็นด้วยที่จะยกเลิกตามที่มีข่าวล่าสุด เพราะในพื้นที่บรรยากาศดีขึ้นมาก ซึ่งจะทำให้บรรยากาศต่างๆ กลับคืนมา หากการเมืองยังไม่สงบจะส่งผลกระทบรายได้ช่วงโลว์ซีซั่นนี้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว 700-1,000 ล้านบาท
 
เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว ล่าสุดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะไปโรดโชว์ที่ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียปลายเดือนกรกฎาคม และเดือนสิงหาคม 2557 จะไปโรดโชว์ด้านท่องเที่ยวที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เพื่อส่งเสริมให้คนมาเที่ยวเชียงใหม่ และแสดงศักยภาพของเชียงใหม่ โดยจับคู่เจรจาทางธุรกิจกับนักธุรกิจท่องเที่ยวประเทศเหล่านั้น ขณะที่ปลายเดือนกันยายนนี้จะมีงานเชียงใหม่ แทรเวลมาร์ท มีกลุ่มนักธุรกิจท่องเที่ยวกว่า 20 ประเทศทั่วโลกเดินทางมา ก็จะมีการจับคู่เจรจาทางธุรกิจกันด้วย
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์