เบื้องหลังเจ้าภาพบราซิล: เสียงสะท้อนจากประชาชนที่ขาดการเหลียวแล

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

ประเทศบราซิลมีเวลา 7 ปี ในการเตรียมการแข่งขันฟุตบอลโลก ภายในระยะเวลานี้บราซิลต้องพบเจอกับอุปสรรคอย่างมากมาย ตั้งแต่ความล่าช้าในการก่อสร้าง การประท้วง ซึ่งมันทำให้ประชาชนหลายคนเดือดดาลอย่างมาก

ตลกร้ายของชาวบราซิลเกิดขึ้นในเฟซบุ๊ก มีการสร้าง event ที่ชื่อว่า “เปิดตัวรถไฟความเร็วสูงครั้งยิ่งใหญ่ เส้นทางจาก ริโอเดอจาเนโร ถึง เซาเปาโล ปาร์ตี้ครั้งใหญ่ บาร์กลางแจ้ง”  จนถึงขณะนี้ มีผู้กดเข้าร่วมกว่า 182,000 คนแล้ว เป็นจำนวนที่ทำให้เจ้าภาพบราซิลต้องถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว ซึ่งมันไม่สามารถเปิดได้จริง ๆ หรอก เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะมันไม่มีรถไฟจริง ๆ น่ะสิ

ถึงแม้ว่าประธานาธิบดี Dilma Rousseff จะให้คำมั่นสัญญาไว้แล้วว่า ทางรถไฟนั้นจะสามารถใช้งานได้ในสัปดาห์แห่งฟุตบอลโลก แต่ทว่านี่เป็นเพียงการทำผิดสัญญาครั้งหนึ่งเช่นเคย เหมือนในหลาย ๆ คำมั่นสัญญาที่รัฐบาลได้ประกาศตั้งแต่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งนี้

“พวกเราอับอายมาก คุณรู้ไหม” Isabella Maciel de Sa แฟนฟุตบอลตัวยง และผู้จัดการใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยา Novartris ประจำประเทศบราซิลกล่าว พร้อมกับอวดรูปเปเล่ นักฟุตบอลในตำนาน และเสื้อแข่งที่เขาเซ็นให้ดู เธอเป็นหนึ่งในประชาชนจำนวนมากในประเทศที่กำลังพัฒนานี้ ที่หวังว่าจะทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจต่อประชาคมโลกมากขึ้น แต่ปัจจุบัน มันก็กำลังจะถูกลืมเลือนไปเสียแล้ว

“ตอนที่บราซิลได้รับเลือก ทุกๆคนต่างดีใจ” เธอกล่าว “ไม่ใช่เพียงแค่เราได้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันนี้ แต่เพราะเราเชื่อว่าในที่สุดรัฐบาลจะลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเสียที ไม่ว่าจะเป็น ถนน สนามบิน พลังงาน รวมไปถึงระบบการสื่อสาร แต่มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังมากที่มันไม่ได้เกิดขึ้นเลย”

85% ของประชาชนท้องถิ่นในประเทศบราซิลนั้นต่างโหยหานโยบายที่จับต้องได้ ชาวบราซิลที่ไม่ได้รับการศึกษาและการฝึกฝนต่างก็ตกงาน และประสบปัญหาความยากจนในที่สุด องค์การสหประชาชาติด้านการช่วยเหลือการพัฒนากสิกรรมได้เปิดเผยว่า 35% ของชาวบราซิลมีชีวิตอยู่ด้วยเงินเพียง 2 ดอลล่าร์ (ประมาณ 60 บาท) ต่อวัน และในจังหวัดที่ห่างไกลความเจริญ ตัวเลขนี้พุ่งสูงถึง 50%

“มันเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมากในการแสดงให้โลกเห็นถึงความสำคัญที่ประเทศของเรามีต่อกีฬาฟุตบอล พร้อม ๆ ไปกับการยกระดับ 12 เมืองเจ้าภาพอันสำคัญของเรา แต่มันก็กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าอับอายต่อพวกเราชาวบราซิล”   Maciel De Sa กล่าว เธอชี้ให้เห็นถึง “จำนวนเงินมหาศาล” ที่รัฐบาลได้ใช้จ่ายไปสำหรับการสร้างสนามฟุตบอลในเมืองที่ไม่ได้มีทีมฟุตบอลอยู่เลย  เป็นการบ่งบอกถึงความสิ้นเปลืองและการคอร์รัปชั่น อันเกิดจากการทุ่มเม็ดเงินถึง 3 พันล้านดอลล่าร์ ในการเตรียมงานฟุตบอลโลกหนนี้ ถึงขนาดเปเล่ยังแสดงท่าทีออกมาด้วย เขากล่าวถึงการใช้ทรัพยากรครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องที่ “เสื่อมเสียน่าอับอาย” เลยทีเดียว

บราซิลนั้นมีเวลาเตรียมตัวในการต้อนรับแฟนฟุตบอลหลายล้านคน ที่จะหลั่งไหลเข้ามาในเมืองและสนามถึงเจ็ดปี เป็นระยะเวลาในการเตรียมการที่มากกว่าเจ้าภาพใด ๆ ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่เคยมีมา รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะใช้โอกาสนี้ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และโอลิมปิกในปี 2016 เพื่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และให้คำมั่นสัญญาด้วยว่าจะทำโครงการที่ค้างเก่าให้เสร็จสิ้น เช่น การพัฒนาขนส่งมวลชน

มหาอำนาจทางทวีปอเมริกาใต้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีความหลากหลายทางเศรษฐกิจมากที่สุด (และใหญ่เป็นอันดับหกของโลก) อย่างบราซิลนั้น ก็แน่นอนว่าได้ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศจำนวนมาก

ปี 2014 ควรที่จะเป็นปีของบราซิล แต่ทว่าในสื่อต่างก็เต็มไปด้วยข่าวที่เกี่ยวกับเรื่องคนขับรถบัส ครู และการประท้วงของตำรวจ ที่สร้างความวุ่นวายอยู่ในทุก ๆ ครั้ง หรือว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ในการก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม โรงเรียนที่ขาดการดูแล สาธารณสุขที่ย่ำแย่ อาชญากรรมที่ไม่สามารถจัดการได้ ปัญหาคนไร้บ้าน ฯลฯ

ถึงแม้ว่าจะมีองค์กรที่ทำหน้าที่จับตาตรวจสอบการคอร์รัปชั่น แต่บราซิลก็ใช้ข้ออ้างว่าเป็น “เรื่องเร่งด่วน” และสามารถผ่านมันไปได้ทุกที Josmar Verillo ประธานองค์กรตรวจสอบคอร์รัปชั่น AMARRIBO กล่าวว่า “บราซิลนั้นมีภาครัฐที่มีขนาดใหญ่โตมโหราฬมาก เต็มไปด้วยนักการเมืองที่แต่งตั้งกันเอาเองและขาดศักยภาพ ฉ้อโกงและไม่มีความเป็นระบบ ซึ่งแน่นอนว่ามันได้พิสูจน์แล้วว่า มันเป็นการใช้เงินสาธารณะไปในทางที่ผิดแค่ไหนสำหรับงานนี้”

เมื่อเริ่มมีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินในการสร้างสนามของรัฐบาลมากขึ้น ก็เกิดการประท้วงบนท้องถนน ในฤดูร้อนที่แล้ว ชาวบราซิลได้ออกมาเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในยุคสมัย โจมตีรัฐบาลว่าละเลยความเป็นอยู่ในสังคมของชาวบราซิล พวกเขาเรียกร้องการปรับปรุงการบริการสาธารณะ กล่าวหาว่ารัฐบาลคอร์รัปชั่น และใช้กำลังตำรวจที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ

ผลสำรวจในฤดูร้อนของ Gallup (บริษัทสถิติของ USA) ในปี 2013 แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในด้านสาธารณสุข โรงเรียน และระบบขนส่งของประเทศบราซิล และความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยส่วนบุคคล และการคอร์รัปชั่นของรัฐบาล ผลสำรวจนี้เกิดขึ้นก่อนที่ความอดทนของประชาชนจะถึงขีดสุดในปีนี้

ความผิดพลาดของรัฐบาลครั้งนี้นำพาประเทศไปสู่ระดับที่เป็นอันตรายในการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต  จากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและการสำรวจจากผู้บริหาร 4,300 คนทั่วโลก พบว่า  ในการจัดอันดับประเทศผู้แข่งขันของโลก ในปีนี้บราซิลถูกลดระดับจาก 51 มาอยู่ที่ 54 ด้วยเหตุผลของความฉาบฉวยในตลาดแรงงานและการจัดการธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ

สำหรับแฟนฟุตบอลบราซิล จุดสนใจคงอยู่แค่เรื่องระยะสั้น ประเทศที่ผ่านเข้ารอบบอลโลกในทุก ๆ ครั้ง แชมป์ห้าสมัยที่เป็นสถิติโลก

“ประเทศที่อยู่บนปุ่มสตั๊ด เต็มไปด้วยปัญหามากมาย ขาดความปลอดภัย การศึกษา อาชีพ โครงสร้างพื้นฐาน และการแสดงให้โลกเห็นว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องอื่น ๆ” Maciel De Sa กล่าว “ราวกับว่ามันถูกเขียนอยู่ในเสื้อทีมของพวกเราว่า ‘เกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอล’ ”

เพราะนอกจากความภูมิใจในด้านฟุตบอล บราซิลนั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของปัญหาของโครงสร้างพื้นฐาน และรัฐบาลก็ต้องรับมืออย่างหนักกับการต้อนรับแขกอีกหลายล้านที่มาเยือน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงไม่ได้ทำให้แฟน ๆ กว่า 3.8 ล้านคนที่ซื้อตั๋วหมดสนุกหรอก

“การรับมือการใช้จ่ายที่สุรุ่ยสุร่ายและชื่อเสียงที่เสียหายนั้นจะเป็นเรื่องยาก” Maciel De Sa กล่าว “เป็นครั้งแรก ที่ฉันรู้สึกอับอายที่เชียร์ทีมฟุตบอลประเทศของฉัน ไม่ใช่เพราะตัวทีม แต่เป็นเพราะว่าเราได้เลือกประธานาธิบดีและรัฐบาลที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน กับ FIFA และกับโลกได้”

Maciel De Sa กล่าวอย่างมีความหวังทิ้งท้ายว่า “อย่างไรก็ดี ฉันหวังว่าในเดือนตุลาคม เมื่อเรามีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผู้ว่าฯ และ ส.ส. อีกครั้ง เราจะสั่งสอนพวกเขาอย่างสาสมที่ทำให้เราอับอายถึงเพียงนี้”

“พวกเราบางคน รวมถึงฉันด้วย ไม่เชียร์บราซิล เพราะเรารู้ว่า ถ้าบราซิลชนะล่ะก็ Dilma Rousseff (ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน) จะได้รับการเลือกตั้งอีกสมัยแน่นอน”

 

บทความแปลเผยแพร่ครั้งแรกใน เว็บไซต์ ispacethailand

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์