‘ราชทัณฑ์’ พร้อมยุบคุกการเมืองหลักสี่ กระจายนักโทษขังบ้านเกิด

16 ก.ค. 2557 ข่าวสดออนไลน์ รายงานข้อมูลจากเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ว่า ขณะนี้เรือนจำได้เตรียมการหากจะมีการยุบเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ซึ่งเหตุที่อาจต้องยุบมาจากเรื่องค่าใช้จ่ายในเรือนจำแต่ละปีสูงนับล้านบาท ขณะที่ผู้ต้องขังในเรือนจำปัจจุบันมีเพียง 22 คน เป็นผู้ต้องขังชาย 20 คน ผู้ต้องขังหญิง 2 คน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางการเมืองเมื่อปี 2553 ทั้งคดีเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี คดีครอบครองอาวุธสงคราม และ คดียิงเฮลิคอร์ปเตอร์ของทหาร ปัจจุบันผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกรายละไม่ต่ำกว่า 20 ปี
 
อย่างไรก็ตาม นอกจากจำนวนผู้ต้องขังที่มีไม่มากแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องบุคลากรที่ดูแลเรือนจำดังกล่าวซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้ต้องขัง โดยเป็นตำรวจ 15 ราย เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ 10 คน หลังคุมขังผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องทางการเมืองปี 2553 แล้วยังไม่มีผู้ต้องขังคดีการเมืองอื่นส่งตัวมาคุมขังเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังไม่มีคำสั่งที่ชัดเจนจากกรมราชทัณฑ์ แต่หากต้องยุบเรือนจำจริงผู้ต้องขังทั้ง 22 คน จะถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำตามภูมิลำเนา
 
ด้านนายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ว่าหลังตนเข้ารับตำแหน่งนายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับการดูแลเรือนจำดังกล่าวให้ทราบ โดยปัจจุบันเหลือผู้ต้องขังในการควบคุม22 คน ซึ่งตนยังไม่ได้มอบนโยบายให้ดำเนินการใดๆ เพราะมีหลายเรื่องต้องเร่งดำเนินการก่อน
 
สำหรับเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนพลตำรวจบางเขน สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมืองวันที่ 16 ม.ค. 2555 สมัย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อแยกการคุมขังผู้ต้องขังที่กระทำผิดอันมีเหตุจูงใจทางการเมืองออกจากผู้ต้องขังคดีทั่วไป โดยผู้ต้องขังกลุ่มแรกที่นำตัวไปเข้าคุมขังมีจำนวนกว่า 50 คน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังที่กระทำผิดในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับความรุนแรงทางการเมืองปี 2553
 
 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์