กกต.คาดมีมติกรณี 'ยิ่งลักษณ์พูดเรื่องจำนำข้าวออกทีวีหลังยุบสภา' สิงหา นี้

กกต.มีมติรับคำร้องกรณียิ่งลักษณ์ออกทีวีพูดเรื่องจำนำข้าวหลังยุบสภา-ลงพ.ท.อีสาน-เหนือ-ช่อง 11 นำนักการเมืองออกรายการรช่วงยุบสภา คาดมีมติ ส.ค.นี้ นอกจากนี้ ยกคำร้องกรณีร้อง ยิ่งลักษณ์- ส.ส.- ส.ว.เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไข รธน.ประเด็นที่มาของ ส.ว.เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ ไม่รับเรื่องร้องคัดค้านกรณีให้ตรวจสอบ “ยิ่งลักษณ์-ร.ต.อ.เฉลิม” ใช้ตำแหน่งหน้าที่จูงใจให้ลงคะแนนให้

26 มิ.ย.2557 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.มีมติรับคำร้องกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกทีวีเฉพาะกิจเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นการพูดภายหลังการประกาศยุบสภาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ส่วนคำร้องคัดค้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีลงพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ โดยใช้ทรัพยากรของรัฐ ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาการเรียกเอกสารจากหน่วยราชการ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ ขณะนี้ กกต.ได้เอกสารต่างๆ ครบแล้ว เหลือเพียงสอบพยานในพื้นที่ต่างจังหวัดจำนวนหนึ่งเท่านั้น

“กกต.มีมติรับเรื่องที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง11) นำนักการเมือง 19 คน และข้าราชการประจำ2 คน ไปออกรายการช่วงที่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ไว้พิจารณาแล้ว กกต.จะเร่งรัดทั้ง 3 เรื่องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากเป็นกรณีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน คาดว่าทุกเรื่องน่าจะลงมติวินิจฉัยได้ภายในเดือน ส.ค.นี้” นายสมชัย กล่าว.- สำนักข่าวไทย
 

กกต.ยกคำร้อง 'ยิ่งลักษณ์' และพวก เสนอแก้ รธน.ที่มา ส.ว.

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติยกคำร้องกรณีนายเศวต ทินกูล อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 และ พ.ต.ท.สุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ ขอให้ กกต.ตรวจสอบและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ส.ส.และ ส.ว. ที่ร่วมกันเข้าชื่อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.กระทำการเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามในการลงสมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 102 (6) เป็นเหตุให้สมาชิกสภาพการเป็น ส.ส. และ ส.ว.สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่

“ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดในเรื่องดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด จนต้องนำไปสู่การถอดถอน” นายภุชงค์ กล่าว

ไม่รับเรื่องร้องคัดค้านกรณีให้ตรวจสอบ “ยิ่งลักษณ์-ร.ต.อ.เฉลิม” ใช้ตำแหน่งหน้าที่จูงใจให้ลงคะแนนให้

นายภุชงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม กกต.ยังมีมติไม่รับเป็นเรื่องร้องคัดค้าน กรณีที่นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กรณีใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อจูงใจ สัญญาว่าจะให้ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตน หรือละเว้นการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง จากการที่ออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) และมีการออกประกาศของ ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะผู้อำนวย ศรส. เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในขณะนั้น ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ยุติเรื่อง ป.ป.ช.ขอให้ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยความเป็น รมต.ของ “วิเชษฐ์ เกษมทองศรี” สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม กกต.มีมติให้ยุติเรื่องกรณีที่เมื่อวันที่ 29 ต.ค.56 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นเรื่องขอให้ กกต.ตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว จากกรณีปกปิดการแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากไม่แจ้ง  ป.ป.ช.ว่า ภรรรยาถือหุ้นใน 2 กิจการบริษัทเกินกว่า ร้อยละ 5 ที่กฎหมายกำหนด และนายวิเชษฐ์ไม่ได้ทำหนังสือแจ้งว่า ประสงค์จะรับหรือไม่รับผลประโยชน์จากหุ้นดังกล่าวร่วมกันหรือไม่ ตามที่คณะกรรมการไต่สวนเสนอ

“การพิจารณาของที่ประชุม กกต. ในวันที่ 25 มิ.ย.57 เห็นว่าเมื่อรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 180 ให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อมีการยุบสภา และมี พ.ร.ฎ.ยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 จึงมีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายวิเชษฐ์สิ้นสุดลง จึงไม่มีเหตุให้ กกต.ต้องพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายวิเชษฐ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัวอีก เพราะความผิดดังกล่าวไมได้มีเรื่องของการต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพียงแค่ตำแหน่งรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเท่านั้น” นายภุชงค์ กล่าว

 

ที่มา: สำนักข่าวไทย 1, 2, 3

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์