ในสภาวะแห่งความกลัว

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ในเวลาที่เผด็จการ ภายใต้หน้ากากของความปรองดองเข้าครอบคลุม คุกคามคุณ

ในเวลาที่ผู้คนรอบกายอาจกลายเป็นศัตรู แจ้งข่าวคุณ แจ้งเรื่องราวของคุณ จนคุณอาจถูกลิดรอนอิสรภาพ

ในเวลาที่เพื่อนของคุณมีรายชื่ออยู่ในประกาศเรียก

ในเวลาที่คุณไม่อาจคาดเดาได้ว่า... ประกาศฉบับต่อไปจะมีชื่อคุณอยู่หรือไม่

ในเวลาที่คุณหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะคุณไม่รู้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ทหาร หรือตำรวจไปเคาะประตูบ้านคุณวันไหน

ในเวลาที่คุณเป็นห่วงคนที่อยู่ข้างหลังหากคุณจากไป หรือโดนจองจำ

ในเวลาที่คุณต้องตัดสินใจว่าคุณจะไปรายงานตัวหรือจะหนี....

สภาวะอันระยำของชีวิตจะคืบคลานเข้าหาเราทุกคนที่ยังคงยืนหยัดในหลักการ

การเท่าทันสภาวะความกลัวในช่วงเวลานี้จำเป็น  เพื่อให้คุณ "ตัดสินใจ" กับชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้น เพราะท้ายที่สุดคือ คุณ เป็นผู้เลือกเอง

1. ในเวลาที่คุณหวาดระแวงว่ารายต่อไปจะเป็นใคร คุณ หรือเพื่อนของคุณ หรือแม้แต่คนรู้จักที่เคยเห็นกันอยู่เสมอ แน่นอนว่าความวิตกกังวลสารพัดจะเทเข้าหาคุณ ความกลัว จนขาดสติอาจเกิดขึ้นได้ แต่ขอให้ค่อย ๆ รวบรวมสติ อย่าอยู่คนเดียว หาเพื่อนที่เข้าใจสภาวะของคุณให้ได้ระบาย สิ่งที่คุณจะต้องประเมินคือ คุณจะไปรายงานตัวตามหมายเรียกหรือไม่ แต่ในบางครั้งคุณก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะเรียกคุณไปทำไม หรือถ้าคุณรู้อยู่แล้วว่าเขาจะเรียกคุณไปทำไม นี่จะง่ายต่อการประเมินขึ้นมาอีก ถ้าหากคุณไม่รู้ ถ้าจะไป คุณอาจจะต้องเตรียมคำตอบที่ดี ศึกษาประสบการณ์จากคนที่ออกมาแล้ว และเตรียมรับสภาพสิ้นอิสรภาพสักระยะหนึ่ง แต่ถ้าคุณรู้อยู่แล้ว คุณก็ประเมินต่อว่า ไปแล้วจะได้ออกมาไหม แน่นอนว่าถ้าเป็นเรื่อง 112 คงยากที่จะได้ออกมา การประกันตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขึ้นศาลทหารแน่นอน แต่ถ้าคุณเลือกที่จะไม่ไปรายงานตัว นั่นเท่ากับหนีหมายเรียก ซึ่งถ้าเป็นหมายเรียกนั้นจะหมดอายุเมื่อประกาศยุติการใช้กฎอัยการศึก ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร.... หรือสุดท้ายอาจจะกลายเป็นกฎหมายแทนรัฐธรรมนูญ เพราะคณะ คสช. ได้กลายเป็นรัฏฐาธิปัตย์ไปเรียบร้อยแล้ว เอาละ เมื่อตัดสินใจว่าจะไม่ไป คุณก็ต้องหลบหนี และซ่อนตัว ทีนี้ก็ต้องคิดต่อว่า จะไปที่ไหนดี หลายคนอาจจะมีห้วงที่คิดว่า การไปรายงานตัวน่าจะดีกว่า อาจมีโอกาสรอด แต่นั่นขึ้นอยู่กับกรณีของแต่ละคน

2. เมื่อคุณเห็นรายชื่อของคุณ หรือ รู้แน่นอนว่าจะต้องเป็นคุณในอย่างใดอย่างหนึ่ง ไป หรือ ไม่ไป นี่อาจจะไม่ต่างจากข้อแรก แต่เพิ่มปริมาณความหวาดกลัวมากขึ้น ทหารหาญเก่งเรื่องสร้างความกลัว ความสับสนในหัวสมองของคุณจะเพิ่มมากขึ้น คุณจะกังวลไปหมดทั้งเรื่องหน้าที่การงาน การเงิน ครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง การเคลื่อนไหว ทางหนี หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณคิดได้ในตอนนั้น และความคิดที่จะเข้าไปรายงานตัวจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง เพราะบางทีมัน "อาจ" จะเป็นทางรอด เวลานี้คุณควรรู้ว่า มิตรสหายรอบ ๆ ตัวคุณก็เป็นห่วงคุณมากมายเช่นกัน ดังนั้น จงคิด ไตร่ตรองให้ดี ติดคุก หรือมีอิสระแบบหลบซ่อน ทางเลือกมีไม่มากนัก เลือกให้ดี ปรึกษาคนที่เชื่อถือได้ หาทางออกไว้หลาย ๆ ทาง แต่อย่าปรึกษามั่ว หลายคน เพราะจะทำให้ประสาทเสีย ฟุ้งซ่าน ช่วงนี้อาจไปกินเหล้า ลงอ่าง ไปพลาง ๆ หรือ จะเตะหมา เตะแมว เกี่ยวเบ็ด ก็ไม่ว่ากัน ทำเถอะ ลดความเครียด แต่อย่าใช้ยาแผนปัจจุบันนะ มันจะทำให้เกิดอาการเบลอ ทำอะไรไม่ถูก พอเริ่มได้สติ ค่อยคิดไตร่ตรองอีกที ยังพอมีเวลา แต่ไม่มากนัก ดังนั้น ตัดสินใจ จากภาระที่คุณจะต้องรับผิดชอบ และเปอร์เซนต์ที่คุณจะได้ออกมา ถ้าจะไปรายงานตัว ก็เตรียมเสื้อผ้าเลย เอาโทรศัพท์ไว้กับคนที่ไว้ใจได้ จำเบอร์คนสำคัญให้ขึ้นใจ และเตรียมใจให้เข้มแข็ง ถ้าจะไม่ไปรายงานตัว ก็เตรียมตัวอีกแบบ แต่ทั้งสองอย่างเหมือนกันตรงที่ควรฝากฝังสิ่งที่คุณรักที่สุดไว้กับคนที่ไว้ใจได้ให้มิตรสหายดูแลในยามยาก

3. ครอบครัว คนรัก พี่น้อง เพื่อน คนเหล่านี้มักจะได้รับผลกระทบจากความกลัวไปพร้อม ๆ กับคุณเสมอ ดังนั้น พยายามให้มากที่สุดที่จะบอกพวกเขาว่า ไม่เป็นไร ครอบครัว... ควรจะรู้เป็นอันดับแรก ๆ แต่บางครอบครัวคุณไม่ต้องบอกเขาด้วยตัวคุณเองก็ได้ เขาสามารถรู้ได้จากปฏิบัติการของทหารกล้า ไม่เป็นไร เราจากกันไม่นาน บางครั้งหากคุณได้รับการปล่อยตัวออกมา ก็นัดแนะสถานที่กับครอบครัวให้เรียบร้อย คนรัก... ปล่อยให้เขาดูแลตัวเอง หรือเปิดโอกาสให้เขาได้เจอคนอื่น เมื่อรู้ว่าคุณจะได้กลับออกมาหรือไม่ ถ้าความรักของคุณมีมากพอ เพื่อน... โดยเฉพาะเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ฝากฝังสิ่งที่คุณรัก ความฝัน ไว้กับคนเหล่านี้ แต่อย่าคาดหวังมาก แล้วเราจะกลับมาพบกันอีก น้อง – ลูก... ใครที่น้องหรือลูกยังเรียนไม่จบ ให้คิดเสียว่าเขาจะได้เรียนรู้การอยู่ด้วยลำแข้งตัวเองเร็วขึ้น และบอกกับเขาถึงสิ่งที่คุณคิด คุณทำ ให้เค้าได้พิจารณา เขาอาจไม่เข้าใจในตอนนี้ แต่สักวันเขาจะเข้าใจ นี่เป็นความกลัวที่มาพร้อมกับความกังวล แต่กังวลเถอะ เพราะมันต้องกังวล

4. ความขลาดกลัวเกิดขึ้นได้กับทุกคน เราไม่ได้ถูกฝึกฝนมาให้รองรับการกดดัน หรือทรมาน เมื่อคุณเข้าสู่กระบวนการรายงานตัว เจ้าหน้าที่จะทำทุกอย่างที่จะให้คุณคิดว่าคุณไม่อาจปกปิดความลับอะไรได้ แม้แต่สีกางเกงในที่คุณชอบใส่เป็นประจำ หากคุณจำเป็นต้องบอก บอกไปเถอะ เพราะทุกคนล้วนรักชีวิต เราไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อให้อดทนต่อความกดดันมากมายขนาดนั้น แต่ถ้าอะไรที่ใช้ไหวพริบได้ ก็ใช้ซะ ดีกว่า แต่นั่นแหละ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีไหวพริบตลอดเวลานี่นะ เราล้วนต้องเข้าใจกันและกัน หากเราบอกว่า เราเข้าใจการกระทำของนักการเมืองที่แอบอยู่ข้างหลังประชาชนยามสู้รบว่า เขามีภาระและราคาที่ต้องจ่ายมากมายเขาจึงออกมาร่วมต่อสู้กับเราไม่ได้ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรทำให้เราไม่เข้าใจในสภาวะของเพื่อนที่ต่อสู้มากับเราโดยไร้ผลประโยชน์ตอบแทนเลย

5. ภาวะแห่งการหลบซ่อน สำหรับคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปรายงานตัว คุณคงรู้ว่าคุณต้องหลบซ่อน การหลบซ่อนนั้นไม่ได้แปลว่า ความกลัวจะไม่คืบคลานเข้ามาหาคุณ มันจะเข้ามาหาคุณทุกวัน ยิ่งคุณเสพข่าวสารและใช้สื่อสังคมออนไลน์มากเท่าไร คุณก็ยิ่งกลัวและคับแค้นใจมากเท่านั้น ดังนั้น ทำใจให้สบาย พยายามเถอะ อย่าพยายามไปอยู่รวมกันกับคนที่มีสภาวะความกลัวแบบเดียวกัน เพราะจะพากันดำดิ่งสู่ความกลัวมากขึ้น จงคิดซะใหม่ว่า นี่คือช่วงเวลาที่คุณจะได้ดูแลสุขภาพตัวเอง มาร์คหน้า ออกกำลังกายเท่าที่ทำได้ สุขภาพ สำคัญที่สุด อาจจะดูลู่ทางทำธุรกิจไว้ด้วยก็ดี ควรจะต้องคิดแผนไว้สำหรับอนาคตเสมอ เมื่อมีแผนการรองรับ ความฟุ้งซ่านจะน้อยลง พยายามหาข้อมูลเรื่องการลี้ภัยในต่างประเทศไว้ แต่อย่าไปเชื่อใจ NGOs ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมาก เพราะถ้าคุณไม่ดังจริง ก็ยากจะเข้าถึงความช่วยเหลือ ดังนั้น หยัดยืนด้วยตัวเอง อย่าให้ความกลัว ความท้อแท้มากัดกินจิตวิญญานของคุณ ถ้ารู้สึกว่ามันเข้ามาในใจคุณมากเกินไปให้เอามันทิ้งไป จะอ่านการ์ตูนโป๊ หรือดูหนัง ฟังเพลง ทำอะไรก็ได้ให้คุณยิ้ม หัวเราะได้วันละหลาย ๆ ครั้ง ง่ายที่สุดคือ ตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วยิ้มให้ตัวเอง เชื่อสิ หน้าจะเหี่ยวช้า ยิ้มเยอะ ๆ แล้วสติหรือความคิดดี ๆ จะเกิดขึ้นมา อดทนให้มากที่สุด มีวินัยต่อตัวเองและผู้อื่น ความกลัวอีกส่วนหนึ่งในระยะนี้คือ ความกลัวว่าจะไม่มีเงิน ผสมปนเปไปกับความห่วงภาระข้างหลัง แต่ขอให้อดทนไปก่อน และหากคุณฝากฝังภาระไว้กับมิตรสหายแล้ว พวกเขาจะช่วยเหลือคุณเท่าที่พวกเขาทำได้แน่นอน อย่าเรียกร้องอะไรแบบที่ใจต้องการในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะทุกคนล้วนถูกความกลัวครอบงำไม่ต่างกัน

6. การรักษาความลับ ฉากหนึ่งของชีวิตที่คุณเลือกแล้ว การขายความลับไม่ได้แปลว่า คุณจะรอดพ้นจากความกลัว หรือปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้น ทุกคนที่ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนี้และกำลังจะก้าวเข้ามา ให้รู้ไว้เถิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ  ไม่ใช่กิจกรรมสนุก ๆ  ไม่ใช่ที่สร้างเนื้อสร้างตัวแล้วเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไปชูคอบนซากศพของมิตร นี่คือชีวิตจริง ยิ่งคุณรู้มากเท่าไรก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น แต่การไม่รู้อะไรเลยก็อันตรายพอ ๆ กัน

7. การเงิน และตัวตน ปัญหานี้ดูจะเป็นปัญหาใหญ่หลวงไม่ว่าจะไปที่ไหน ดังนั้น จงคิดเสมอว่า จะทำอย่างไรให้ตัวเองเป็นภาระของผู้อื่นได้น้อยที่สุด เพราะทุกคนไม่ได้รวยล้นฟ้า และไม่ได้ซื้อประกันประเภทการเมืองไว้ เราไม่มีรุ่นพี่รวย ๆ ที่เตรียมการรับมือกับสภาวะเช่นนี้ ถึงมีเค้าก็อาจจะไม่พร้อมช่วยคุณ แต่นั่นเป็นเรื่องเข้าใจได้ บางครั้งอีโก้หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ค้ำคออยู่ อาจทำให้คุณปฏิเสธความช่วยเหลือ หรือหากคุณเป็นคนมีเงินมากก็กวาดซื้อไปเสียทุกอย่างจนเงินหมด การบริหารจัดการเงินนั่นอาจจะต้องลดและเพิ่มตามสถานการณ์ อะไรที่ทำแล้วได้เงินทำไปก่อน คนที่ยังไม่มีชื่อ ความเสี่ยงน้อยก็อย่าเพิ่งออกจากงานบางครั้งบางทีคุณก็ต้องละทิ้งตัวตนเพื่อความอยู่รอด อย่าโทษตัวเอง เพราะในระบบเช่นนี้ทุกคนล้วนตกเป็นเหยื่อของความกลัวด้วยกันทั้งนั้น อย่าไปกลัวว่าใครจะมองไม่ดี กลัวว่าใครจะดูถูก เรามีความกลัวมากพออยู่แล้ว เว้นเรื่องนี้ไว้สักเรื่อง

8. ความเสี่ยงในการเคลื่อนไหวในทุก ๆ ครั้งที่มีการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ ย่อมต้องมีความสูญเสียไม่มากก็น้อย ในเวลานั้นเรามีคนมาก เราไม่กลัว สู้แค่ตาย แต่ช่วงเวลาที่ใครสักคนหนึ่งโดนคุกคามและไม่สามารถเอาตัวรอดจากการควบคุมตัวได้ คุณจะเกิดความกลัวแบบไม่ทันตั้งตัว นิ่งไว้ มีสติ แล้วตะโกนบอกชื่อ นามสกุลให้คนอื่น ๆ ได้ยิน ให้นักข่าวได้ยิน อย่าให้ความกลัวมาทำให้เราหุบปาก การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งต้องอาศัยความกล้าหาญและการเตรียมตัวที่พร้อม ดังนั้น ใครที่รู้ตัวว่ามีคนจ้องมองอยู่ ก็ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ระวัง อย่าระแวง แต่เมื่อคุณตัดสินใจหลบซ่อนตัวแล้ว หยุดเคลื่อนไหว อดทน และเฝ้าดู จดบันทึก บางครั้งงานวรรณกรรมดี ๆ อาจเกิดขึ้นได้จากสภาวะเช่นนี้แหละ

อย่างไรก็ตามทุกอย่างอยู่ที่คุณตัดสินใจ เพียงแค่เข้าใจสภาวะแห่งความกลัวเพื่อให้การตัดสินใจชัดเจนขึ้น

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์