สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 4-10 มิ.ย. 2557

ประกันสังคมเชียงใหม่ แจงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ จากกองทุนประกันสังคม
 
ประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ แจงสิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนชราภาพ จากกองทุนประกันสังคม โดยกองทุนประกันสังคมได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยให้ผู้ประกันออมเงิน ด้วยการจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมไว้ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตน
 
วานนี้ (3 มิถุนายน 2557) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสโมสรกาวิละ ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ โดยในวาระ สิทธิเงินบำเหน็จบำนาญชราภาพ แถลงโดย นางสาวทัศนีย์ นนทจิต ประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กองทุนประกันสังคมได้เตรียมความพร้อมไปสู่สังคมผู้สูงอายุโดยให้ผู้ประกันตนได้ออมเงินด้วยการจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมไว้เมื่อสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ก็สามารถรับเงินดังกล่าวได้ โดยเงินบำนาญชราภาพ กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนหรือ15ปี ได้รับเงินบำนาญชราภาพ ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ ก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง กรณีจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือนหรือ15 ปีขึ้นไป ให้เพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพขึ้นอีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน สำหรับเงินบำเหน็จชราภาพ กรณีจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตน เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้เงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
 
สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ข้อมูล ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2557 ได้โอนเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ผู้มีสิทธิแล้วจำนวน 233 ราย เป็นเงินเดือนละ 391,294.42 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน 985 ราย เป็นเงิน 33,023,801.52 บาท รวมถึงเงินบำเหน็จชราภาพกรณีตายจ่ายแก่ทายาทที่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 172 ราย เป็นเงินจำนวน 7,591,489.01 บาท จะเห็นได้ว่าในเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2557 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ จ่ายเงินกรณีบำเหน็จ/บำนาญชราภาพ แก่ผู้ประกันตนประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ มียอดถึง 41,006,584.95 บาท
 
ประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่าทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์ 053-112629 กด 1 หรือ 1506 
 
(ส.ปชส.เชียงใหม่, 4-6-2557)
 
ไฟเขียวตั้งกรรมการคุ้มครองสิทธิการทำงานครูเอกชน
 
วันที่ 5 มิถุนายน ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยหลังการประชุม กช. ว่า  ที่ผ่านมาว่าที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบร่างระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. .... ซึ่งปรับปรุงแก้ไขจากระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการร้องขอความเป็นธรรมเพื่อคุ้มครองการทำงานและสิทธิประโยชน์ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการคุ้มครองการทำงาน พ.ศ. 2551 
 
โดยปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ เพื่อให้มีความเหมาะสมและเกิดความคล่องตัวในการทำงาน รวมทั้งเพิ่มประเด็นวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสามารถดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
 เลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ระเบียบดังกล่าวจะเป็นหลักเกณฑ์ในการร้องของความเป็นธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองการทำงานในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของครูและบุคลากรทางการศึกษาเอกชน 
 
โดยมีความสอดคล้องกับพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 การแก้ไขปรับปรุงจะทำให้เกิดการคัดเลือกคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานที่เป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการคุ้มครองการทำงานและสิทธิประโยชน์ของครูและบุคลากรทางการศึกษาเอกชนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมได้อย่างแท้จริงด้วย
 
(มติชนออนไลน์, 5-6-2557)
 
ฝึกอาชีพผู้ต้องขังหญิง สร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่
 
กรมคุมประพฤติร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดกิจกรรมฝึกอาชีพผู้ต้องขังหญิงที่กำลังจะได้รับการพิจารณาพักโทษจำนวน 35 คน ในเรือนจังหวัดปทุมธานีที่เข้าเกณฑ์พักโทษอีกไม่เกิน 6 เดือน เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพหลังปล่อยตัว โดยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นผู้ฝึกอบรม
 
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การฝึกอาชีพระยะสั้นเป็นการส่งเสริมการประกอบอาชีพและการมีงานทำ ซึ่งจะสามารถต่อยอดในการนำไปใช้ชีวิตและยังเป็นการส่งเสริมคนดีกลับสู่สังคมอีกด้วย
 
ด้านนางภารดี อินทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า อาชีพที่นำมาฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังหญิงในครั้งนี้ถือเป็นอาชีพที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง มีตลาดรองรับ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ส่งเสริมให้ผู้ต้องขังหญิงสามารถนำไปเป็นอาชีพ หลังที่ผ่านมาส่งเสริมในการเป็นแรงงานเข้าทำงาน โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะส่งเสริมในการให้ช่องทางจัดจำหน่าย
 
ทั้งนี้ ในการฝึกอาชีพแบ่งออกเป็น 7 ฐานประกอบด้วยน้ำพริกสวรรค์ น้ำสมุนไพร สมูทตี้ วุ้นแฟนซี Rubber band ball (ลูกบอล) แซนวิชเห็ดเออริงหงิ นวด และผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งสมุนไพร
 
(สำนักข่าวไทย, 6-6-2557)
 
กพร. ศึกษาขั้นตอนคัดกรองแรงงานของจีนก่อนทำงานต้องผ่านการรับรองของรัฐ เล็งปรับใช้กับแรงงานไทย 
 
นายธีรพล ขุนเมือง   ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยผลการหารือกับนายหยางซา รองผู้ว่าผู้ปกครองเขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา มลฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และภาคเอกชนของมลฑลยูนนาน ว่า ประเด็นที่น่าสนใจ เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์ และประกันสังคม เน้นเรื่องการทำงานของชาวจีน เมื่อจบการศึกษาทั้งระดับอาชีวะ และมหาวิทยาลัย ต้องผ่านการรับรองความสามารถจากรัฐบาลก่อนจึงจะสามารถเข้าทำงานในสถานประกอบการต่างๆ ได้ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 107 อาชีพ อาทิ พนักงานโรงแรม มัคคุเทศก์ และการบัญชี จึงมองว่าเป็นแนวทางที่สามารถศึกษา หรือนำมาประยุกต์ใช้กับการเข้าทำงานของแรงงานในประเทศไทย โดยขณะนี้ กพร. ได้เปิดทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแล้ว 35 อาชีพ แต่เป็นการเปิดทดสอบโดยความสมัครใจ เพื่อให้ได้ค่าจ้างที่สูงขึ้น
       
“ อย่างไรก็ตาม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน จ.เชียงราย จะต้องเดินทางมาประชุมเรื่องการพัฒนากำลังแรงงานรองรับการเจริญเติบโตทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิตตกส์ในภูมิภาค GMS กับผู้แทน สิบสองปันนา อีกครั้งในเดือนสิงหาคม เพื่อขยายผลความร่วมมือระหว่างกันต่อไป” นายธีรพล กล่าว
       
นายผงโป๋ รองผู้อำนวยการองค์การท่องเที่ยวแห่งสิบสองปันนา กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวไทย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่สิบสองปันนา ปีละกว่า 1 แสนคน โดยทางการจีนได้ให้บริษัทนำเที่ยวจีนที่มีกว่า 40 บริษัทเป็นผู้ดูแลนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยผ่านเส้นทางสายเศรษฐกิจ R3A ที่เชื่อมต่อชายแดนประเทศไทยและลาว ณ เมืองห้วยทราย สปป.ลาว ซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของ สิบสองปันนาขยายตัวเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจรุดหน้า
       
นายผงโป๋ กล่าวอีกว่า หากโครงการสี่เหลี่ยมทองคำ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง 4 ประเทศ ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายเกิดขึ้น  จะทำให้การค้าและการท่องเที่ยวทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า และจีน เกิดความคล่องตัวมากขึ้น แม้ทางการจีนจะสนับสนุนให้ สิบสองปันนาเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว แต่แรงงานยังอ่อนด้อยด้านภาษาอังกฤษ เนื่องจากใช้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร แต่เปิดสอนภาษาอังกฤษน้อย อีกทั้งคนจีนส่วนใหญ่ที่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่นิยมทำงานด้านการท่องเที่ยว เพราะรายได้น้อย แต่จะเร่งพัฒนาเรื่องภาษาต่างประเทศให้กับแรงงานมากขึ้น เพื่อให้สามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น
 
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 6-6-2557)
 
ชาวนานครพนมลดต้นทุนใช้แรงงานในบ้านถอนกล้าดำนา งดจ้างสู้ค่าแรงไม่ไหว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนมว่า หลังจากที่พายุเข้าทำให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนักมีน้ำในแปลงนาสร้างความดีใจแก่ชาวนาเป็นอย่างมากที่จะมีน้ำทำนาหลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงไม่สามารถถอนกล้าปักดำนาได้ แต่หลังจากฝนตกลงมามีน้ำขังในแปลงนา
       
ทำให้ชาวนาหลายหมู่บ้านในเขตอำเภอท่าอุเทน ศรีสงคราม บ้านแพง ต่างรีบเร่งถอนกล้าเพื่อลงมือปักดำนากัน แต่จากการสำรวจในหลายพื้นที่จะพบว่าการทำนาในปีนี้ชาวนาส่วนใหญ่จะใช้แรงงานในครัวเรือนญาติพ่อแม่ลูกจะช่วยกันคนละไม้คนละมือมากขึ้น ซึ่งแตกต่างกับการทำนาหลายปีที่ผ่านมาชาวนาจะนิยมว่าจ้างแรงงานในหมู่บ้านมาถอนกล้าและปักดำเสียค่าใช้จ่าย 300-400 บาท/คนเพื่อต้องการให้เสร็จเร็วๆ โดยยอมจ่ายเงินค่าแรงงานจำนวนมาก
       
นางพิมพ์ใจ สงค์นาม ชาวนารายหนึ่งในเขตบ้านท่าบ่ออำเภอศรีสงครามเปิดเผยว่าตนมีที่นา 40 ไร่ปกติแล้วแต่ละปีตนต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากจ้างตั้งแต่ไถนาถอนกล้าปักดำเกี่ยวข้าวเฉพาะการถอนกล้าปักดำและเกี่ยวข้าวจะต้องใช้เงินจ้างแรงงานรายละ 300-350 บาท/วัน/คนเพราะต้องการให้เสร็จเร็วๆ
       
แต่มาปีนี้ตนและครอบครัวหันมาใช้แรงงานในครอบครัวและญาติๆ ช่วยกันตั้งแต่เติมน้ำมันไถนาเองและถอนกล้าปักดำเอง ปรากฏว่าลดค่าใช้จ่ายจากการทำนาได้มากหลายเท่าถึงแม้จะเสร็จช้าก็ไม่เป็นไร
 
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 8-6-2557)
 
เล็งผุด รพ.ประกันสังคม เน้นวิจัยอาการเจ็บป่วยจากการทำงาน
 
นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการ สปส. มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมโดยเป็นโรงพยาบาล สปส. จัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นเอกเทศ มีศักยภาพสูงทำหน้าที่ในการรักษาและค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการบาดเจ็บ โรคเจ็บป่วยจากการทำงานของผู้ประกันตน ไม่ได้รับรักษาโรคทั่วไปเหมือนโรงพยาบาลปกติ โดยจะตั้งเป้าหมายจะนำร่องจัดตั้งขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯก่อน หากดำเนินการได้ผลดีก็จะขยายไปสู่ต่างจังหวัด หลังจากนี้ สปส. จะเร่งตั้งคณะทำงานศึกษาในเรื่องนี้ทั้งรูปแบบการดำเนินการ งบประมาณและบุคลากรของโรงพยาบาลโดยให้คณะทำงานศึกษาให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อบอร์ด สปส. ภายในปีนี้เพื่อให้ทันกับการจัดทำร่างงบประมาณประจำปี 2558
       
ประธานบอร์ด สปส. กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์รักษาพยาบาลกรณีทุพพลภาพ โดยเพิ่มค่าตอบแทนแก่แพทย์ในการตรวจสุขภาพผู้ประกันตนจากปัจจุบันชั่วโมงละ 200 บาท เพิ่มเป็นชั่วโมงละ 500 บาทต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 2,500 บาทต่อการตรวจ 1 ครั้ง รวมทั้งให้เพิ่มอุปกรณ์การรักษาและอวัยวะเทียมให้แก่ผู้ประกันตนกรณีทุพพลภาพจากปัจจุบันมี 50 รายการ เป็น 445 รายการ คาดว่า สปส. จะออกประกาศ และเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ 
       
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติเงินลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติมโดยให้บริษัทในไทยซึ่งเป็นผู้แทนของ สปส. ไปซื้อตราสารหุ้นในประเทศต่างๆ ที่เศรษฐกิจมีความมั่นคงสูงเป็นวงเงินทั้งหมด 12,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นวงเงินที่เป็นผลกำไรจากการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาของ สปส. 5,000 ล้านบาท และได้อนุมัติเงินลงทุนก้อนใหม่เพื่อซื้อตราสารหุ้น 7,000 ล้านบาท จะนำเงินไปลงทุนภายในปีนี้ โดยให้บริษัทดังกล่าวเร่งจัดทำแผนลงทุนซื้อตราสารหุ้นในต่างประเทศต่อบอร์ด สปส. ในการประชุมครั้งหน้า
 
เกิดเหตุระเบิดในโรงงานผลิตปิโตรเคมีในเครือIRPCกลางเมืองระยอง สั่งอพยพคนรอบโรงงานกำจัดกำมะถันระเบิด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.10 น. วันนี้ (9 มิ.ย.) เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้ง ในบริษัทผลิตปิโตรเคมี ในเครือ IRPC ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ม.5 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นตั้งอยู่ในชุมชน หลังเสียงระเบิดได้เกิดเพลิงไหม้กลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ปกคลุมไปเป็นวงกว่าง ซึ่งเสียงระเบิดได้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง รถดับเพลิงได้เร่งดับเพลิงอยู่ในขณะนี้
 
ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น. นาวาโทพิทักษ์รัฐ นิลพฤกษ์ ผบ.พันร.6 พ.ท.สมพงษ์ เวียงนนท์ นายทหาร มทบ.14 ชลบรี นายอาทิตย์ ละเอียดดี ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสวล.จ.ระยอง พร้อมทั้งสื่อมวลชน ได้เดินทางมาที่ อาคาร 10 ปี บ.ไออาร์พีซี จำกัด เพื่อรอติดตามคืบเหตุดังกล่าว
 
นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบ คุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยกรณีโรงงาน VGOHT ในเครือ IRPC ที่จ.ระยอง ซึ่งเป็นโรงงานสำหรับกำจัดกำมะถันและไนโตรเจน ที่ปนเปื้อนมากับน้ำมันและก๊าซระเบิดในช่วงเย็นนั้น ได้มอบหมายให้ทีมศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉินสารเคมี ซึ่งขณะนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบกรณีปัญหากลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 7-8 มิ.ย.อยู่พอดี โดยจะให้ไปติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
 
ส่วนนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานแล้วว่าจุดระเบิดมาจากตัวแท๊งเก็บกักก๊าซ โดยขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังมีกลุ่มควันที่มีกลิ่นเหม็นอยู่ แต่ได้ให้อพยพขาวบ้านรอบๆออกจากพื้นที่ทั้งหมด เพราะเป็นก๊าซอันตรายมาก โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบในตัวโรงงานได้ แต่จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว 2 ครั้งและเกิดไฟลุกไหม้ ภายในบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หมุ่ 5 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จึงเดินทางไปดูพบกลุ่มควันปกคลุมบริเวณหน้าโรงงานและถนนสุขุมวิทดำมืด ส่งกลิ่นเหม็นแก๊สฟุ้งกระจาย ประชาชนที่ขับรถผ่านไปมาต่างตกใจขับรถหนีอย่างรวดเร็ว โดยมีรถดับเพลิงเทศบาล ต.เชิงเนิน เข้าไปในโรงงาน
 
ต่อมาทางบริษัท ไออาร์พีซี ได้อนุญาตให้เข้าไปภายในอาคาร 10 ปี ไออาร์พีซี เพื่อแถลงข่าวเหตุระเบิดครั้งนี้โดยมี พ.ต.อ.สมไทย คำวัฒน์ รองผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.ท.สมศักดิ์ สังข์ทอง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง น.ท.พิทักษ์รัฐ นิลพฤกษ์ ผบ.พันร.6 กรม ร.2 พล.นย. ผบ.บก.ควบคุมพื้นที่ จ.ระยอง พ.ท.สมพงษ์ เวียงนนท์ นายทหารจากมทบ.14 นายอาทิตยื ละเอียดดี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ระยอง ร่วมในการแถลงข่าว
 
นายโพธิวัฒน์ เผ่าพงศ์ช่วง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) แถลงว่าเหตุระเบิดครั้งนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนแพลนงานที่เกิดเหตุเป็นแพลนงาน DCCแปรสภาพคอมไบร์แก๊สออยล์ Vacuum Gas Oil Hydrotreaing เป็นหน่วยกำจัดกำมะถันและไนโตรเจน สารอินทรีย์ระเหยง่าย ที่ต้องหยุดการผลิตแต่อย่างไรขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้เรียบร้อย
 
ส่วนสาเหตุการเกิดระเบิดคาดว่าเกิดจากท่อส่งแก๊สในบริเวณแพลนงานดังกล่าว แก๊สที่รั่วไหลฟุ้งกระจายมีคุณสมบัติเป็นแก๊สไฮโดรเจน ในด้านการเผาไหม้ค่อยข้างมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยมาก
 
(กรุงเทพธุรกิจ, 9-6-2557)
 
เร่งระดมแพทย์ฯดูแลประชาชน พื้นที่เหตุระเบิดระยอง
 
จากกรณีเกิดเหตุระเบิดภายใน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.วานนี้ (9 มิ.ย.2557) จุดเกิดเหตุเป็นหน่วยกำจัดกำมะถัน และไนโตรเจน นั้น โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงสงบได้ในเวลาประมาณ 20.00 น. เบื้องต้นมีพนักงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ให้การรักษาและกลับบ้าน ไม่มีรายงานผู้ได้รับอันตรายนั้น
 
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ โดยเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 57 นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือดูแลสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบว่า วันนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลระยอง พร้อมด้วยแพทย์ นักวิชาการสอบสวนโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค 1 ทีมใหญ่ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสุขภาพ และดูแลด้านสภาพจิตใจประชาชนในพื้นที่ 3 ตำบลที่อยู่ใกล้บริษัทฯ ได้แก่ ต.เชิงเนิน ,ต.ตะพง และต.บ้านแลง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 50,000 คน โดยหน่วยบริการแบ่งออกเป็น 3 จุด คือที่โรงเรียนปลวกเกตุ ต.ตะพง และที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพก้นหนอง ต.บ้านแลง และที่หมู่บ้านในตำบลเชิงเนิน เพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนการดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไป
 
นายแพทย์ณรงค์กล่าวต่อว่า ได้รับรายงานว่าขณะนี้ไม่มีกลิ่นสารเคมีในบรรยากาศ และยังไม่พบประชาชนเจ็บป่วย อย่างไรก็ตาม หากประชาชนสัมผัสสารเคมีที่อาจตกค้างในอากาศ หากเกิดอาการระคายเคืองตา ผิวหนัง หรือบริเวณอื่นๆ ขอให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาด จะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นและให้พบแพทย์ ส่วนเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ โรคถุงลมปอดโป่งพอง รวมทั้งโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจขัด แน่นหน้าอก ใจสั่น ขอให้ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน และขอให้ติดตามข่าวและคำแนะนำการปฏิบัติตัวจากทางราชการ
 
ด้าน นายแพทย์ชุมพล สุวรรณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง โรงพยาบาลระยอง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองระยอง และโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา กรมสุขภาพจิตได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) จัดฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดในจังหวัดระยองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดูแลประชาชนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด โดยมุ่งเน้นที่การรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากสารเคมีได้อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จะต้องแต่งกายและมีอุปกรณ์ป้องกันสารเคมีอย่างรัดกุม รวมทั้งการเตรียมสถานที่รองรับผู้บาดเจ็บ ก่อนนำส่งไปรักษาตัวที่ รพ.ระยอง ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมดูแลผู้ป่วยจากสารเคมีทุกด้าน โดยกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้บริษัทอาร์พีซีครั้งนี้ ได้เตรียมโรงพยาบาลรองรับ 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลระยอง โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง และโรงพยาบาลรวมแพทย์ระยอง.
 
(ไทยรัฐ, 10-6-2557)
 
เตรียมแผนอพยพแรงงานไทยเหตุความไม่สงบในลิเบีย เตือน! เลี่ยงเดินทางหากไม่มีเหตุจำเป็น
 
นางปราณิน มุตตาหารัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์ในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย ณ ห้องประชุมสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ชั้น 13 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน พบว่า จากรายงานของเอกอัครราชทูตฝ่ายแรงงาน ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในกรุงตริโปลี จำนวน 1,525 คน โดยแรงงานกลุ่มนี้ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งฝ่ายแรงงานฯ ได้ประสานกับแรงงานไทยและนายจ้างในลิเบียเป็นระยะๆ เพื่อรับทราบถึงสถานการณ์ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานมีแนวทางการดำเนินการ 3 แนวทาง คือ การแจ้งเตือนแรงงานไทยในลิเบียอย่างเป็นทางการในการให้พิจารณาเดินทางออกจากลิเบียโดยความสมัครใจ และได้กำชับอย่างเป็นทางการให้คนไทยที่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ในลิเบียต่อไปจะต้องเพิ่มความระมัดระวัง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมทั้งหลีกเลี่ยงในการเดินทางไปยังสถานที่ที่เสี่ยงอันตราย ทั้งนี้ ได้เสนอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาประกาศเตือนคนไทยที่มิใช่แรงงานไทยหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการเดินทางไปลิเบีย อย่างไรก็ตามกระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานซึ่งมีหน้าที่ในการจัดส่งคนงานไปทำงานต่างประเทศ เบื้องต้นได้ดำเนินการระงับการจัดส่งคนงานไปทำงานที่ลิเบียทั้งหมดแล้ว และได้ตั้งคณะทำงานเพื่อมีหน้าที่บริการและอำนวยความสะดวกให้แก่แรงงาน
       
ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยต่อสถานการณ์ในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย ขณะนี้กระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลี (สอท.) ร่วมกับฝ่ายแรงงานประจำ สอท. ได้ร่วมกันจัดเตรียมแผนรองรับอพยพคนไทยและแรงงานไทยในกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง สงคราม จนถึงขั้นต้องอพยพคนไทยออกนอกลิเบีย ไว้ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรกเป็นการเตรียมการในสภาวะปกติ อาทิ การรวบรวมและติดตามปรับปรุงฐานข้อมูลการติดต่อคนไทย คนงานไทยให้ครบถ้วนเพื่อสะดวกในการติดต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการติดต่อของ สอท. และฝ่ายแรงงานฯ และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้คนงานไทยทราบ ขั้นตอนที่ 2 แนวปฏิบัติในกรณีที่มีสิ่งบอกเหตุส่งผลให้อาจต้องอพยพคนไทย อาทิ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและแจ้งแนวปฏิบัติให้คนงานไทยทราบ ประสานงานเบื้องต้นกับบริษัทรถยนต์ สายการบิน บริษัทเดินเรือ ประสานงานกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อเสนอเส้นทางอพยพที่เหมาะสม
       
ส่วนขั้นตอนที่ 3 เป็นแนวปฏิบัติเมื่อต้องอพยพคนไทย คือ ประสานข้อมูลและกำหนดจุดนัดพบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทุกฝ่าย รวมทั้งจัดหายานพาหนะให้คนไทย คนงานไทย จัดเตรียมออกหนังสือเดินทางชั่วคราวให้กับคนงานไทย ติดตามข้อมูลข่าวสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือ และประสานกับท่าอากาศยาน สายการบิน ท่าเรือ บริษัทเดินเรือเพื่ออำนวยความสะดวกให้การดำเนินการอพยพเป็นไปได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที
 
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 10-6-2557)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์